"หา... เจอ... ตัว... แล้ว..."
เสียงกระซิบแหบพร่าประดุจเสียงขูดขีดของเล็บเหล็กบนกระจกใส ลอยวนเวียนอยู่รอบโสตประสาทของรินทร์ในระยะประชิด กลิ่นอายความตายและกลิ่นเหม็นอับของซากศพที่ถูกฝังกลบมานานนับทศวรรษโชยเข้าเตะจมูกจนแสบโพรงจมูก ความหนาแน่นของพลังงานไสยเวทสายสีดำทมิฬแผ่พุ่งทะลักจนอากาศรอบกายกลายเป็นสีเทาขุ่นมัว ทัศนียภาพภายในโกดังร้างแห่งนี้บิดเบี้ยวราวกับภาพวาดสีน้ำมันที่ถูกสาดด้วยน้ำร้อน
รินทร์ยืนนิ่งอยู่เบื้องหน้าแท่นบูชาโบราณที่สลักด้วยอักขระเขมรโบราณ ปลายนิ้วเรียวยาวของเขากำสมุดบันทึกคดีในมือแน่นจนข้อต่อนิ้วขึ้นสีขาวซีด หน้าจอดิจิทัลสีฟ้าเรืองแสงอ่อนๆ ของระบบลอยเด่นอยู่กลางอากาศ สะท้อนภาพใบหน้าของเด็กหนุ่มที่แม้จะมีหยาดเหงื่อผุดพรายเต็มกรอบหน้า แต่แววตาคมกริบกลับฉายชัดถึงความนิ่งสงบอย่างน่าประหลาด
ทว่า ความนิ่งนั้นกำลังถูกทดสอบด้วยตัวเลขบนหน้าจอระบบที่กระพริบเตือนรัวเร็ว
[แจ้งเตือนระบบ: ตรวจพบแก่นพลังงานวิญญาณระดับอาฆาตสูงสุด (Class S)]
[คำเตือน: หากท่านทำการดูดซับพลังงานจาก 'ศิลาอาถรรพ์พรายมหากาฬ' ในขณะนี้ ระดับพลังไสยเวทของท่านจะทะยานสู่ขีดสุด ข้ามขั้นไป 3 เลเวลในพริบตา และปลดล็อกทักษะสายมืดระดับตำนาน]
[เงื่อนไขแลกเปลี่ยน: พลังชีวิต 80% ของมนุษย์ในรัศมี 3 กิโลเมตร (รวมถึงประชาชนผู้บริสุทธิ์ในเขตชุมชนใกล้เคียง) จะถูกถ่ายเทมาเป็นเชื้อเพลิงในการหลอมรวม]
ตัวเลขสีแดงฉานเตือนภัยกะพริบถี่ระรัวราวกับเสียงหัวใจที่เต้นเร่าด้วยความหวาดกลัว รินทร์กวาดสายตามองหน้าต่างระบบนั้นด้วยความรู้สึกที่หลากหลาย ความเย้ายวนของพลังที่อยู่เพียงเอื้อมมือช่างหอมหวานเหลือเกิน หากเขายอมรับข้อเสนอนี้ เขาก็จะไม่ต้องหวาดกลัวภูตผีตนใดในใต้หล้าอีกต่อไป การไขปริศนาคดีลี้ลับทั้งหมดจะกลายเป็นเรื่องง่ายดายราวกับการพลิฝ่ามือ
แต่ทว่า... ภาพของเด็กหญิงตัวเล็กๆ ที่เขาร2คนเพิ่งช่วยชีวิตไว้จากคดีโรงเรียนร้างเมื่อสัปดาห์ก่อน ภาพรอยยิ้มของชาวบ้านร้านตลาดริมคลองที่มักจะส่งขนมติดไม้ติดมือมาให้เขาเสมอ ยามที่เขาเดินตรวจตราพื้นที่ กลับผุดขึ้นมาในหัวสมองอย่างเด่นชัด
"ถ้ารินทร์เลือกพลัง... คนพวกนั้นจะไม่เหลือแม้แต่ลมหายใจสินะครับ"
เสียงทุ้มต่ำแต่นุ่มนวลของอาจารย์จันทร์เจ้าดังขึ้นจากเบื้องหลัง หญิงสาวในชุดอาคมสีดำสนิทเดินฝ่าม่านหมอกไสยเวทเข้ามา ใบหน้าเรียบนิ่งของเธอยามนี้ซีดเผือด ร่องรอยบาดแผลจากการปะทะกับสมุนภูตผีก่อนหน้านี้ทำให้ลมหายใจของเธอติดขัดเล็กน้อย ทว่าแววตาคู่คมที่มองตรงมายังลูกศิษย์หนุ่มกลับเต็มไปด้วยความไว้วางใจอย่างลึกซึ้ง
รินทร์เหลือบหันไปมองอาจารย์สาวแวบหนึ่ง รอยยิ้มบางเบาที่มักจะเจือความกวนประสาทถูกยกขึ้นที่มุมปากตามความคุ้นเคย แม้ในยามวิกฤตเช่นนี้เขาก็ยังไม่ทิ้งนิสัยเดิม
"อาจารย์ครับ... พูดแบบนี้แปลว่าไม่เชื่อมือลูกศิษย์คนนี้เลยหรือครับ ว่าผมจะมีวิธีอื่นที่ฉลาดกว่าการเลือกแบบสูญเสียทั้งหมด?"
จันทร์เจ้าแค่นหัวเราะในลำคอเบาๆ แววตาไหววับชั่วขณะ "เจ้าเด็กคนนี้นี่นะ... สถานการณ์เป็นตายร้ายดีขนาดนี้ ยังมีอารมณ์มาต่อรองอีกรึ? จำไว้รินทร์ พลังที่ได้มาโดยแลกกับชีวิตผู้บริสุทธิ์ มันไม่ใช่ไสยเวทปราบผี แต่มมันคือมนต์ดำที่กัดกินแม้กระทั่งความเป็นคนของเจ้าเอง"
"ผมทราบดีครับ..." รินทร์ทอดเสียงลงเล็กน้อย ความขี้เล่นในแววตาสลายหายไป เหลือเพียงความเด็ดเดี่ยวที่ยากจะสั่นคลอน "ผมไม่ได้เกิดมาเพื่อเป็นปีศาจ... แต่ผมเกิดมาเพื่อบันทึกเรื่องราวของพวกมันต่างหาก"
สิ้นคำพูด รินทร์ก็ตัดสินใจครั้งสำคัญ เขาไม่เพียงแต่ปฏิเสธการดูดซับพลังงานจากศิลาอาถรรพ์ แต่เขายังพลิกสมุดบันทึกคดีในมือ กลับหน้ากระดาษไปยังบทบัญญัติปราบมารโบราณที่เขาเพิ่งปลดล็อกได้จากคดีคราวก่อน ปลายนิ้วที่อาบด้วยเลือดจากการกัดปลายนิ้วของตนเอง ลากเส้นอักขระลงบนปกสมุดอย่างรวดเร็วและแม่นยำ
*วู้มมมม!*
พลังงานสีทองอร่ามพวยพุ่งสวนทางกับความมืดมิดของศิลาอาถรรพ์ แสงสว่างเจิดจ้าขับไล่ความอับทึบของโกดังร้างให้สว่างไสวราวกับยามรุ่งอรุณ เสียงกรีดร้องโหยหวนของวิญญาณร้ายดังระเบิดขึ้น ก่อนจะถูกกดทับด้วยอาคมแห่งแสงสว่างที่รินทร์และจันทร์เจ้าร่วมกันประสานพลังร่ายขึ้นพร้อมกัน
[แจ้งเตือนระบบ: ท่านปฏิเสธเงื่อนไขแลกเปลี่ยนระดับ SSS]
[ระบบทำการปรับเปลี่ยนเส้นทางวิวัฒนาการ...]
[ปลดล็อกทักษะเฉพาะตัว: 'บันทึกชำระวิญญาณ (Purification Chronicle)' เลเวล MAX]
แรงกระแทกจากการปะทะของพลังทั้งสองสายทำให้ฝุ่นละอองตลบอบอวล รินทร์เซถอยหลังไปสองก้าวโดยมีมือเรียวของจันทร์เจ้าเข้ามาประคองหลังไว้ทัน ทว่าในเสี้ยววินาทีที่ความเงียบสงบเริ่มกลับคืนมา เสียงฝีเท้าหนักหน่วงนับสคู่ก็ดังขึ้นจากด้านนอกประตูโกดังที่ถูกพังทลายลง
ไม่ใช่เสียงของตำรวจ... และไม่ใช่เสียงของชาวบ้าน
เงาร่างนับสิบในชุดสูทสีดำสนิทปรากฏขึ้นพร้อมกับไอพลังงานไสยเวทระดับสูงที่น่าสะพรึงกลัวยิ่งกว่าวิญญาณร้ายตนใดที่พวกเขาเคยเจอ บุคคลปริศนาผู้ยืนอยู่หน้าสุดค่อยๆ ก้าวเท้าเข้ามา แสงไฟจากภายนอกส่องกระทบใบหน้าครึ่งซีกที่มีรอยแผลเป็นรูปอักขระโบราณลากยาวจากขมับถึงลำคอ
"เก่งมาก... เด็กน้อย เจ้าทำลายแผนการของสมาคมเงาพยัคฆ์ไปครึ่งหนึ่งแล้ว" เสียงทุ้มต่ำเอ่ยขึ้นด้วยรอยยิ้มเย็นชา "แต่คิดหรือว่า... การเลือกปกป้องคนพวกนั้น จะทำให้พวกเขารอดพ้นจากเงื้อมมือของ 'ท่านผู้นั้น' ได้จริงๆ?"
รินทร์หรี่ตาลงทันที สมุดบันทึกในมือสั่นสะท้อนด้วยความถี่สูงจนน่าใจหาย หน้ากระดาษสุดท้ายที่ว่างเปล่ามาตลอด กลับปรากฏตัวหนังสือสีเลือดเขียนขึ้นเองโดยอัตโนมัติ เป็นรายชื่อและพิกัดที่คุ้นเคยอย่างยิ่ง...
บ้านของเด็กหญิงที่เขาเพิ่งไปช่วยมาเมื่อสัปดาห์ก่อน!
รินทร์สูดลมหายใจเข้าลึกอย่างสะกดกลั้นอารมณ์ ความเดือดดาลพุ่งพล่านขึ้นมาถึงขั้วหัวใจ แต่น้ำเสียงที่หลุดจากริมฝีปากของเขากลับราบเรียบและเย็นเยียบเสียจนจันทร์เจ้าต้องหันมามองด้วยความตกใจ
"พวกคุณ... เล่นนอกบทกันเกินไปหน่อยแล้วนะครับ"
***
ขอบพระคุณนักอ่านทุกท่านที่ร่วมเดินทางและส่งกำลังใจให้รินทร์มาจนถึงตอนนี้ พบกันใหม่ตอนหน้าครับ
- เข็มทิศมองวิญญาณ
คุณหนูครับ อย่าจับผีมาเล่นแทนตุ๊กตา•ตอนที่ 24
การตัดสินใจครั้งสำคัญ
ผลงานโดย เข็มทิศมองวิญญาณ
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (เข็มทิศมองวิญญาณ)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง คุณหนูครับ อย่าจับผีมาเล่นแทนตุ๊กตา นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!