"ถ้าอาจารย์ยังยืนกรานว่าจะใช้วิธีบรรพบุรุษแบบนั้นล่ะก็... ผมเกรงว่าเราคงต้องเตรียมซื้อธูปเพิ่มอีกสักสองลังเพื่อจุดไว้อาลัยให้ความพยายามของพวกเราเองนะครับ"
ปลายนิ้วเรียวยาวของรินทร์เคาะลงบนพื้นผิวหน้าจอโฮโลแกรมใสแจ๋วที่ลอยคว้างอยู่กลางอากาศ เสียง *ติ๊ง* เบาๆ ดังขึ้นทุกครั้งที่เขาปัดนิ้วผ่านโค้ดอาคมโบราณที่ถูกแปลงให้อยู่ในรูปแบบดิจิทัล เบื้องหน้าของเขาคือค่ายกลปราบวิญญาณเจ็ดดาวที่สลักลงบนพื้นศิลาโบราณของสำนัก อาจารย์จันทร์เจ้ายืนกอดอกนิ่ง ดวงตาคมกริบภายใต้แสงเทียนสีนวลจับจ้องเด็กหนุ่มด้วยแววตาระคนความฉงนและระแวดระวัง
ในโลกที่ไสยเวทและเทคโนโลยีดิจิทัลหลอมรวมเข้าด้วยกัน รินทร์ไม่ได้เป็นเพียงผู้ใช้คุณไสยฝึกหัดทั่วไป แต่เขามี "ระบบบันทึกคดี" — อาวุธลับที่ทำหน้าที่วิเคราะห์ ถอดรหัส และหาช่องโหว่ของพลังงานลี้ลับทุกรูปแบบ
"รินทร์ เจ้ากำลังเล่นกับไฟ" เสียงทุ้มต่ำแต่นุ่มนวลของอาจารย์จันทร์เจ้าเอ่ยเตือน นางปรายตามองกลุ่มควันสีดำทมิฬที่กำลังส่งเสียงคำรามก้องอยู่ภายในเขตอาคม "ค่ายกลนี้สืบทอดมาสามร้อยปี การจะฝืนเร่งกระแสพลังปราณให้ทะลุขีดจำกัดด้วยการเชื่อมต่อกับระบบฐานข้อมูลวิญญาณ... มันไม่มีตำราเล่มไหนเขาทำกัน"
"ตำราไม่มีเขียนไว้ ก็ไม่ได้แปลว่ามันทำไม่ได้นี่ครับอาจารย์" รินทร์ยิ้มมุมปาก รอยยิ้มนั้นมีความกวนประสาทที่ทำให้อาจารย์สาวคิ้วกระตุกเล็กน้อย "โลกมันเปลี่ยนไปแล้วครับ บรรพบุรุษเราท่านเก่งกาจก็จริง แต่ถ้าท่านยังอยู่ ท่านก็คงใช้สมาร์ตโฟนสั่งข้าวกล่องเหมือนกันนั่นแหละ"
เด็กหนุ่มไม่รอให้อีกฝ่ายได้เอ่ยคัดค้านต่อ เขาพิมพ์ชุดคำสั่งภาษาไสยเวทผสมผสานกับโค้ดภาษาซีพลัสพลัสลงไปในระบบอย่างรวดเร็ว ปลายนิ้วรัวแป้นพิมพ์อากาศจนเกิดประกายไฟสีฟ้าแลบแปลบปลาบ
เป้าหมายของเขาในวันนี้ไม่ใช่การฝึกฝนตามตำราที่กินเวลาเป็นแรมเดือน แต่เป็นการใช้ "บั๊ก" หรือช่องโหว่ทางตรรกะของระบบบันทึกคดี ที่ตรวจพบว่า พลังงานความแค้นของวิญญาณระดับภัยพิบัติในค่ายกล สามารถนำมา "รีไซเคิล" และตีกลับเข้าสู่ร่างกายของผู้ใช้ในรูปแบบของค่าประสบการณ์ (EXP) แบบทวีคูณได้ หากทำการ "หลอก" ระบบด้วยการเปลี่ยนสถานะผู้ใช้ให้กลายเป็น "ผู้ดูแลระบบชั่วคราว"
*โฮกกกกก!*
แรงกดดันมหาศาลระเบิดออกมาจากใจกลางค่ายกล ลมพายุหมุนวนซัดเอาฝุ่นผงและเศษกระดาษปลิวว่อน อาจารย์จันทร์เจ้าขยับตัวเข้าประชิดอย่างรวดเร็ว มือเรียวตวัดยันต์กระดาษสีทองขึ้นฟ้าเพื่อตรึงอาคมไม่ให้แตก
"รินทร์! ถอยออกมา!" นางตะโกนแข่งกับเสียงคำรามของวิญญาณร้าย สีหน้าของหญิงสาวเปลี่ยนเป็นเคร่งเครียดอย่างเห็นได้ชัด นางสัมผัสได้ถึงกระแสพลังงานดิบเถื่อนที่กำลังทะลักเข้าหารินทร์ราวกับเขื่อนแตก หากเด็กหนุ่มควบคุมมันไม่ได้ เส้นชีพจรปราณในร่างจะแหลกสลายภายในสามวินาที
แต่รินทร์กลับไม่ถอย
ดวงตาคู่นั้นสะท้อนแสงสีฟ้าเรืองรองจากหน้าต่างระบบ ร่างกายของเขานิ่งค้างราวกับรูปปั้น มีเพียงสมองที่กำลังประมวลผลด้วยความเร็วสูงสุด
*ตรวจพบช่องโหว่: การซ้อนทับของเขตอาคมโบราณและฐานข้อมูลดิจิทัล*
*ทำการรีOOTระบบพลังงาน... 10%... 50%... 90%...*
*คำเตือน: ความเสี่ยงในการสูญเสียสติปัญญาชั่วคราวอยู่ในระดับสูง*
*ช่างมันเถอะครับ ระบบ... ดำเนินการต่อเลย* รินทร์พึมพำในใจ
*ติ๊ง!*
เสียงแจ้งเตือนที่คุ้นเคยดังขึ้นก้องอยู่ในโสตประสาท แต่มันไม่ใช่เสียงปกติทั่วไป เสียงนั้นกังวานและทรงพลังราวกับระฆังวัดโบราณที่ถูกตีด้วยค้อนเหล็ก
[ยินดีด้วย! ผู้เล่น 'รินทร์' ทำการเจาะระบบค่ายกลโบราณสำเร็จ]
[กระตุ้นเงื่อนไขลับ: 'การลัดวงจรแห่งวิญญาณ' (Soul Short-Circuit)]
[ระดับเลเวลกระโดดข้าม: เลเวล 12 ➔ เลเวล 25 ในพริบตา!]
[ปลดล็อกทักษะพิเศษระดับสูง: 'เนตรมารสะท้อนนรก' (Hellfire Mirror Eye)]
*เปรี้ยงงงง!*
แสงสว่างวาบสีทองเจิดจ้าพุ่งทะยานจากพื้นดินขึ้นสู่ท้องยามค่ำคืน แรงระเบิดจากการเลเวลอัปอย่างก้าวกระโดดแผ่ขยายออกเป็นวงกว้างจนระเบียงไม้ของสำนักสั่นสะเทือน วิญญาณร้ายที่เคยคำรามด้วยความเกรี้ยวกราดเมื่อครู่ บัดนี้กลับส่งเสียงกรีดร้องด้วยความหวาดกลัวต่อแรงกดดันมหาศาลที่กดทับมันลงไปกองกับพื้น
อาจารย์จันทร์เจ้าถึงกับผงถอยหลังไปหนึ่งก้าว ดวงตากลมโตเบิกกว้างอย่างไม่อยากจะเชื่อสิ่งที่เห็น นางสัมผัสได้ชัดเจนว่าพลังปราณรอบตัวของรินทร์พุ่งทะยานขึ้นสูงจนน่าตกใจ จากเด็กหนุ่มผู้มีพลังระดับรากหญ้าเมื่อชั่วโมงก่อน บัดนี้กลิ่นอายรอบตัวเขากลับเทียบเท่ากับปรมาจารย์ผู้ฝึกตนมานานนับทศวรรษ
รินทร์ค่อยๆ ลดมือลงจากอากาศ ลลมหายใจเข้าออกสม่ำเสมอ ดวงตาสีดำสนิทข้างซ้ายเปลี่ยนเป็นประกายสีทองอร่ามวับ เขากระพริบตาปริบๆ ก่อนจะหันมาส่งยิ้มบางๆ ให้กับอาจารย์สาวที่ยังคงยืนอึ้งค้าง
"เห็นไหมครับอาจารย์... บอกแล้วว่าประหยัดเวลาไปได้เยอะแยะ แถมไม่ต้องเมื่อยมือร่ายคาถาตั้งสามร้อยจบด้วยนะสิครับ" รินทร์เอ่ยด้วยน้ำเสียงราบเรียบ ราวกับสิ่งที่เพิ่งทำลงไปเป็นเพียงการกดอัปเดตแอปพลิเคชันในโทรศัพท์มือถือ
อาจารย์จันทร์เจ้ากลืนน้ำลายลงคออย่างยากลำบาก นางมองหน้าลูกศิษย์ตัวแสบสลับกับร่องรอยพลังงานที่ยังคงหลงเหลืออยู่บนพื้นศิลา นางเปิดปากจะเอ็ดสักคำสองคำ แต่ทว่า...
*ติ๊ง!*
เสียงแจ้งเตือนจากระบบดังขึ้นอีกครั้ง ขัดจังหวะความเงียบงันภายในห้องโถง รินทร์ที่กำลังจะหันไปเก็บอุปกรณ์ชะתกักฝีเท้าลง สีหน้าที่เคยผ่อนคลายและติดกวนประสาทเมื่อครู่ พลันเปลี่ยนเป็นเคร่งขรึมขึ้นมาในทันที
[แจ้งเตือนด่วนจากระบบบันทึกคดี: ตรวจพบสัญญาณชีพแปลกปลอม]
[เป้าหมาย: สิ่งมีชีวิตระดับ SSS 'แขกที่ไม่ได้รับเชิญ' กำลังเชื่อมต่อเข้าสู่พิกัดปัจจุบันของคุณ]
[ระยะทาง: อีก 300 เมตร... และกำลังเคลื่อนที่เข้ามาด้วยความเร็วสูง]
[ข้อความจากระบบ: "ยินดีต้อนรับสู่กับดักที่พวกเจ้าสร้างขึ้นเอง... เจ้าหนู"]
รอยยิ้มบนใบหน้าของรินทร์หายวับไป ดวงตาคมกริบหันขวับไปมองยังประตูไม้บานใหญ่ที่ปิดสนิทเบื้องหน้า ท่ามกลางความเงียบสงบยามวิกาล เสียงฝีเท้าฝ่าความมืดของใครบางคน—หรือบางสิ่ง—ก็ดังขึ้น "ก๊อก... ก๊อก... ก๊อก..." สามครั้ง ช้าๆ แต่มั่นคงราวกับเสียงเคาะประตูเรียกวิญญาณ
ขอขอบพระคุณทุกท่านที่ร่วมเดินทางและไขปริศนาร้ายไปกับผม "เข็มทิศมองวิญญาณ" นะครับ
คุณหนูครับ อย่าจับผีมาเล่นแทนตุ๊กตา•ตอนที่ 11
เลเวลอัปแบบโกงๆ
ผลงานโดย เข็มทิศมองวิญญาณ
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (เข็มทิศมองวิญญาณ)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง คุณหนูครับ อย่าจับผีมาเล่นแทนตุ๊กตา นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!