กลิ่นคาวสนิมเหล็กและธูปหอมเกรดต่ำอบอวลจนแสบจมูก ทว่ามันกลับเจือจางลงอย่างน่าประหลาด เมื่อปลายนิ้วเรียวยาวของอาจารย์จันทร์เจ้ากดลงบนจุดชีพจรบริเวณข้อมือขวาของผม แรงกดนั้นหนักแน่นแต่มั่นคง ราวกับต้องการถ่ายทอดจังหวะหัวใจของเธอเองให้ผมได้ยินท่ามกลางความเงียบงันของห้องใต้ดินศาลเจ้าเก่า
แววตาของหญิงสาวที่มักเรียบเฉยและซ่อนเร้นความลับนับร้อย ยามนี้กลับสะท้อนภาพเงาของผมไว้อย่างชัดเจน ไม่มีคราบไคลของความหวาดกลัว ไม่มีร่องรอยของความเป็นปรมาจารย์ผู้เย่อหยิ่ง มีเพียงความเปราะบางที่ถูกห่อหุ้มไว้ด้วยความเด็ดเดี่ยว
"เจ้าเด็กดื้อ... รู้ตัวไหมว่าเมื่อครู่ เกือบเอาชีวิตไปทิ้งไว้ตรงหน้ายันต์พันธนาการนั่นแล้ว"
น้ำเสียงของจันทร์เจ้าไม่ได้เจือความโกรธเกรี้ยวอย่างที่ควรจะเป็น ตรงกันข้าม มันกลับสั่นเครือเล็กน้อยจนแทบสังเกตไม่เห็น หากผมไม่ได้อ่านสีหน้าและสถานการณ์ผ่านระบบบันทึกคดีอย่างละเอียด ผมคงคิดว่าเธอกำลังตำหนิ แต่ในสายตาของนักสืบวิญญาณผู้ผ่านความเป็นความตายมานับครั้งไม่ถ้วน ความห่วงใยที่ถูกเก็บกดไว้ใต้ท่าทีเยือกเย็นนี้ ชัดเจนเสียยิ่งกว่าตัวเลขค่าพลังไสยเวทที่กำลังกะพริบเตือนสีแดงฉานอยู่เบื้องหน้า
[ระบบตรวจพบ: คลื่นพลังงานอารมณ์ระดับสูงจากเป้าหมาย "จันทร์เจ้า" — ความวิตกกังวล (98%), ความผูกพัน (95%)]
[คำเตือน: สภาพจิตใจของคู่หูอยู่ในภาวะไม่มั่นคง กรุณาใช้ความระมัดระวังในการเจรจา]
ผมยกยิ้มมุมปากตามนิสัยยามเผชิญสถานการณ์กดดัน แม้ว่าแผ่นหลังจะชุ่มโชกไปด้วยเหงื่อเย็นเยียบจากพิธีกรรมเมื่อครู่ก็ตาม
"ถ้าผมไม่ทำแบบนั้น ยันต์สะกดวิญญาณแผ่นนั้นคงระเบิดใส่หน้าอาจารย์ไปแล้วนะครับ... ถึงผมจะชอบเล่นสนุกกับพวกภูตผี แต่ผมก็ยังห่วง 'ของสำคัญ' มากกว่าจะยอมให้พังคามือหรอกครับ"
จันทร์เจ้าชะงักไป ดวงตากลมโตไหววูบ เธอดึงมือกลับอย่างรวดเร็วราวกับถูกความร้อนลวก พร้อมกับหันใบหน้าสวยคมไปทางอื่นเพื่อซ่อนรอยระเรื่อจางๆ บนพวงแก้มที่หาดูได้ยากยิ่ง
"ปากดี... ตั้งแต่เมื่อไหร่กันที่เจ้ากล้าต่อรองกับข้าแบบนี้ รินทร์" เธอพยายามปรับน้ำเสียงให้กลับมาแข็งกร้าวเหมือนเดิม ทว่าใบหูที่ขึ้นสีแดงจัดกลับทรยศคำพูดทั้งหมด
"ก็ตั้งแต่ที่ผมตระหนักได้ว่า..." ผมขยับตัวเข้าไปใกล้ขึ้นอีกนิด ลดระยะห่างระหว่างศิษย์และอาจารย์ที่คั่นกลางมาตลอดหลายเดือน "การเป็นแค่ 'ศิษย์' ที่คอยรับคำสั่ง มันน่าเบื่อเกินไปสำหรับการไขปริศนาชีวิตของอาจารย์แล้วล่ะครับ"
บรรยากาศภายในห้องใต้ดินพลันเงียบงัดลงทันที เสียงหยดน้ำจากเพดานดังสะท้อนก้อง กลิ่นอายอาคมรอบตัวที่เคยปั่นป่วนค่อยๆ สงบลงเมื่อจิตสังหารของทั้งสองฝ่ายมลายหายไป เหลือเพียงเสียงลมหายใจที่สอดประสานกันอย่างน่าประหลาด
จันทร์เจ้าหันกลับมามองผม แววตานั้นลึกซึ้งเกินกว่าจะคาดเดา เธอยกมือขึ้นแตะรอยแผลเป็นจางๆ ที่ข้างขมับ—ร่องรอยจากอดีตอันเจ็บปวดที่เธอไม่เคยยอมเล่าให้ใครฟัง รอยแผลที่ผมใช้เวลาเกือบครึ่งค่อนปีในการสืบเสาะและปกป้องเธอจากเงาอดีตเหล่านั้น
"เจ้าเด็กโง่... รู้ไหมว่าอดีตของข้ามันมีแต่คำสาปและคราบเลือด การเข้ามาพัวพันกับข้าไม่ได้ทำให้เจ้าเท่เหมือนในนิยายปราบผีหรอกนะ" น้ำเสียงของเธอแผ่วเบາลง ราวกับกำลังพูดกับตัวเองมากกว่าจะบอกผม
ผมเอื้อมมือออกไปช้าๆ ปล่อยให้ปลายนิ้วสัมผัสเบาๆ ที่หลังมือของเธอที่ยังคงวางอยู่บนตัก จังหวะที่ผิวเนื้อสัมผัสกัน เสียงแจ้งเตือนจากระบบไม่ได้ดังขึ้นเตือนภัยอันตรายใดๆ หากแต่ปรากฏข้อความสีทองอบอุ่นแทน
[เงื่อนไขพิเศษสำเร็จ: ปลดล็อกความสัมพันธ์ระดับสูงสุด "คู่ชีวิตทางจิตวิญญาณ" (Soul-Bound Partners)]
[สถานะศิษย์-อาจารย์ สิ้นสุดลงอย่างเป็นทางการ]
ผมมองลึกเข้าไปในดวงตาของเธอด้วยความจริงจังที่ไร้ซึ่งความกวนประสาทใดๆ เป็นครั้งแรกในรอบหลายเดือน
"ผมไม่ได้อยากเป็นแค่นักเรียนที่อาจารย์ต้องคอยปกป้องหรอกนะครับ... และผมก็ไม่ได้สนใจด้วยว่าอดีตของอาจารย์จะมืดมนแค่ไหน เพราะต่อจากนี้ไป ไม่ว่าภูตผีตนใดหรือวิญญาณอาฆาตหน้าไหนที่กล้าก้าวเข้ามาในชีวิตเรา ผมจะจัดการมันในฐานะ 'คนรัก' ที่ยืนเคียงข้างอาจารย์อย่างเท่าเทียม"
จันทร์เจ้าเบิกตากว้างเล็กน้อย รอยยิ้มบางเบาที่งดงามที่สุดเท่าที่ผมเคยเห็นมาค่อยๆ ปรากฏขึ้นบนริมฝีปากของหญิงสาวผู้เย็นชา เธอกำมือผมตอบกลับแน่นขึ้น แรงบีบนั้นอบอุ่นและสื่อความหมายแทนคำพูดนับพันคำ
"ตามใจเจ้า... ถ้างั้น ในฐานะที่เจ้าเลื่อนขั้นเป็นคนข้างกายแล้ว พรุ่งนี้เรามีคดีสืบสวนคดีฆาตกรรมกลางกรุงที่ต้องสะสาง เตรียมตัวให้พร้อมล่ะ รินทร์"
ผมพยักหน้ารับด้วยรอยยิ้มมั่นใจ ก่อนที่สายตาจะเหลือบไปเห็นหน้าต่างระบบบันทึกคดีที่กำลังเปลี่ยนสีจากสีฟ้าเป็นสีทองระยิบระยับ พร้อมกับข้อความแจ้งเตือนปริศนาที่เด้งขึ้นมาขัดจังหวะบรรยากาศโรแมนติกอย่างกะทันหัน
[เตือนภัยเร่งด่วนระดับ SSS: ตรวจพบคลื่นพลังวิญญาณโบราณกำลังปลุก "ประตูนรกภูมิ" ที่ใต้ฐานศาลเจ้า]
[บุคคลปริศนา: เงาสวมหน้ากากกะโหลกปรากฏขึ้นที่หน้าประตูทางเข้า พร้อมกับเสียงกระซิบที่ว่า... "ยินดีด้วยที่พวกเจ้าเลือกเดินมาสู่จุดจบร่วมกัน"]
ขอขอบพระคุณนักอ่านทุกท่านที่ร่วมเดินทาง เคียงบ่าเคียงไหล่ และเติบโตมากับความสัมพันธ์ที่งดงามนี้ด้วยกันเสมอนะครับ
คุณหนูครับ อย่าจับผีมาเล่นแทนตุ๊กตา•ตอนที่ 29
คำสารภาพของหัวใจ
ผลงานโดย เข็มทิศมองวิญญาณ
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (เข็มทิศมองวิญญาณ)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง คุณหนูครับ อย่าจับผีมาเล่นแทนตุ๊กตา นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!