กลิ่นอายของสนิมเหล็กและคราบเลือดเก่าแก่หลายร้อยปีคละคลุ้งหนาแน่นจนแทบจะคว้ามาปั้นเป็นก้อนได้ ในโถงพิธีกรรมใต้ดินโบราณแห่งนี้ แสงไฟจากคบเพลิงสีครามสั่นไหววูบวาบตามแรงลมอาคมที่หมุนวนเป็นเกลียว
"อาจารย์... ถอยไปสามก้าวครับ"
เสียงของรินทร์เอ่ยขึ้นเรียบเรื่อย ทว่าแฝงกระแสกดดันที่เฉียบคมจนผู้ฟังต้องชะงัก ดวงตาคมกวาดมองไปเบื้องหน้าอย่างพินิจพิเคราะห์ ระบบบันทึกคดีในห้วงความคิดกำลังรัวรหัสสีแดงฉาน แจ้งเตือนอันตรายระดับวิกฤตที่ไม่ได้ปรากฏมานานนับปี
เบื้องหน้าของพวกเขาร่างของเงามืดมหึมาค่อยๆ ก่อตัวขึ้นจากรอยแยกมิติที่ฉีกขาด มันคือ "อสูรเงาโลหิต" บอสระดับตำนานที่เคยฝังรอยแผลเป็นทั้งทางกายและจิตใจให้กับอาจารย์จันทร์เจ้าเมื่อครั้งอดีต
จันทร์เจ้ายืนนิ่งสนิท มือเรียวที่กำกริชโบราณสั่นเทาเล็กน้อยอย่างควบคุมไม่ได้ ความทรงจำในคืนฝนพรำเมื่อห้าปีก่อนย้อนกลับมาทับซ้อน กลิ่นความตายและเสียงกรีดร้องของผู้ร่วมสำนักที่ล้มตายใต้เงื้อมมือของมันยังคงก้องกังวานในโสตประสาท บาดแผลทางใจที่ถูกปิดผนึกไว้ด้วยหยาดน้ำตาและคราบเลือดกำลังถูกกระชากให้ฉีกขาดอีกครั้ง
"รินทร์... เจ้าสิ่งนั้น มันไม่ใช่สิ่งที่พวกเราจะเอาชนะได้ด้วยแผนการเดิม..." เสียงของอาจารย์จันทร์เจ้าแหบพร่า ดวงตาคู่สวยไหวระริกด้วยความหวาดกลัวที่ยากจะปกปิด
รินทร์ไม่ตอบทันที เขาก้าวเท้าเข้าไปยืนขวางเบื้องหน้าอาจารย์สาวอย่างมั่นคง แผ่นหลังของเด็กหนุ่มที่เคยดูบอบบางในสายตาใครหลายคน บัดนี้กลับแผ่ไออุ่นและความน่าเชื่อถือออกมาอย่างประหลาด เขายกย่องมุมปากขึ้นเล็กน้อยในแบบฉบับที่เรียกว่าความกวนประสาทเล็กๆ ท่ามกลางสถานการณ์เป็นตาย
"แผนการเดิมเหรอครับ? เสียดายจัง... ผมไม่เคยคิดจะใช้แผนเดิมของใครอยู่แล้ว โดยเฉพาะแผนที่ทำให้อาจารย์ทำหน้าตาเหมือนเด็กหลงทางแบบนี้"
คำพูดติดตลกนั้นไม่ได้ช่วยให้บรรยากาศผ่อนคลายลงเลยแม้แต่น้อย แต่กลับดึงสติของจันทร์เจ้าให้หลุดพ้นจากวังวนแห่งความหวาดกลัว นางเงยหน้าขึ้นมองลูกศิษย์หนุ่มผู้ไม่เคยเกรงกลัวฟ้าดิน แววตาที่สั่นไพรค่อยๆ เปลี่ยนเป็นความมั่นคงขึ้นทีละน้อย
"เจ้าเด็กนี่... ปากดีไม่เคยเปลี่ยน" จันทร์เจ้าสูดลมหายใจเข้าลึกเพื่อปรับพลังลมปราณในกาย พลังไสยเวทสีทองอร่ามเริ่มแผ่พุ่งออกมาจากร่างเพื่อสนับสนุนลูกศิษย์
*โฮกกกกกกกก—!*
เสียงคำรามสะท้านภพดังขึ้นจนผนังหินสั่นสะเทือน อสูรเงาโลหิตพุ่งทะยานเข้ามาด้วยความเร็วสูงราวกับสายฟ้าสีเลือด รัศมีรอบตัวมันบิดเบือนกาลเวลาและพื้นที่จนเกิดรอยร้าวสีดำทมิฬ
"ระบบ... ทำการวิเคราะห์จุดอ่อนของมันเดี๋ยวนี้!" รินทร์ตะโกนก้องในใจ
[ติ๊ง! กำลังวิเคราะห์เป้าหมาย: อสูรเงาโลหิต (ระดับตำนาน)]
[สถานะ: คลุ้มคลั่ง, พลังโจมตีเพิ่มขึ้น 300%]
[จุดอ่อน: แก่นวิญญาณกลางหน้าอกที่เชื่อมต่อกับรอยแยกมิติ แต่จะเปิดช่องว่างเพียง 0.5 วินาที ทุกๆ การโจมตีครบสามครั้ง!]
*ฉลาดล้ำนำหน้าด้วยไหวพริบ* — รินทร์บอกกับตัวเองว่าเขาไม่มีทางสู้กับมันด้วยกำลังเด็ดขาด สิ่งที่เขาต้องทำคือการควบคุมจังหวะ
"อาจารย์ครับ! เปิดฉากที่หนึ่ง 'ผนึกห้าธาตุ' เบี่ยงเบนความสนใจมันที!"
สิ้นเสียงคำสั่ง ร่างของจันทร์เจ้าพุ่งทะยานออกไปราวกับผีเสื้อร่ายรำ กริชในมือกรีดวาดอักขระโบราณกลางอากาศ เกิดเป็นเสาพลังงานห้าสีพุ่งเข้าตรึงแขนขาของอสูรเงาโลหิตไว้ชั่วขณะ แม้พลังของมันจะทรงพลังจนเสาพลังงานเริ่มแตกร้าว แต่นั่นก็เพียงพอแล้วสำหรับคนที่รอจังหวะอยู่
รินทร์พุ่งตัวเข้าไปประชิดอย่างไม่เกรงกลัวความตาย ดาบอาคมในมือสะท้อนแสงวาบวับ เขาไม่ได้มุ่งเป้าไปที่จุดตายทันที แต่กลับเลือกฟันเข้าที่ข้อต่อเพื่อบังคับให้มันขยับตามรูปแบบที่เขาคำนวณไว้
หนึ่ง... สอง...
ประกายไฟจากการปะทะกันสว่างวาบไปทั่วโถงมืด อสูรเงาโลหิตคำรามด้วยความเกรี้ยวกราด มันเงื้อมกรงเล็บมหึมาตวัดเข้าใส่รินทร์อย่างเต็มแรง แรงกดดันมหาศาลทำให้ลมหายใจติดขัด ทว่าแววตาของเด็กหนุ่มยังคงนิ่งสงบราวกับผิวน้ำในบึงลึก
"ครั้งที่สาม... ตรงนี้แหละครับ!"
รินทร์เบี่ยงตัวหลบกรงเล็บเฉียดฉิว พร้อมกับใช้แรงเหวี่ยงทั้งหมดส่งพลังไสยเวทที่สะสมไว้พุ่งทะลวกลึกเข้าไปยังแก่นวิญญาณกลางหน้าอกของบอสระดับตำนานอย่างแม่นยำราวดั่งจับวาง
แสงสว่างเจิดจ้าสีทองผสมสีครามระเบิดออกราวกับดวงอาทิตย์ย่อมๆ เสียงกรีดร้องโหยหวนของอสูรเงาโลหิตดังลั่นก่อนที่ร่างมหึมานั้นจะค่อยๆ แตกสลายกลายเป็นละอองแสงสีดำและจางหายไปในอากาศ
ความเงียบงันกลับคืนสู่โถงพิธีกรรมอีกครั้ง หอบหายใจถี่กระชั้นของทั้งสองดังขึ้นท่ามกลางเศษซากปรักหักพัง รินทร์ทรุดตัวลงเล็กน้อยด้วยความอ่อนล้าจากการใช้พลังเกินขีดจำกัด แต่ริมฝีปากยังคงประดับด้วยรอยยิ้มบางๆ
จันทร์เจ้าย่างสามขุมเข้ามาหา นางมองศิษย์หนุ่มตรงหน้าด้วยความรู้สึกที่หลากหลาย ทั้งทึ่ง ซาบซึ้ง และโล่งใจ มือเรียวเอื้อมไปแตะไหล่ของเขาเบาๆ ถ่าย
"เจ้า... ทำได้จริงๆ ด้วยนะ" เสียงของอาจารย์สาวสั่นเครือเล็กน้อย
รินทร์หัวเราะในลำคอเบาๆ "ผมบอกแล้วไงครับว่า..."
ยังไม่ทันที่ประโยคจะจบลง เสียงแจ้งเตือนจากระบบที่เขาไม่เคยได้ยินมาก่อนก็ดังขึ้นก้องกังวานในห้วงความคิด—ไม่ใช่เสียงแจ้งเตือนความสำเร็จภารกิจปกติ แต่มันคือเสียงสัญญาณเตือนภัยสีแดงฉานที่ระดับอันตรายพุ่งทะลุขีดจำกัดสูงสุด
[ติ๊ง! ตรวจพบความผิดปกติของห้วงมิติระดับ SSS]
[คำเตือน: แก่นวิญญาณที่ถูกทำลาย เป็นเพียง "ร่างจำแลง" ของผู้สร้าง]
[เป้าหมายที่แท้จริงกำลังตื่นจากการหลับใหล... และมันกำลังมองมาที่คุณ]
รินทร์ชะงักกึก รอยยิ้มบนใบหน้าแข็งค้างในเสี้ยววินาที เมื่อเงื้อมเงาสີดำสนิทคู่หนึ่ง ค่อยๆ ก้าวออกมาจากรอยแยกมิติที่ควรจะปิดสนิทไปแล้ว พร้อมกับเสียงกระซิบอันเย็นเยียบที่ดังขึ้นข้างหูของเขาทั้งสองคน...
"ขอบใจ... ที่ช่วยปลดปล่อยฉันออกจากพันธนาการนี้ทีนะ"
ขอขอบพระคุณนักอ่านทุกท่านที่ร่วมเดินทางและเติบโตเคียงบ่าเคียงไหล่มากับตัวละครเหล่านี้อย่างอบอุ่นเสมอนะครับ
คุณหนูครับ อย่าจับผีมาเล่นแทนตุ๊กตา•ตอนที่ 25
บทเพลงแห่งวิญญาณสุดท้าย
ผลงานโดย เข็มทิศมองวิญญาณ
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (เข็มทิศมองวิญญาณ)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง คุณหนูครับ อย่าจับผีมาเล่นแทนตุ๊กตา นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!