"ถ้าพวกแกยังกล้าส่งเสียงเห่าหอนรบกวนการพักผ่อนของภรรยาฉันอีกแม้แต่แอะเดียว อย่าหาว่าฉันคนนี้ไม่เตือน!"
น้ำเสียงทุ้มต่ำราวกับเสียงคำรามของพยัคฆ์หนุ่มที่เพิ่งฟื้นจากบาดแผล ดังสะเทือนเลื่อนลั่นไปทั่วห้องโถงคับแคบของบ้านตระกูลเจียง แรงกดดันอันน่าสะพรึงกลัวที่หลอมรวมขึ้นจากสมรภูมิรบจริง ทำให้แม่สามีจอมเคี่ยวอย่าง *เจียงต้าหลาน* ถึงกับสะดุ้งเฮือก หน้าซีดเผือกจนริมฝีปากสั่นระริก ถอยหลังกรูดไปชนกับตู้ไม้เก่าโดยไม่ตั้งใจ
หลินเฟยฉีค่อยๆ ลืมตาขึ้นช้าๆ
ความรู้สึกแรกไม่ใช่ความเจ็บปวดรวดร้าวจากพิษไข้ที่เกือบคร่าววิญญาณนางเมื่อครู่ หากแต่เป็นกลิ่นอื้นของดินชื้นแฉะ กลิ่นอายความยากจนข้นแค้นของจีนยุค 70 และที่สำคัญที่สุด... พลังปราณทิพย์อันเบาบางที่ไหลเวียนอยู่ในจุดตันтяียน (จุดศูนย์กลางพลังงานของร่างกาย) แม้จะน้อยนิดจนน่าสมเพชสำหรับอดีตเซียนโอสถผู้ครองสมุนไพรวิเศษนับหมื่นชนิด แต่ก็นفيเพียงพอที่จะทำให้ร่างเนื้อที่ใกล้ตายนี้กลับมามีชีวิตชีวาอีกครั้ง
"นังตัวดี! แกแกล้งทำเป็นป่วยใกล้ตายเพื่อให้ผัวแกมาอาละวาดอย่างนั้นเรอะ!" เจียงต้าหลานตั้งสติได้ ความโลภและความโกรธแค้นก็เข้าครอบงำ นางแผดเสียงแหลมสูงจนแก้วหูแทบแตก นิ้วที่สวมแหวนทองเหลืองราคาถูกชี้หน้าสะใภ้รองที่นอนซมอยู่บนเตียงไม้ไผ่ "บ้านเราไม่ได้เลี้ยงคนไร้ประโยชน์! ผัวแกเป็นแค่ทหารปลดประจำการขาเป๋ ส่วนแกก็เป็นผีดิบขี้โรค กินข้าวเปลืองชาม เสียแรงที่ฉันยอมให้เข้ามาอยู่ในบ้านหลังนี้!"
บรรยากาศในห้องตึงเครียดจนแทบจะใช้มีดกรีดออกเป็นชิ้นๆ ได้
สะใภ้ใหญ่ *หวังซิ่วอิน* ที่ยืนหลบอยู่หลังแม่สามี แอบส่งยิ้มเยาะเย้ยในความโชคร้ายของน้องสะใภ้ นางเตรียมเอ่ยปากเสริมทัพเพื่อขับไล่สองสามีภรรยาออกไปตากลมหนาวนอกบ้าน ทว่า... ยังไม่ทันที่คำพูดถากถางจะหลุดจากลำคอ ร่างสูงใหญ่ของ *เจียงเหว่ย* ก็ก้าวเข้ามาขวางกั้นระหว่างพวกนางกับเตียงนอนราวกับภูเขาผา
ชายหนุ่มในชุดเสื้อคลุมทหารเก่าๆ ที่ซีดจนแทบกลายเป็นสีเทา ดวงตาคมกริบดุจเหยี่ยว กรามขบเข้าหากันแน่นจนเป็นสันนูน แผ่รังสีอำมหิตออกมาอย่างไม่ปิดบัง เขาไม่จำเป็นต้องตะโกน แค่เพียงปรายตามองเพียงครั้งเดียว ก็ทำให้สองแม่ลูกตระกูลเจียงถึงกับกลืนน้ำลายลงคออย่างยากลำบาก
"ไสหัวออกไปจากห้องของภรรยาผมซะ" เจียงเหว่ยเอ่ยเสียงเรียบ ทว่าเฉียบขาดดุจคมดาบ
"แก... ไอ้ลูกอกตัญญู!" เจียงต้าหลานกรีดร้องด้วยความคับแค้นใจ "แกกล้าไล่แม่ตัวเองเพื่อผู้หญิงไร้ค่าคนเดียวอย่างนั้นเรอะ!"
"ถ้าพวกคุณยังไม่ไป..." เจียงเหว่ยขยับตัวเข้าประชิดเล็กน้อย แรงกดดันจากทหารผ่านศึกพุ่งเข้าใส่จนคนตรงข้ามหายใจไม่ออก "ผมคงต้องใช้วิธีของทหารในการจัดการกับคน 'บุกรุก' พื้นที่ส่วนตัว"
ก่อนที่สถานการณ์จะบานปลายไปมากกว่านี้ มือเรียวบางขาวซีดคู่หนึ่งก็เอื้อมมาแตะที่ชายเสื้อทหารเก่าๆ ของเจียงเหว่ยเบาๆ
สัมผัสนั้นแผ่วเบาราวกับปีกผีเสื้อ ทว่ากลับมีพลังวิเศษที่สามารถดับเพลิงโทสะในอกของชายหนุ่มลงได้ทันที เจียงเหว่ยชะงัก รีบหันขวับกลับมามองภรรยาด้วยแววตาที่เปลี่ยนจากพยัคฆ์ร้ายกลายเป็นลูกสุนัขตัวโตที่ร้อนรนทันที "เฟยฉี... เธอตื่นแล้วหรือ? เจ็บตรงไหนไหม น้ำ... เธออยากดื่มน้ำไหม?"
หลินเฟยฉีมองสามีหนุ่มผู้ซื่อตรงและรักนางยิ่งกว่าชีวิตด้วยแววตาลึกล้ำ
ในความทรงจำของร่างเดิม เจียงเหว่ยคือชายหนุ่มที่ยอมแบกรับความอัปยศอดสูทุกอย่างเพื่อปกป้องนาง ยอมแม้กระทั่งเอาตัวเข้าแลกเพื่อแย่งเศษอาหารจากบ้านใหญ่มาประทังชีวิตภรรยาขี้โรค จนกระทั่งขาข้างหนึ่งพิการจากการปกป้องนางในเหตุการณ์ชุลมุน ช่างเป็นบุรุษที่โง่เขลาในสายตาคนอื่น แต่น่าทะนุถนอมถึงเพียงนี้ในสายตาของเซียนโอสถเช่นนาง
"พี่เหว่ย... ฉันไม่เป็นไรค่ะ" หลินเฟยฉีเอ่ยด้วยน้ำเสียงแหบพร่า ทว่าแฝงไว้ด้วยความนิ่งสงบเยือกเย็นที่ผิดไปจากเดิมอย่างสิ้นเชิง นางยันกายลุกขึ้นนั่งช้าๆ สายตาคมปลาบกวาดมองไปที่แม่สามีและพี่สะใภ้ที่ยืนหน้าเสียอยู่ตรงประตู รอยยิ้มบางเบาปรากฏขึ้นที่มุมปาก—รอยยิ้มที่ทำให้คนที่พบเห็นรู้สึกหนสันหลังวาบอย่างไม่มีสาเหตุ
"คุณแม่คะ..." หลินเฟยฉีเอ่ยทักด้วยน้ำเสียงราบเรียบ ไร้ซึ่งความหวาดกลัวหรือความอ่อนแอเช่นเคย "ท่านบอกว่าพวกเรากินข้าวเปลืองชาม และบ้านตระกูลเจียงแห่งนี้ไม่ได้เลี้ยงคนไร้ประโยชน์... พูดได้ดีมากค่ะ"
เจียงต้าหลานขมวดคิ้วด้วยความแปลกใจ นังเด็กนี่ปกติเห็นหน้านางเป็นต้องตัวสั่นงันทึก เหตุใดวันนี้จึงกล้าสบตาและพูดจาฉะฉานเช่นนี้?
"ในเมื่อท่านพูดถึงเรื่องความคุ้มค่า..." หลินเฟยฉีค่อยๆ ก้าวลงจากเตียง แม้เรียวขาจะยังสั่นเทาเล็กน้อยจากพิษไข้ตกค้าง แต่แผ่นหลังกลับตั้งตรงสง่างามราวกับพญาหงส์ นางเดินไปหยิบกาน้ำเก่าๆ รินน้ำใส่ชามบิ่นๆ ยื่นให้เจียงเหว่ยดื่มเพื่อสงบสติอารมณ์ ก่อนจะหันมาเผชิญหน้ากับแม่สามีตรงๆ
"ถ้าหากพวกเราสามีภรรยา สามารถหาเงินเข้าบ้านได้มากกว่าคนทั้งบ้านรวมกันในเวลาแค่เจ็ดวันล่ะคะ? ถึงตอนนั้น... สิทธิ์ในการจัดการแปลงผักหลังบ้านและเสบียงอาหารทั้งหมด จะต้องตกเป็นของพวกเราโดยไม่มีข้อแม้... ท่านกล้าพนันกับฉันไหมล่ะคะ?"
สิ้นคำพูดนั้น ทั่วทั้งห้องตกอยู่ในความเงียบงันชั่วขณะ ก่อนที่เจียงต้าหลานจะระเบิดเสียงหัวเราะออกมาดังลั่นด้วยความขบขัน ระคนดูถูกเหยียดหยาม
"ฮ่าๆๆ! นังนี่มันเสียสติไปแล้ว! เป็นแค่ผีดิบขี้โรค ยังกล้าอวดดีว่าจะหาเงินมากกว่าคนทั้งบ้านในเจ็ดวัน! ได้! ถ้าแกทำไม่ได้ อย่างไสหัวออกจากบ้านนี้ไปตัวเปล่า ห้ามเอาอะไรไปแม้แต่ชิ้นเดียว!"
หลินเฟยฉีแย้มยิ้มรับคำท้าแววตาระยิบระยับด้วยประกายแห่งความเหนือชั้น
ในมิติเซียนของนาง มีทั้งเมล็ดพันธุ์พืชวิเศษ สวนสมุนไพรทิพย์ และตำรับโอสถโบราณที่สามารถเปลี่ยนดินให้เป็นทองคำได้ชั่วพริบตา การจะฟื้นฟูแปลงผักหลังบ้านให้กลายเป็นแหล่งทำเงินมหาศาลสำหรับนางแล้ว... ง่ายยิ่งกว่าพลิกฝ่ามือเสียอีก
ทว่า ในขณะที่บรรยากาศกำลังเดือดพล่านด้วยเกมการเดิมพันที่เพิ่งเริ่มต้นขึ้นนั้นเอง...
จู่ๆ เสียงเคาะประตูก็จบลงอย่างรุนแรงจากด้านนอก พร้อมกับเสียงตะโกนตื่นตระหนกของเพื่อนบ้านที่วิ่งหน้าตั้งเข้ามาตะโกนลั่นบ้าน
"แย่แล้ว! เจียงเหว่ย! เฟยฉี! เกิดเรื่องใหญ่ที่แปลงผักแล้ว! จู่ๆ แปลงผักเน่าๆ หลังบ้านของพวกนาย... ก็มีหมอกสีทองประหลาดลอยฟุ้งออกมา พร้อมกับกลิ่นหอมหวลตลบอบอวลไปทั่วทั้งหมู่บ้านจนชาวบ้านแห่กันมามุงดูเต็มไปหมดแล้ว!"
ขอขอบคุณรี้ดเดอร์ผู้แสนน่ารักทุกท่านที่แวะมาร่วมเดินทางข้ามภพไปกับไป๋เป่าเปานะคะ
เซียนโอสถข้ามภพ ปฏิวัติสวนผักหลังบ้านให้รวยระเบิด•ตอนที่ 1
วิญญาณเซียนในร่างลูกสะใภ้ขี้โรค
ผลงานโดย ไป๋เป่าเปาของแม่
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (ไป๋เป่าเปาของแม่)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง เซียนโอสถข้ามภพ ปฏิวัติสวนผักหลังบ้านให้รวยระเบิด นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!
