"ถ้ากฎหมายฉบับนี้ผ่าน มรดกตระกูลวรโชติครึ่งหนึ่งจะตกเป็นของกองทุนสงเคราะห์ดวงวิญญาณเร่ร่อน... คุณคิดว่าสภาผู้แทนราษฎรจะยอมให้เรื่องบ้าๆ นี้เกิดขึ้นจริงหรือครับ รินทร์"
เสียงทุ้มต่ำแต่ทรงอำนาจของท่านรัฐมนตรีดังสะท้อนก้องห้องประชุมลับชั้นที่สี่สิบสอง ภายในตึกกระจกไร้เงาสะท้อน แสงไฟสีฟ้าอมเขียวจากหน้าจอโฮโลแกรมขนาดใหญ่ฉายภาพร่างกฎหมายความมั่นคงระหว่างภพฉบับแก้ไขเพิ่มเติม ตัวหนังสือสีแดงฉานนับพันบรรทัดวิ่งวนอยู่กลางอากาศ ราวกับกระแสเลือดที่กำลังหล่อเลี้ยงระบบโครงสร้างใหม่ของประเทศ
รินทร์ไม่ตอบทันที เด็กหนุ่มในชุดสูทสากลเข้ารูปสีเทาเข้ม ยกถ้วยชาเซรามิกสีขาวขึ้นจิบช้าๆ กลิ่นหอมกรุ่นของชาอู่หลงชั้นดีช่วยขับไล่ไอเย็นเยียบที่แผ่ออกมาจากผนังห้อง ซึ่งบุด้วยแผ่นยันต์กันอาถรรพ์ล้านนาโบราณ เขาวางถ้วยลงบนโต๊ะไม้สักทองอย่างนุ่มนวล ก่อนจะเงยหน้าขึ้นสบตาชายวัยกลางคนผู้ทรงอิทธิพลที่สุดคนหนึ่งในกระทรวงมหาดไทย
แววตาของรินทร์นิ่งสงบ ทว่าประกายในดวงตานั้นกลับคมกริบราวกับใบมีดที่ซ่อนอยู่ในฝัก
"ท่านรัฐมนตรีครับ" รินทร์เอ่ยด้วยน้ำเสียงสุภาพ นุ่มนวล แต่ทว่าเฉียบขาดจนคู่สนทนาชะงัก "โลกไม่ได้เป็นของคนเป็นฝ่ายเดียวมานานกว่าร้อยปีแล้วครับ เพียงแต่พวกท่านเลือกที่จะปิดตา มองไม่เห็น ปิดหู ไม่ยอมฟังเสียงโอดครวญจากอีกฟากฝั่งของกำแพงมิติก็เท่านั้นเอง กฎหมายฉบับนี้ไม่ใช่การแย่งชิงมรดก แต่เป็นการทวงคืนความยุติธรรมที่ถูกละเลยต่างหากล่ะครับ"
รอยยิ้มเจื่อนๆ ปรากฏขึ้นบนมุมปากของท่านรัฐมนตรี เขารู้ดีว่าเด็กหนุ่มตรงหน้าไม่ได้พูดเล่น และอำนาจที่รินทร์ถือครองในมือเวลานี้ มิใช่เพียงแค่เส้นสายทางการเมือง หากแต่เป็นระบบบันทึกคดีและเครือข่ายความร่วมมือระหว่างมนุษย์กับวิญญาณที่แผ่ขยายรากแก้วลงลึกไปทั่วทุกตารางนิ้วของประเทศ
ในยุคสมัยใหม่ที่เส้นแบ่งระหว่าง 'ความเป็นและความตาย' เลือนรางลงเรื่อยๆ การปรับตัวไม่ใช่ทางเลือก แต่เป็นเงื่อนไขเดียวของการอยู่รอด
รินทร์ลุกขึ้นยืนเต็มความสูง จัดปกเสื้อให้เรียบร้อย ก่อนจะหันหลังเดินไปยังบานหน้าต่างกระจกใสบานใหญ่ เบื้องล่างคือทัศนียภาพของมหานครหลวงที่กำลังเปลี่ยนผ่านอย่างเงียบงัน ท้องฟ้ายามบ่ายไม่ได้มีเพียงฝูงนกบินผ่าน แต่ยังมีขบวนดวงวิญญาณสัมภเวสีที่ได้รับการขึ้นทะเบียนอย่างถูกต้องตามกฎหมาย กำลังเดินขบวนไปตามเลนถนนลอยฟ้าพิเศษสำหรับจิตวิญญาณ รถรางพลังงานพลังจิตเคลื่อนตัวอย่างไร้เสียง ผู้คนบนทางเท้าเดินสวนทางกับร่างโปร่งแสงของบรรพบุรุษที่แวะมาทักทายลูกหลานอย่างเป็นธรรมชาติ ภาพความน่ากลัวของภูตผีปีศาจในอดีตถูกแทนที่ด้วยระเบียบวินัยและการจัดการเชิงระบบที่รินทร์และอาจารย์จันทร์เจ้าร่วมกันวางรากฐานเอาไว้
"รินทร์..." เสียงหวานคุ้นเคยดังขึ้นจากมุมมืดของห้อง
อาจารย์จันทร์เจ้าย่างก้าวออกมาจากเงาเสา ร่างเพรียวระหงในชุดคลุมยาวสีดำปักดิ้นเงินทอประกายเรืองรอง แววตาของเธอยังคงลึกล้ำและอ่านยากเช่นเคย แต่ร่องรอยความเหนื่อยล้าจากสงครามไสยเวทเมื่อปีก่อนได้เลือนหายไปแทนที่ด้วยความมั่นคงเด็ดเดี่ยว เธอยื่นแฟ้มเอกสารปกหนังสีน้ำเงินเข้มให้เขา แฟ้มที่มีตราประทับลับสุดยอดของสำนักงานตรวจสอบและชำระสะสางวิญญาณแห่งชาติ
"รายงานจากเขตสามเหลี่ยมเศรษฐกิจเหนือ..." อาจารย์จันทร์เจ้าเอ่ยด้วยน้ำเสียงราบเรียบ "พวกสมาคมผู้ใช้คุณไสยสายดำกลุ่มสุดท้ายประกาศยอมจำนนแล้วครับ พวกเขาตกลงที่จะเข้าร่วมโครงการปรับสถานะวิญญาณตามข้อเสนอของเรา แต่มีเงื่อนไขเดียว..."
รินทร์รับแฟ้มมาเปิดอ่าน สายตาดวาดผ่านตัวหนังสืออย่างรวดเร็ว มุมปากหยักลึกยกยิ้มขึ้นเล็กน้อย "เงื่อนไขคืออยากพบผมเป็นการส่วนตัว เพื่อขอดู 'ระบบ' ที่เราใช้ควบคุมอาณาเขตสินะครับ"
"ใช่ครับ" อาจารย์จันทร์เจ้าพยักหน้ารับน้อยๆ เดินเข้าไปยืนเคียงข้างเขา มองออกไปเบื้องล่าง "พวกเขายังติดอยู่กับความคิดแบบเก่า คิดว่าพลังคือการครอบครองและการกดขี่ ไม่เข้าใจว่าแก่นแท้ของการอยู่ร่วมกันคือความสมดุล... เหมือนกับที่นายเคยบอกไว้"
"ผมไม่ได้ฉลาดหรอกครับอาจารย์" รินทร์ปรายตามองหญิงสาวข้างกาย ชั่วขณะหนึ่ง สายตาของทั้งคู่ประสานกัน ความเงียบสงบที่เปี่ยมด้วยความเข้าใจอันลึกซึ้งแผ่ซ่านอยู่ระหว่างคนทั้งสอง "ผมแค่บันทึกสิ่งที่ผิดพลาดเอาไว้ แล้วพยายามไม่ทำมันซ้ำสองก็เท่านั้นเอง"
ในขณะที่บรรยากาศภายในห้องกำลังผ่อนคลายลง ทันใดนั้นเอง...
*ติ๊ง!*
เสียงแจ้งเตือนที่คุ้นเคยจนน่าขนลุกดังขึ้นในโสตประสาทของรินทร์ ไม่ใช่เสียงจากโทรศัพท์มือถือ หรือเสียงระบบอิเล็กทรอนิกส์ของตึก แต่เป็นเสียงใสวูบวาบจาก "ระบบบันทึกคดี" ที่สงบเงียบมานานนับเดือนหลังจากการกวาดล้างครั้งใหญ่
[ระบบบันทึกคดี: ตรวจพบความผิดปกติทางพลังงานระดับ SSS!]
[พิกัดเป้าหมาย: เขตหวงห้ามใต้ดิน ชั้นที่หกสิบ (ชั้นที่ถูกลบออกจากแผนที่ราชการ)]
[สถานะวิญญาณเป้าหมาย: สิ่งแปลกปลอมนอกเหนือจากฐานข้อมูลประวัติศาสตร์ กำลังทำการบูชาสัญญาย้อนกลับ]
[คำเตือนจากระบบ: ประตูแห่งพันธสัญญาโบราณกำลังถูกเปิดออกโดยบุคคลที่ไม่ใช่ 'มนุษย์' และไม่ใช่ 'วิญญาณ']
รินทร์ชะงัก รอยยิ้มบนใบหน้าหายวับไปในพริบตา แววตาสุขุมเปลี่ยนเป็นเคร่งเครียดจริงจังขึ้นมาทันที อุณหภูมิภายในห้องประชุมหรูหราลดฮวบลงจนลมหายใจกลายเป็นไอสีขาว
อาจารย์จันทร์เจ้าสัมผัสได้ถึงความเปลี่ยนแปลง เธอหันขวับมามองรินทร์ทันที สีหน้าของหญิงสาวตึงเครียดขึ้น "รินทร์... เกิดอะไรขึ้น?"
รินทร์ยังไม่ทันได้เอ่ยปากตอบ เสียงประกาศเตือนภัยฉุกเฉินทั่วทั้งตึกก็ดังสนั่นหวั่นไหว ไฟสำรองสีแดงฉานกะพริบวาบไปทั่วบริเวณ หน้าจอโฮโลแกรมทั้งหมดดับวูบลง ก่อนจะถูกแทนที่ด้วยภาพจากกล้องวงจรปิดชั้นใต้ดินที่ลึกที่สุด
ภาพที่ปรากฏบนจอทำให้แม้แต่ท่านรัฐมนตรีผู้ผ่านโลกมาโชกโชนถึงกับหน้าถอดสี
ณ ใจกลางห้องโถงใต้ดินที่ควรจะว่างเปล่า ร่างเงาดำทมิฬนับร้อยกำลังคุกเข่าล้อมรอบแท่นบูชาหินโบราณที่สลักอักขระต้องห้าม และตรงกลางแท่นนั้น... ร่างของเด็กสาวคนหนึ่งกำลังลอยเคว้งคว้างอยู่ในอากาศ ดวงตาทั้งสองข้างเป็นสีดำสนิทไร้แววตา เธอกำลังเอ่ยถ้อยคำภาษาโบราณที่มนุษย์ไม่ควรล่วงรู้ ออกมาเป็นเสียงสะท้อนก้องกังวานที่สั่นสะเทือนไปถึงขั้วหัวใจ
*"ผู้สร้าง... เจ้าทิ้งพวกเราไว้ในความมืดนานเกินไปแล้ว... ถึงเวลาที่โลกเก่าจะต้องพังทลาย"*
รินทร์กำแฟ้มในมือแน่นจนกระดาษยับยู่ยี่ เขาสูดลมหายใจเข้าลึก SSS-Rank ภารกิจสุดท้ายที่แท้จริงไม่ได้เพิ่งเริ่มต้น แต่มันรอเวลาที่จะชำระบัญชีมาตลอดนัดต่องหากล่ะครับ
ขอขอบพระคุณนักอ่านทุกท่านที่ร่วมเดินทางและเติบโตเคียงบ่าเคียงไหล่มากับตัวละครเหล่านี้อย่างอบอุ่นเสมอนะครับ
คุณหนูครับ อย่าจับผีมาเล่นแทนตุ๊กตา•ตอนที่ 28
การเปลี่ยนแปลงที่ยั่งยืน
ผลงานโดย เข็มทิศมองวิญญาณ
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (เข็มทิศมองวิญญาณ)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง คุณหนูครับ อย่าจับผีมาเล่นแทนตุ๊กตา นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!