"ถ้าพวกคุณก้าวพลาดแม้แต่ก้าวเดียว วิญญาณอาฆาตพวกนั้นจะไม่ได้แค่ฉีกกระชากเนื้อหนังของพวกคุณหรอกนะครับ... แต่อาจจะดึงเอาความกลัวลึกที่สุดในจิตใต้สำนึกออกมารabusing จนพวกคุณกลายเป็นบ้าไปตลอดกาล"
เสียงเตือนของอาจารย์จันทร์เจ้าดังลอดผ่านเครื่องขยายเสียงตัวเล็กที่ติดอยู่ตรงปกเสื้อ ก้องกังวานอยู่ในหูของรินทร์ ท่ามกลางความมืดมิดสนิทของอาคารเรียนรกร้างตึกสาม พื้นที่จัดการสอบภาคปฏิบัติของสำนักวิชาไสยเวทในวันนี้ ถูกโรยด้วยเกลือเสกและผงอาถรรพ์จนส่งกลิ่นคาวคลุ้งจางๆ แตะนาโย่ง รินทร์ในชุดนักศึกษาปีสองที่สวมเสื้อคลุมสีเข้มขยับแว่นสายตาเล็กน้อย นัยน์ตาสีเข้มกวาดมองไปเบื้องหน้าอย่างพิจารณา ผ่านแสงไฟฉายดวงเล็กที่ส่องตัดความมืด
ตรงหน้าของเขาคือ 'ห้องเรียนประวัติศาสตร์อาคม' ที่ถูกผนึกไว้กว่าสิบปี โต๊ะและเก้าอี้ไม้สักเก่าคร่ำคร่าถูกสุมกองไว้ราวกับกำแพงเขาวงกต ทุกตารางนิ้วถูกเคลือบด้วยอาถรรพ์ลวงตาที่พร้อมจะเล่นงานจิตใจของผู้บุกรุก บรรยากาศรอบตัวกดดันจนรู้สึกได้ถึงไอเย็นยะเยือกที่ไต่ขึ้นมาตามข้อเท้า ราวกับมีมือที่มองไม่เห็นพยายามดึงรั้งเขาไว้ไม่ให้ก้าวไปข้างหน้า
รินทร์สูดลมหายใจเข้าลึกเพื่อปรับจังหวะการเต้นของหัวใจ ในสถานการณ์ที่เต็มไปด้วยกับดักวิญญาณระดับอาฆาต ความตื่นตระหนกคือศัตรูตัวฉกาจที่สุด เขาใช้ปลายนิ้วแตะที่หน้าผากเบาๆ กระตุ้นเนตรทิพย์ที่หลับใหลอยู่ให้ตื่นขึ้น ภาพเบื้องหน้าพลันเปลี่ยนไปจากเดิม ความมืดมิดเริ่มปรากฏเส้นแสงสีแดงฉานระโยงระยางโยงใยไปทั่วห้อง นั่นคือโครงข่ายของอักขระอาคมดักจับวิญญาณที่ถูกวางไว้เพื่อทดสอบผู้เข้าสอบ หากใครเดินชนเส้นแสงเหล่านี้แม้แต่นิดเดียว วิญญาณสัมภเวสีที่ซ่อนตัวอยู่ตามเงาไม้จะรุมทึ้งทันที
"เด็กหนุ่มคนนั้น... ท่าทางจะรอดได้ไม่เกินห้านาทีหรอกมั้ง"
เสียงกระซิบเย้ยหยันดังมาจากกลุ่มผู้คุมสอบที่นั่งมองผ่านจอภาพวงจรปิดเวทมนตร์ในห้องควบคุม อาจารย์ชราคนหนึ่งหัวเราะในลำคอด้วยความขบขัน เมื่อเห็นรินทร์กำลังเดินตรงไปยังมุมอับสายตา ซึ่งเป็นจุดที่อันตรายที่สุดในแผนผังห้องเรียนนี้
ทว่า... รินทร์ไม่ได้สะทกสะท้านเลยแม้แต่น้อย ริมฝีปากหยักยิ้มบางๆ อย่างนึกสนุก เขามีอาวุธลับที่พวกอาจารย์คาดไม่ถึง
[ติ๊ง! ตรวจพบกับดักวิญญาณระดับ 3: อาคมม่านเงากลืนวิญญาณ]
[เงื่อนไขการแก้ทาง: ใช้ผงถ่านอาคมโรยทับจุดศูนย์กลางของอักขระเพื่อหักล้างพลังงานลบ]
[คำแนะนำจากระบบ: หากทำสำเร็จ จะได้รับแต้มประสบการณ์ x2 และปลดล็อกสกิล 'ก้าวพรายทมิฬ']
เสียงแจ้งเตือนจากระบบบันทึกคดีดังขึ้นในหัวของรินทร์ พร้อมกับหน้าจอโฮโลแกรมโปร่งแสงที่ปรากฏขึ้นเบื้องสายตา ข้อมูลรายละเอียดของกับดักถูกถอดรหัสออกมาอย่างหมดเปลือก ช่างเป็นความได้เปรียบที่หาสิ่งใดเทียบไม่ได้ รินทร์หยิบซองกระดาษบรรจุผงถ่านอาคมสีดำสนิทออกมาจากกระเป๋าเสื้ออย่างใจเย็น เขากะระยะด้วยสายตาอย่างแม่นยำราวกับสถาปนิกกำลังวัดแนวคานบ้าน
*ฟึบ!*
ผงถ่านถูกโปรยออกไปเป็นเส้นโค้งสวยงามกลางอากาศ ก่อนจะตกลงกระทบกับพื้นไม้กระดานผุพังตรงจุดตัดของอักขระพอดี ทันใดนั้น เกิดประกายไฟสีม่วงอมฟ้าสว่างวาบขึ้นพร้อมกับเสียงกรีดแหลมเล็กของวิญญาณเร่ร่อนที่ถูกทำลายล้าง ม่านพลังงานลวงตาที่ปิดกั้นทางเดินพลันสลายกลายเป็นละอองควันสีขาวจางๆ เปิดทางเดินโล่งกว้างให้รินทร์ก้าวผ่านไปได้อย่างง่ายดาย
"เฮ้ย... หมอนั่นทำได้อย่างไรกัน?" อาจารย์ชราในห้องควบคุมอุทานออกมาด้วยความตกตะลึงจนทำแฟ้มเอกสารในมือหล่นร่วงลงพื้น อักขระม่านเงากลืนวิญญาณชุดนั้น เป็นผลงานการสร้างของปรมาจารย์ไสยเวทมือฉกาจ ที่แม้แต่ผู้เข้าสอบระดับหัวกะทิยังต้องเสียเวลาถอดรหัสนานนับชั่วโมง แต่เด็กหนุ่มคนนี้กลับใช้เวลาเพียงชั่วพริบตาในการทำลายมันราวกับรู้โครงสร้างมาก่อนล่วงหน้า
รินทร์เดินทอดน่องผ่านซากปรักหักพังด้วยท่าทีสบายๆ ราวกับกำลังเดินชมพิพิธภัณฑ์ศิลปะยามบ่าย เขาส่งยิ้มให้กล้องวงจรปิดตัวจิ๋วที่ซ่อนอยู่บนมุมเพดาน ท่าทางกวนประสาทนั้นทำเอาอาจารย์จันทร์เจ้าที่นั่งจิบชาสังเกตการณ์อยู่ถึงกับมุมปากกระตุกเล็กน้อยด้วยความหมั่นไส้ปนเอ็นดู
"รอบคอบเกินไปแล้วนะครับ... เด็กคนนี้" อาจารย์จันทร์เจ้าพึมพำกับตัวเองเบาๆ แววตาสีเข้มทอประกายความภาคภูมิใจลึกๆ
ทว่า ความเงียบสงบไม่ได้อยู่กับรินทร์นานนัก เมื่อเขาเดินลึกเข้ามาถึงใจกลางห้องเรียน แรงกดดันรอบตัวก็พุ่งสูงขึ้นอย่างฉับพลัน อุณหภูมิในห้องลดฮวบลงจนลมหายใจกลายเป็นไอสีขาว โต๊ะเก้าอี้ไม้สักที่กองสุมกันอยู่เริ่มสั่นไหวและเคลื่อนที่ได้เองโดยไม่มีใครสัมผัส พื้นห้องไม้กระดานส่งเสียงเอี๊ยดอ๊าดราวกับมีบางสิ่งที่มีน้ำหนักมหาศาลกำลังเดินย่างสามขุมเข้ามาใกล้
*ตึง... ตึง... ตึง...*
เสียงฝีเท้าหนักหน่วงดังสะท้อนก้องอยู่ในโสตประสาท มันไม่ใช่เสียงของมนุษย์อย่างแน่นอน รินทร์หยุดฝีเท้าลงทันที รอยยิ้มขี้เล่นบนใบหน้าเลือนหายไป ถูกแทนที่ด้วยแววตาสุขุมจริงจัง เขากระชับแฟ้มบันทึกคดีในมือแน่นขึ้น พร้อมกับกวาดตามองรอบตัวอย่างรวดเร็ว
[คำเตือน! บอสประจำบท: 'วิญญาณอาจารย์ใหญ่ผู้ล่วงลับ' ปรากฏตัว]
[ระดับความอันตราย: S (สูงมาก)]
[สถานะ: คลุ้มคลั่งและต้องการตัวแทน]
เบื้องหน้าของรินทร์ เงาร่างสูงใหญ่ของชายชราในชุดสูทโบราณปรากฏขึ้นจากความว่างเปล่า ใบหน้าของเขาซีดเซียว ดวงตากลวงโบ๋มีเลือดสีดำไหลซึมออกมาไม่ขาดสาย ในมือข้างหนึ่งถือไม้เรียวเหล็กขึ้นสนิมที่ส่งเสียงเสียดสีกับพื้นจนเกิดประกายไฟแปลบปลาบ มันจ้องมองรินทร์ด้วยความอาฆาตมาดร้าย พลังจิตสังหารที่แผ่ออกมาทำให้บรรยากาศรอบตัวบิดเบี้ยว
"แก... เป็นใคร? กล้าดียังไงถึงบุกรุกเข้ามาในเขตหวงห้ามของฉัน!" เสียงแหบพร่าและทรงพลังดังสะท้อนก้องอยู่ในหัวของรินทร์ จนรู้สึกเจ็บแปลบที่ขมับ
รินทร์ไม่ตอบคำถามนั้น เขายังคงรักษาสติไว้ได้อย่างมั่นคง แม้เหงื่อกาฬจะเริ่มซึมตามไรผม สมองของเขาประมวลผลอย่างรวดเร็วเพื่อหาจุดอ่อนของบอสตรงหน้า ไม้เรียวเหล็กในมือของวิญญาณตนนั้นมีออร่าสีดำปกคลุมหนาแน่น แสดงว่าเป็นอาวุธหลักในการโจมตีระยะประชิด และหากสังเกตให้ดี บริเวณข้อต่อของเงาร่างนั้นมีความโปร่งแสงมากกว่าส่วนอื่น ซึ่งหมายความว่า... พลังงานอาคมยังไม่เสถียรเต็มที่หลังจากการปลุก
รินทร์ยกย่องมุมปากขึ้นเล็กน้อยในสถานการณ์ที่คนทั่วไปคงเข่าอ่อนทรุดลงไปกองกับพื้น เขาไม่ได้ถอยหลังหนีแม้แต่ก้าวเดียว กลับเป็นฝ่ายก้าวเท้าออกไปข้างหน้าหนึ่งก้าวเพื่อเผชิญหน้ากับบอสประจำบทอย่างไม่เกรงกลัว
"สวัสดีครับอาจารย์... พอดีผมเป็นนักเรียนใหม่ที่หลงทางเข้ามาน่ะครับ" รินทร์เอ่ยทักทายด้วยน้ำเสียงสุภาพเรียบร้อย แต่แววตากลับเต็มไปด้วยความท้าทาย "สนใจให้ผมช่วยตรวจการบ้านครั้งสุดท้ายให้ไหมครับ?"
วิญญาณอาจารย์ใหญ่คำรามลั่นด้วยความโกรธเกรี้ยว เงาร่างพุ่งเข้าหารินทร์ด้วยความเร็วดุจพายุหมุน ไม้เรียวเหล็กถูกเงื้อขึ้นสูงพร้อมที่จะฟาดลงมาปลิดชีพผู้บุกรุกในคราวเดียว ประกายไฟสีแดงฉานระเบิดออกรอบตัวของบอส รัศมีการทำลายล้างกินวงกว้างจนกำแพงห้องเรียนเริ่มปริร้าว
รินทร์ย่อตัวลงต่ำในเสี้ยววินาทีที่เฉียดฉิว พร้อมกับสะบัดมือซ้ายออกไปเบื้องหน้าอย่างเด็ดขาด...
*กริ๊ง!*
เสียงกระดิ่งโบราณลึกลับดังขึ้นจากความว่างเปล่า ขัดขวางการโจมตีของบอสได้อย่างน่าอัศจรรย์ พร้อมกับหน้าจอระบบแจ้งเตือนระดับ SSS ที่สว่างวาบขึ้นเป็นสีแดงฉานบังคับสายตา
[ติ๊ง! ปลดล็อกเงื่อนไขลับ: การท้าทายผู้คุมกฎ]
[ระบบกำลังเชื่อมต่อพลังงานพิเศษ... โปรดเลือกผู้ช่วยสนับสนุน: 1. อาจารย์จันทร์เจ้า / 2. วิญญาณปริศนาในกระจกเงา]
[ตัวเลือกของคุณคือ...]
รินทร์เหลือบมองหน้าจอโฮโลแกรมแวบหนึ่ง ก่อนจะแย้มยิ้มออกมาเมื่อเห็นเงาร่างของใครบางคนก้าวออกมาจากม่านเงาด้านหลังของบอส พร้อมกับแรงกดดันระดับมหาศาลที่ทำให้ห้องเรียนทั้งห้องสั่นสะเทือน
ขอขอบพระคุณทุกท่านที่ร่วมเดินทางและไขปริศนาร้ายไปกับผม "เข็มทิศมองวิญญาณ" นะครับ
คุณหนูครับ อย่าจับผีมาเล่นแทนตุ๊กตา•ตอนที่ 10
ห้องเรียนสุดโหดกับบอสประจำบท
ผลงานโดย เข็มทิศมองวิญญาณ
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (เข็มทิศมองวิญญาณ)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง คุณหนูครับ อย่าจับผีมาเล่นแทนตุ๊กตา นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!