เสียงตบโต๊ะไม้สักทองดังสนั่นหวั่นไหว ทว่ากลับไร้ซึ่งความเกรี้ยวกราด มีเพียงเสียงหัวเราะทุ้มต่ำอย่างชอบอกชอบใจของชายชราในชุดสูทสากลเนี๊ยบกริบ ผู้ดำรงตำแหน่งนายกสมาคมผู้ใช้อคมะแห่งประเทศไทย
"ฮ่าๆๆ! เจ้าเด็กนี่... สร้างเรื่องปวดหัวให้สมาคมเราไม่เว้นแต่ละวันจริงๆ สินะครับท่านอาจารย์จันทร์เจ้า"
รินทร์ในวัยสิบเก้าปีเต็ม นั่งไขว่ห้างอยู่บนโซฟาสีเขียวมรกตอย่างสบายอารมณ์ ในมือถือแก้วชาอุ่นๆ ที่ส่งกลิ่นหอมกรุ่นของใบชาอู่หลงชั้นดี บนตักของเขามี ‘ตุ๊กตาอาคม’ ตัวใหม่—ซึ่งก็คือวิญญาณระดับภัยพิบัติที่เพิ่งถูกสยบเมื่อคืนก่อน กำลังนั่งพับเพียบเรียบร้อยและคอยนวดขาให้เขาอย่างจำยอม ดวงตากลมโตของวิญญาณตนนั้นฉายแววหวาดผวาชัดเจน ทุกครั้งที่ปลายนิ้วเรียวยาวของรínทร์เคาะลงบนพนักพิงเบาๆ
"เขาไม่ได้สร้างเรื่องปวดหัวหรอกครับท่านนายก... เขาแค่ทำให้พวกเราตกงานเร็วกว่ากำหนดต่างหาก"
เสียงนุ่มนวลแต่เจือรอยยبرเยาะเย้ยดังมาจากมุมห้อง อาจารย์จันทร์เจ้ายืนกอดอกพิงผนังกระจกใส เผยให้เห็นวิวกรุงเทพฯ ยามบ่ายที่ทอดยาวสุดสายตา วันนี้เธอไม่ได้สวมชุดคลุมอาคมสีดำทะมึนเช่นเคย หากแต่เป็นชุดสูทกระโปรงเข้ารูปสีเทาเข้มที่ขับเน้นบุคลิกสง่างามน่าเกรงขาม ทว่าแววตาที่มองเด็กหนุ่มตรงหน้ากลับเต็มไปด้วยความอบอุ่นลึกซึ้งที่ยากจะหาใครเทียบ
ย้อนกลับไปเมื่อหนึ่งปีเศษก่อน เด็กหนุ่มผู้ถือสมุดบันทึกสีดำเล่มเก่าๆ ก้าวเข้าสู่โลกแห่งไสยเวทด้วยความงอะเงิ่นและสัญชาตญาณเอาตัวรอดอันเฉียบคม ไม่มีใครคาดคิดว่าเด็กหนุ่มผู้ใช้ ‘ตุ๊กตา’ เป็นเครื่องมือต่อรอง จะกลายมาเป็นผู้พลิกโฉมหน้าประวัติศาสตร์วงการปราบผีไทย ลบล้างคำสาปโบราณที่สืบทอดมานับร้อยปี และไขปริศนาเบื้องหลังโศกนาฏกรรมตระกูลใหญ่ได้อย่างหมดจด
กระดาษรายงานบนโต๊ะระบุชื่อคดีนับร้อยที่ถูกปิดลงอย่างสมบูรณ์แบบ ทุกคดีไม่ได้จบลงด้วยการทำลายล้างวิญญาณให้สูญสลาย แต่จบลงด้วย ‘ความเข้าใจ’ และ ‘การเยียวยา’ ซึ่งเป็นวิถีเฉพาะตัวที่สมาคมไม่เคยบันทึกไว้ในตำราเล่มไหน
"รายงานการประเมินสถานะประจำปีเสร็จสิ้นแล้วนะครับรินทร์" นายกสamคมเลื่อนแฟ้มเอกสารปกหนังสีน้ำเงินเข้มมาตรงหน้า "ในฐานะผู้ปราบผีระดับ SSS สังกัดอิสระ ทางสมาคมมีมติเป็นเอกฉันท์... แต่งตั้งให้เธอเป็น 'ที่ปรึกษากิตติมศักดิ์' อายุน้อยที่สุดในประวัติศาสตร์ พร้อมสิทธิ์ขาดในการเข้าถึงคลังอาคมลับระดับปรมาจารย์"
รินทร์วางแก้วชาลงช้าๆ สายตาคมกริบกวาดมองตัวอักษรในเอกสารด้วยความสงบนิ่ง เขาย่อมรู้ดีว่าตำแหน่งนี้ไม่ได้มาเพราะโชคช่วย แต่แลกมาด้วยหยาดเหงื่อ รอยแผลเป็นจางๆ ที่ต้นแขนซ้าย และการต่อสู้เคียงบ่าเคียงกับอาจารย์จันทร์เจ้าในดินแดนสนธยาที่เกือบเอาชีวิตไม่รอด
"ขอบพระคุณครับท่านนายก แต่ผมเกรงว่าห้องทำงานส่วนตัวในสมาคมคงไม่จำเป็นหรอกครับ เพราะงานของผม... อยู่ข้างนอกนั่นต่างหาก"
รินทร์พยักเพยิดไปยังหน้าต่างตึกสูง เบื้องล่างคือมหานครอันกว้างใหญ่ที่เต็มไปด้วยแสงสีและเงาดำมืดแห่งจิตมนุษย์ที่รอการชำระล้าง แม้คดีใหญ่จะคลี่คลายแล้ว แต่โลกแห่งวิญญาณไม่เคยหลับใหล และตราบใดที่ความโลภ โกรธ หลง ยังคงหล่อเลี้ยงความอาฆาต การเดินทางของพวกเขาก็ยังคงดำเนินต่อไป
อาจันทร์เจ้าเดินเข้ามาใกล้ วางมือเรียวลงบนบ่าของเด็กหนุ่มเบาๆ สัมผัสอุ่นซ่านที่คุ้นเคยถ่ายทอดความหมายนับพันคำโดยไม่ต้องเอื้อnเอ่ย เธอยิ้มบางๆ ที่มุมปาก "พักผ่อนมามากพอแล้วกระมังครับคุณรินทร์? ได้ข่าวว่าเขตย่านเก่าด้านตะวันออกมีวิญญาณเร่ร่อนตนใหม่กำลังอาละวาดแย่งที่นอนแมวอยู่ไม่ใช่หรือ?"
รินทร์หัวเราะในลำคอเบาๆ เขาลุกขึ้นยืนเต็มความสูง ปัดเศษฝุ่นที่มองไม่เห็นบนเสื้อสูทออกอย่างเนี๊ยบกริบ ก่อนจะสะพายกระเป๋าหนังคู่ใจขึ้นบ่า พร้อมกับที่วิญญาณระดับภัยพิบัติบนตักหดตัวเหลือขนาดเท่าฝ่ามือแล้วกระโดดขึ้นไปเกาะบนไหล่ของเขาอย่างรู้งาน
"นั่นไม่ใช่หน้าที่ปราบผีหรอกครับอาจารย์... นั่นมันคืองานไกล่เกลี่ยข้อพิพาทต่างหาก" รินทร์หันไปยิ้มให้คู่หูผู้ร่วมเป็นร่วมตาย "ไปกันเถอะครับ เรายังมีคดีที่ต้องบันทึกอีกเยอะ"
ทั้งสองก้าวเดินเคียงกันออกจากห้องประชุม ท่ามกลางสายตาแสดงความเคารพจากเหล่าผู้อาวุโสในสมาคม ชื่อเสียงของ "รินทร์" และ "อาจารย์จันทร์เจ้า" ได้ถูกจารึกไว้ในฐานะตำนานที่ยังมีลมหายใจ ตำนานของผู้ชายที่ไม่ได้มองผีเป็นศัตรู แต่เป็นเพื่อนร่วมโลกที่หลงทาง และพร้อมจะหยิบยื่นรอยยิ้มปนความกวนประสาทให้เสมอไม่ว่าวิญญาณตนนั้นจะน่ากลัวเพียงใดก็ตาม
กริ๊ง!
เสียงกระดิ่งลมโบราณที่ห้อยอยู่หน้าประตูทางออกดังขึ้นกังวาน พร้อมกับหน้าต่างโปร่งใสของระบบที่ปรากฏขึ้นเบื้องสายตารินทร์เป็นครั้งสุดท้ายในบทนี้...
[ติ๊ง! ภารกิจหลัก: "ตำนานหน้าใหม่ของผู้ปราบผี" สำเร็จลุล่วง 100%]
[ท่านได้รับฉายาถาวร: "ผู้ชี้นำวิญญาณแห่งมหานคร"]
[ปลดล็อกดินแดนสำรวจใหม่: "เขาวงกตแห่งความทรงจำนิรันดร์" - เตรียมพร้อมสำหรับการผจญภัยครั้งใหม่...]
รินทร์ยิ้มมุมปากปิดหน้าต่างระบบลงด้วยปลายนิ้ว ก่อนจะก้าวเท้าเดินออกไปสู่แสงตะวันยามเย็นที่ทอประกายอบอุ่น ท่ามกลางเรื่องราวที่ไม่มีวันสิ้นสุดของพวกเขาสองคน
ขอขอบพระคุณนักอ่านทุกท่านที่ร่วมเดินทาง เคียงบ่าเคียงไหล่ และเติบโตมากับความสัมพันธ์ที่งดงามนี้ด้วยกันเสมอนะครับ
"เข็มทิศมองวิญญาณ"
คุณหนูครับ อย่าจับผีมาเล่นแทนตุ๊กตา•ตอนที่ 30
ตำนานหน้าใหม่ของผู้ปราบผี
ผลงานโดย เข็มทิศมองวิญญาณ
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (เข็มทิศมองวิญญาณ)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง คุณหนูครับ อย่าจับผีมาเล่นแทนตุ๊กตา นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!