"อาจารย์ครับ..." รินทร์เอ่ยด้วยน้ำเสียงที่พยายามคุมให้ราบเรียบที่สุด "ทำไมอาจารย์ถึงไม่หันมามองล่ะครับ ว่า 'ใคร' กำลังยืนอยู่ข้างหลังผม?"
ความเงียบงันในห้องพักอาจารย์วิชาประวัติศาสตร์ท้องถิ่นยามพลบค่ำราวกับถูกแช่แข็งด้วยไนโตรเจนเหลว กลิ่นอับชื้นของกระดาษโบราณและฝุ่นผงที่ลอยวนอยู่ในลำแสงสีส้มจากภายนอกหน้าต่างปะปนกับกลิ่นธูปจางๆ ที่ลอยมาจากไหนไม่มีใครทราบ อาจารย์จันทร์เจ้าที่กำลังก้มหน้าตรวจสอบบันทึกคดีฆาตกรรมต่อเนื่องเมื่อสามปีก่อนชะงักมือ ปลายปากกาหมึกซึมราคาแพงหยุดนิ่งสนิทบนกระดาษสาเนื้อหยาบ
ไม่มีเสียงสะท้อน ไม่มีลมกรรโชก มีเพียงเสียงลมหายใจแผ่วเบาของหญิงสาวที่ค่อยๆ ผ่อนออกอย่างระมัดระวัง
"เธอนี่นะ..." อาจารย์จันทร์เจ้าถอนหายใจยาวนาน มือเรียวบางค่อยๆ วางปากกาลงบนโต๊ะไม้สักเก่าคร่ำคร่า ก่อนจะค่อยๆ หันกลับมาเผชิญหน้ากับลูกศิษย์ผู้มีรอยยิ้มกวนประสาทประดับอยู่บนมุมปากเสมอ แม้ในสถานการณ์ที่คนปกติคงขาสั่นพับไปแล้วก็ตาม "หัดเล่นมุกอะไรไม่เข้าท่าอีกแล้วนะ รินทร์... รู้ไหมว่าบรรยากาศแบบนี้มันไม่ได้ช่วยให้คดีในมหาวิทยาลัยนี้มันน่าสนุกขึ้นเลยสักนิด"
"ผมไม่ได้ล้อเล่นครับอาจารย์" รินทร์ปรายตามองไปยังเงาทะมึนที่ทอดตัวยาวเลยหัวไหล่ของตนเองไปกระทบกับชั้นหนังสือด้านหลัง ร่างนั้นไม่ได้มีรูปร่างชัดเจน แต่แรงกดดันทางวิญญาณระดับที่ทำให้ผิวหนังรู้สึกชาหนึบนี้ไม่ใช่เรื่องล้อเล่นแน่นอน "และผมคิดว่า... แขกที่ไม่ได้รับเชิญท่านนี้ ก็คงไม่ได้มาเพื่อฟังพวกเราคุยเล่นเรื่องประวัติศาสตร์เหมือนกันครับ"
ทันทีที่สิ้นคำพูด รินทร์ก็ดีתตัวหลบไปด้านข้างอย่างรวดเร็วราวกับปฏิกิริยาอัตโนมัติ
*ฟึบ!*
ไอเย็นยะเยือกพุ่งผ่านจุดที่เขายืนอยู่เมื่อสักครู่ไปอย่างเฉียดฉิว หนังสือประวัติศาสตร์เล่มหนาที่วางอยู่บนขอบโต๊ะปลิวตกลงมากระแทกพื้นเสียงดังสนั่น หน้ากระดาษเปิดกระจัดกระจาย เผยให้เห็นรอยไหม้สีดำคล้ายถูกกรดเข้มข้นกัดกร่อนเป็นวงกว้าง
อาจารย์จันทร์เจ้าไม่รอช้า นิ้วมือเรียวยาวสะบัดออกไปในอากาศอย่างแม่นยำ ยันต์กระดาษสีชาดสามแผ่นพุ่งแหวกอากาศออกไปราวกับกระสุนปืน ปักเข้าใส่ความว่างเปล่าเบื้องหลังเก้าอี้ที่รินทร์เพิ่งกระโดดหลบมา
*เปรี้ยะ! เสียงคล้ายกระแสไฟฟ้าช็อตดังขึ้น พร้อมกับประกายไฟสีม่วงเข้มที่สว่างวาบขึ้นมาในความมืด*
วิญญาณตนนั้นกรีดร้องออกมาด้วยเสียงที่ผสมผสานระหว่างเสียงโลหะเสียดสีกันและเสียงกระซิบของผู้คนนับร้อย มันเป็นเสียงที่หากคนธรรมดาได้ยินคงสติหลุดไปนานแล้ว แต่สำหรับรินทร์และอาจารย์จันทร์เจ้า นี่คือรูปแบบการสื่อสารที่คุ้นเคย
[แจ้งเตือนระบบ: ตรวจพบ 'วิญญาณผู้ถูกพันธนาการ' ระดับความอันตราย: B+]
[คำเตือน: พลังงานไสยเวทของเป้าหมายถูกควบคุมโดย 'บุคคลที่สาม' ที่ยังไม่ทราบ
สถานะ: กำลังวิเคราะห์ร่องรอยพลังงาน... กรุณาระมัดระวัง!]
หน้าจอโฮโลแกรมใสสีฟ้าอ่อนปรากฏขึ้นกลางอากาศเฉพาะในคลื่นสายตาของรินทร์ เด็กหนุ่มกวาดสายตาอ่านข้อมูลอย่างรวดเร็วสมองประมวลผลด้วยความเร็วสูง เบาะแสที่ได้จากการตายของนักศึกษาคณะวิศวกรรมศาสตร์เมื่อสัปดาห์ก่อนเชื่อมโยงกับคดีนี้อย่างสมบูรณ์แบบ มีคนจงใจใช้พิธีกรรม 'ดึงรั้งวิญญาณ' เพื่อเปลี่ยนนักศึกษาที่ตายด้วยอุบัติเหตุ ให้กลายเป็นเครื่องมือในการปิดปากผู้ที่กำลังจะเข้าใกล้ความจริง
"อาจารย์ครับ ดูรอยสักที่คอของมันสิครับ" รินทร์พยักเพยิดหน้าไปยังลำคอโปร่งแสงของวิญญาณร้ายที่กำลังดิ้นรนอยู่ใต้แผ่นยันต์
อาจารย์จันทร์เจ้าหรี่ตาลง เพ่งมองผ่านแว่นสายตาเลนส์บางที่เพิ่งหยิบขึ้นมาสวม รอยสักรูป 'กงล้อหนามและงูพัน' ปรากฏเลือนรางอยู่บนผิวหนังของวิญญาณตนนั้น มันไม่ใช่รอยสักทั่วไป แต่มันคือ 'ตราพันธะโลหิต' ที่ใช้ควบคุมจิตวิญญาณโดยฝืนธรรมชาติ
"ตราประทับของสมาคมเงาพยัคฆ์..." เสียงของอาจารย์จันทร์เจ้าเย็นเยียบลงหลายองศา "พวกมันไม่ได้แค่ปล่อยให้เกิดอุบัติเหตุในมหาวิทยาลัยนี้ แต่มันกำลังใช้สถานที่แห่งนี้เป็น 'โรงงาน' หล่อหลอมกองทัพวิญญาณรับจ้าง"
"ถูกต้องครับ" รินทร์ก้าวเข้าไปใกล้ร่างของวิญญาณที่เริ่มสงบลงหลังจากถูกกดด้วยยันต์ ชายหนุ่มย่อตัวลงเล็กน้อยเพื่อให้อยู่ในระดับสายตาเดียวกับดวงตาสีดำกลวงโบ๋คู่นั้น แม้บรรยากาศจะน่าสะพรึงกลัวเพียงใด แต่แว่นตาและท่าทางสุขุมของเขากลับทำให้สถานการณ์ดูราวกับศาสตราจารย์กำลังตรวจข้อสอบนักศึกษา "คุณไม่ได้อยากมาทำร้ายพวกเราหรอกใช่ไหมครับ... คุณแค่อยากบอกเบาะแสบางอย่าง ก่อนที่ 'เจ้านาย' ของคุณจะรู้ตัวว่าคุณกำลังจะคายความลับ"
วิญญาณตนนั้นสั่นเทิ้ม ริมฝีปากที่ซีดเซียวขยับอ้าออกอย่างไร้เสียง หยดน้ำตาที่เป็นไอเย็นสีดำไหลรินจากเบ้าตา
มันพยายามเอื้อมมือที่เต็มไปด้วยรอยแผลเป็นเข้าหารินทร์ นิ้วมือที่แข็งกระด้างชี้ไปยังทิศทางของ 'หอพักแพทย์เก่า' ที่ถูกปิดตายทาง
"ห... หอ... ห้า..." เสียงแหบพร่าหลุดออกมาจากลำคอของวิญญาณ "มัน... ไม่ใช่... อุบัติเหตุ..."
*แควก!*
เสียงกระดาษฉีกขาดดังขึ้นพร้อมกับควันสีดำสนิทที่พวยพุ่งออกมาจากร่างของวิญญาณอย่างรุนแรง ตราประทับรูปกงล้อหนามที่คอของมันระเบิดออกเป็นแสงสีแดงฉาน แรงระเบิดทางวิญญาณซัดจนร่างของรินทร์และอาจารย์จันทร์เจ้าต้องถอยกรูดไปชนกับชั้นหนังสือ
"มันถูกตัดตอน!" อาจารย์จันทร์เจ้าอุทาน พร้อมกับพุ่งตัวเข้ามาใช้แขนเสื้อคลุมปัดกลุ่มควันพิษที่กระจายตัวออกไปไม่ให้สัมผัสถูกตัวรินทร์
ภายในเวลาไม่ถึงสามวินาที ร่างของวิญญาณไร้ชื่อก็สลายกลายเป็นละอองแสงสีเทาและจางหายไปในอากาศ เหลือไว้เพียงความว่างเปล่าและกลิ่นเหม็นไหม้ของกำมะถันที่คละคลุ้งไปทั่วห้อง
รินทร์ปัดฝุ่นตามเสื้อผ้าของตนเองอย่างใจเย็น แม้ใบหน้าจะมีเหงื่อซึมอยู่บ้าง แต่แววตาของเขากลับประกายระยิบระยับด้วยความตื่นเต้นที่ถูกเก็บกดไว้ใต้ความสุขุม
"หอพักแพทย์เก่า อาคารหมายเลขห้า..." รินทร์พึมพำกับตัวเองขณะเรียกหน้าต่างระบบขึ้นมาบันทึกข้อมูล "สถานที่ที่มหาวิทยาลัยสั่งห้ามไม่ให้นักศึกษาเข้าใกล้มาตลอดสิบปี... ดูเหมือนว่าเราเจอ 'รังใหญ่' ของคนที่ชักใยอยู่เบื้องหลังทั้งหมดแล้วล่ะครับอาจารย์"
อาจารย์จันทร์เจ้าเก็บแผ่นยันต์ที่ไหม้เกรียมจากการใช้งานหนักขึ้นมาใส่กระเป๋าเสื้อด้วยใบหน้าเคร่งเครียด เธอมองลูกศิษย์หนุ่มผู้ไม่เคยแสดงความหวาดกลัวต่อสิ่งใด แล้วเอ่ยเตือนด้วยน้ำเสียงจริงจัง
"รินทร์ การเข้าไปที่นั่นหมายถึงการเดินเข้าไปในถ้ำเสือโดยตรง พวกมันรู้แล้วว่าเรากำลังตามหาตัวการ... การเคลื่อนไหวครั้งต่อไปของพวกมันอาจไม่ใช่แค่วิญญาณระดับ B+"
"ผมทราบดีครับอาจารย์" รินทร์ส่งยิ้มบางๆ ให้ผู้เป็นอาจารย์ รอยยิ้มที่เต็มไปด้วยความมั่นใจและแผนการนับร้อยที่กำลังหมุนวนอยู่ในหัว "แต่ในขณะเดียวกัน... พวกมันก็คงไม่คาดคิดเหมือนกัน ว่า 'เหยื่อ' ที่พวกมันกำลังล่า กำลังจะเดินไปเคาะประตูบ้านของพวกมันเอง"
ขณะที่ทั้งคู่กำลังเตรียมตัวจะก้าวออกจากห้องพักเพื่อมุ่งหน้าไปยังอาคารเป้าหมาย เสียงเตือนจากระบบที่เงียบหายไปนานก็ดังขึ้นอีกครั้งด้วยโทนเสียงที่แตกต่างจากทุกครั้งที่ผ่านมา มันเป็นเสียงแจ้งเตือนระดับสูงสุดที่ทำให้อุณหภูมิในห้องลดฮวบลงจนเกิดเกล็ดน้ำแข็งบางๆ เกาะตามขอบหน้าต่าง
[แจ้งเตือนระบบ: ตรวจพบภารกิจลับระดับ SSS - "เงาสั่งการแห่งมหาลัย"]
[เงื่อนไขพิเศษ: ผู้เล่นได้เข้าสู่รัศมีการควบคุมของ 'ผู้ชักใย' ตัวจริงแล้ว]
[คำเตือนสุดท้าย: บุคคลที่กำลังยืนรอพวกคุณอยู่ที่หอพักแพทย์เก่า... ไม่ใช่มนุษย์ และไม่ใช่ภูตผีธรรมดา แต่คือ 'ร่างอวตาร' ที่เคยถูกลบชื่อออกจากทะเบียนประวัติศาสตร์เมื่อยี่สิบปีก่อน—]
หน้าจอโฮโลแกรมดับวูบลงทันที พร้อมกับเสียงเคาะประตูดังขึ้นสามครั้งจากด้านนอกห้อง
*ก๊อก... ก๊อก... ก๊อก...*
"ขอโทษนะครับ... มีใครอยู่ข้างในไหมครับ? พอดีผมทำของตกไว้เมื่อตอนกลางวัน..." เสียงทุ้มนุ่มนวลอันคุ้นเคยดังลอดเข้ามาจากเบื้องหลังบานประตูไม้เก่าๆ
รินทร์และอาจารย์จันทร์เจ้าสบตากันในเสี้ยววินาที รอยยิ้มบนใบหน้าของเด็กหนุ่มเลือนหายไป เหลือเพียงความเย็นชาที่เฉียบคมยิ่งกว่าคมมีด
เพราะเสียงที่ดังมาจากหน้าห้องนั้น... คือเสียงของประธานสภานักศึกษาผู้เพิ่งเสียชีวิตด้วยอุบัติเหตุทางรถยนต์ไปเมื่อสามวันก่อนอย่างแน่นอน
ขอขอบพระคุณทุกท่านที่ร่วมเดินทางไขปริศนาไปกับเรา และพบกันใหม่ในตอนถัดไปนะครับ
— เข็มทิศมองวิญญาณ
คุณหนูครับ อย่าจับผีมาเล่นแทนตุ๊กตา•ตอนที่ 6
คำเตือนจากวิญญาณไร้ชื่อ
ผลงานโดย เข็มทิศมองวิญญาณ
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (เข็มทิศมองวิญญาณ)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง คุณหนูครับ อย่าจับผีมาเล่นแทนตุ๊กตา นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!