สืบสานตำรับโอสถทิพย์ กับภริยานายทหารผู้พลิกแผ่นดิน•ตอนที่ 3

อาหารมื้อแรกที่สั่นสะเทือนครัวตระกูลเฉิน

ผลงานโดย หลินฮวายุคปฏิรูป
เสียงเคาะตะหลิวเหล็กกระทบกระทะเหล็กหล่อดัง *เคร้ง! เคร้ง!* กังวานท่ามกลางความเงียบงันของยามสายในหมู่บ้านหง Huarong เป็นจังหวะที่จงใจขับเน้นความอุดมสมบูรณ์ที่บ้านรองเพิ่งได้รับมาสดๆ ร้อนๆ บนเตาไฟดินเหนียวหลังบ้าน กลิ่นหอมของขิงแก่ทุบแตกและรากโสมป่าอายุหลายสิบปีที่ถูกความร้อนคั่วจนน้ำมันหอมระเหยแตกตัว ผสมผสานเข้ากับกลิ่นหอมหวานล้ำลึกของกระดูกหมูตุ๋นยาจีนในหม้อดิน ลอยละล่องผ่านรอยแยกของประตูไม้เก่าๆ พุ่งตรงเข้าปะทะจมูกของทุกคนในรัศมีร้อยเมตรอย่างไม่เกรงใจใคร ไป๋ลี่หลินใช้ทัพพีไม้คนน้ำซุปสีขาวข้นดุจนมวัวในหม้ออย่างใจเย็น ดวงตากลมโตคู่คมกริบกวาดตามองสมุนไพรบำรุงธาตุที่เธอเพิ่งดึงออกมาจากมิติห้องปรุงยา—โสมตังกุย เก๋ากี้แดงเม็ดอวบอ้วน และพุทราจีนไร้เมล็ด ทุกอณูของเครื่องเทศและสมุนไพรเหล่านี้ถูกคัดสรรมาอย่างพิถีพิถันเพื่อฟื้นฟูร่างกายที่ผอมโซจากการทำงานหนักของเฉินจ้านฮ่าว และเพื่อเติมเต็มพลังชี่ในร่างของเธอเอง "กลิ่นนี้มัน... กลิ่นเนื้อตุ๋นไม่ใช่รึ?!" เสียงแหลมสูงของแม่ใหญ่จางดังแหวขึ้นมาจากลานกลางบ้านของบ้านใหญ่ ทะลุกำแพงดินอิฐบล็อกเข้ามาจนแทบจะประสานเสียงกับเสียงเตาไฟ นางเพิ่งวางตะกร้าผ้าลงบนพื้นด้วยความแรงจนฝุ่นตลบ ดวงตาตี่เล็กหรี่แคบลง จมูกย่นเข้าหากันฟุดฟิดสูดดมกลิ่นหอมที่ลอยมาตามลมเหนือ ท้องของนางส่งเสียงโครกครากออกมาอย่างอดไม่ได้ แม้ว่าเมื่อครู่เพิ่งจะซดโจ๋งเจ๋งกากธัญพืชไปถ้วยใหญ่ก็ตาม "แม่คะ นั่นมันบ้านรองต่างหากเล่า" พี่สะใภ้ใหญ่ที่เดินตามออกมาจากห้องนอนเอ่ยขึ้นด้วยน้ำเสียงอิจฉาริษยาไม่แพ้กัน ใบหน้าของนางบิดเบี้ยวเล็กน้อยเมื่อนึกถึงเมื่อวานที่นางพยายามจะไปไถถอนของกินจากบ้านรองแต่กลับโดนสะใภ้รองตอกกลับจนหน้าชา "นังลี่หลินมันเอาอะไรมาทำกินอีกแล้วเจ้าค่ะ? เมื่อวานก็เห็นหอบห่อกระดาษอะไรเข้าบ้านลับๆ ล่อๆ นี่ถึงขนาดต้มกระดูกหมูเชียวหรือ? พวกมันเอาเงินที่ไหนมาซื้อกระดูกหมูติดเนื้อหนาเตอะขนาดนั้น!" แม่ใหญ่จางสะบัดหน้าพรวด ใบหน้าเหี่ยวย่นขึ้นสีแดงจัดด้วยความโกรธแค้นและตัณหาในของกิน นางก้าวเท้าฉับๆ ตรงดิ่งไปยังรั้วไม้ไผ่เตี้ยๆ ที่กั้นอาณาเขตระหว่างบ้านใหญ่และบ้านรองทันที มือเหี่ยวย่นผลักประตูรั้วเปิดผางเสียงดังสนั่นราวกับจะประกาศสงคราม ปัง! ไป๋ลี่หลินเพียงแค่ปรายหางตามองผู้มาเยือนที่หน้าตาบิดเบี้ยวด้วยความริษยา นางไม่ได้หยุดมือจากการโรยเกลือสมุทรลงในหม้อซุปแม้แต่น้อย ท่าทีที่นิ่งสงบ เย่อหยิ่งเล็กๆ และไม่สะทกสะท้านต่อแรงกดดันใดๆ ยิ่งทำให้แม่ใหญ่จางเดือดดาลจนเส้นเลือดที่ขมับปูดโปน "ไป๋ลี่หลิน! นังตัวดี!" แม่ใหญ่จางแผดเสียงแหลมแสบแก้วหู พุ่งเข้ามาหยุดยืนอยู่ตรงหน้าเตาไฟ กวาดสายตามองหม้อซุปเดือดปุดๆ ด้วยความโลภที่ฉายชัดในแววตา "พวกแกสองคนซ่อนเงินไว้ใช่ไหม?! กล้าดียังไงถึงเอาเงินไปซื้อกระดูกหมูชั้นดีมาต้มกินกันเองตามลำพัง โดยไม่แบ่งปันให้พ่อแก่แม่แก่และพี่ๆ ในบ้านใหญ่เลยแม้แต่น้อย ลูกอกตัญญู เมียอกตัญญู! ตระกูลเฉินของเราเลี้ยงพวกแกเสียข้าวสุกจริงๆ!" ลี่หลินค่อยๆ วางทัพพีไม้ลงบนขอบหม้ออย่างเชื่องช้า นางหันกลับมาเผชิญหน้ากับแม่สามีตัวแสบ รอยยิ้มบางเบาที่มุมปากกลับเยียบเย็นเสียจนแม่ใหญ่จางเผลอชะงักไปชั่วขณะ "คุณแม่พูดเรื่องอะไรหรือคะ?" เสียงหวานใสทว่าเฉียบคมราวกับใบมีดอาบน้ำผึ้งดังขึ้น "เงินที่พวกเราใช้ซื้อกระดูกหมู เป็นเงินที่พี่จ้านฮ่าวหามาด้วยหยาดเหงื่อแรงงานจากการฝึกซ้อมและการปฏิบัติหน้าที่ในกองทัพ หรือว่า... กฎหมายประเทศจีนยุคนี้บัญญัติไว้ว่า เงินเดือนของทหารหาญจำเป็นต้องส่งมอบให้บ้านใหญ่เก็บไว้ใช้ปรนเปรอพี่ใหญ่ผู้ว่างงานและคุณแม่ผู้ชอบกินแรงคนอื่นกันคะ?" "แก... นังสารเลว! ปากคอเราะร้ายนักนะ!" แม่ใหญ่จางเงื้อมือขึ้นสูงหมายจะตบสั่งสอนสะใภ้รองให้หลาบจำสักฉาก แต่ทว่า— ก่อนที่ฝ่ามือเหี่ยวย่นนั้นจะทันได้กระทบลงบนพวงแก้มเนียนนุ่ม ข้อมือของนางกลับถูกมือแกร่งดั่งคีมเหล็กคว้าหมับไว้กลางอากาศอย่างรุนแรง แรงบีบมหาศาลทำให้น้ำหน้าของแม่ใหญ่จางเปลี่ยนสี ร้อง *โอ๊ย* ออกมาด้วยความเจ็บปวดจนต้องรีบหันขวับไปมอง เฉินจ้านฮ่าวเดินก้าวออกมาจากห้องโถงด้วยร่างสูงใหญ่ที่แผ่รังสีคุกคามอันน่าสะพรึงกลัว ดวงตาคมกราบดุจพญาอินทรีจ้องมองมารดาแท้ๆ ของตนเองด้วยแววตาว่างเปล่าไร้ซึ่งความอบอุ่น ไอสังหารจางๆ ที่สะสมมาจากการสนามรบถูกปลดปล่อยออกมาจนแม่ใหญ่จางรู้สึกหายใจไม่ออก "แม่กำลังทำอะไรภริยาของผมครับ" เสียงทุ้มต่ำและเย็นเยียบเอ่ยลอดไรฟัน ทุกพยางค์หนักแน่นราวกับค้อนเหล็กทุบลงบนแผ่นอก "บ้านรองแยกบ้านออกมาอย่างถูกต้องตามกฎหมายและพยานรู้เห็นทั้งหมู่บ้านแล้ว ทุกอย่างที่เรากิน ที่เราใช้ เป็นหยาดเหงื่อของผมและลี่หลิน ถ้าแม่ยังกล้าคิดจะมาอาละวาดหรือทำร้ายภริยาผมอีกแม้แต่ปลายนิ้ว... อย่าหาว่าผมไม่เกรงใจสถานะแม่ลูก" "จ้านฮ่าว! แก... แกกล้าขู่แม่แท้ๆ ของตัวเองเพื่อผู้หญิงคนนี้งั้นเรอะ?!" แม่ใหญ่จางกรีดร้องโวยวายด้วยความเหลืออด นางดึงมือกลับสุดแรงแล้วชี้หน้าด่ากราด "นังนี่มันผีดิบดูดเลือด! มันเป่าหูแกจนแกไม่เห็นหัวคนในครอบครัวแล้วใช่ไหม? ไอ้ลูกอกตัญญู!" "คนที่อกตัญญูและเอาเปรียบคนอื่นมาตลอดคือใครกันแน่ ทุกคนในหมู่บ้านนี้เขารู้กันหมดแล้วครับ" จ้านฮ่าวยืนบังภรรยาไว้ด้านหลังอย่างปกป้อง สายตาคมกริบกวาดมองพี่สะใภ้และชาวบ้านบางคนที่เริ่มชะโงกหน้ามามุงดูด้วยความอยากรู้อยากเห็น "เชิญกลับบ้านใหญ่ไปเสียเถอะครับ อาหารมื้อนี้ของพวกเรา... ไม่มีส่วนเกี่ยวข้องอะไรกับพวกท่านทั้งสิ้น" พูดจบ เฉินจ้านฮ่าวก็ตวัดสายตาดุดันไล่แขกไม่ได้รับเชิญ จนแม่ใหญ่จางต้องจำใจถอยร่นออกไปด้วยความคับแค้นใจ นางกระทืบเท้าเร่าๆ พลางตะโกนสาปแช่งเสียงดังลั่นซอย "คอยดูเถอะ! พวกแกสองคนจะต้องมีจุดจบไม่ดีแน่! ขอให้กินเข้าไปแล้วติดคอ...!" เสียงโวยวายค่อยๆ ห่างออกไปพร้อมกับร่างของแม่ใหญ่จางที่เดินฮึดฮัดกลับบ้านใหญ่ด้วยความโมโห ลี่หลินมองตามแผ่นหลังนั้นด้วยรอยยิ้มเย้ยหยัน นางหันกลับมาหาชายหนุ่มที่ยืนอยู่ใกล้ๆ พลางถอนหายใจเบาๆ "คุณนี่นะ... ทำไมต้องทำหน้าตาน่ากลัวใส่คุณแม่ขนาดนั้น เดี๋ยวพวกเขาก็เอาไปนินทาว่าคุณเป็นลูกไม่รักดีหรอกค่ะ" เฉินจ้านฮ่าวปรับสีหน้ากลับมาอ่อนโยนลงในพริบตาเดียวเมื่อหันมามองภริยา ดวงตาคมเข้มทอประกายความรักใคร่และห่วงใยอย่างล้นปรี่ มือหนายื่นออกไปปัดปอยผมที่หลุดลุ่ยข้างแก้มของนางอย่างทะนุถนอม "ต่อให้คนทั้งโลกจะมองผมยังไง ก็ไม่สำคัญเท่ากับความรู้สึกของคุณหรอกครับลี่หลิน" เสียงทุ้มเอ่ยแผ่วเบาชวนใจสั่น "ซุปหอมขนาดนี้... น่าจะพร้อมทานแล้วสินะครับ ผมหิวจนไส้กิ่วหมดแล้ว" ลี่หลินอมยิ้ม นางตักซุปกระดูกตุ๋นสมุนไพรสีขาวข้นร้อนๆ ใส่ชามกระเบื้องเคลือบส่งกลิ่นหอมหววนตลบอบอวลไปทั่วห้องครัว พร้อมกับตักข้าวสวยร้อนๆ ที่หุงจากข้าวสารชั้นดีที่นางแอบเอาออกมาจากมิติคลังสินค้ามาวางเคียงคู่กัน กลิ่นหอมอันเป็นเอกลักษณ์ของอาหารบำรุงชั้นเลิศนี้ยังคงลอยฟุ้งออกไปนอกหน้าต่าง กระจายไปทั่วทั้งหมู่บ้านจนทำให้บ้านอื่นๆ ต้องกลืนน้ำลายตาม แต่ทว่า... ในขณะที่ทั้งสองกำลังจะนั่งลงเพื่อลิ้มรสชาติอาหารมื้อแรกอันแสนอบอุ่นนี้ร่วมกัน จู่ๆ เสียงเคาะประตูด้านนอกก็ดังขึ้นสามครั้งอย่างสุภาพ แต่ทว่าหนักแน่นและมีจังหวะจะโคน *ก๊อก! ก๊อก! ก๊อก!* เฉินจ้านฮ่าวขมวดคิ้วเล็กน้อยด้วยความสงสัย ใครกันที่จะมาหาพวกเขาในยามวิกาลและช่วงเวลาอาหารเช่นนี้ ลี่หลินเองก็ชะงักมือที่กำลังถือตะเกียบ นางสบตากับสามีด้วยความรู้สึกสังหรณ์ใจแปลกๆ เมื่อประตูกลางถูกเปิดออก ปรากฏร่างของชายชราผมขาวโพลนในชุดเสื้อคลุมผ้าฝ้ายสีหมอง แต่ทว่าแววตากลับคมกริบลึกล้ำดุจเหยี่ยว พร้อมด้วยผู้ติดตามในชุดเครื่องแบบทหารยศสูงอีกสองนายยืนประกบด้านหลัง ทันทีที่ชายชราก้าวเข้ามาในเขตบ้านรอง จมูกของเขาก็ฟุดฟิดสูดกลิ่นซุปในหม้อทันที ก่อนที่ริมฝีปากเหี่ยวย่นจะยกยิ้มขึ้นอย่างเจ้าเล่ห์ "โอ้... กลิ่นยาสมุนไพรล้ำเลิศกับกระดูกหมูตุ๋นสูตรโบราณเช่นนี้... สะใภ้รองตระกูลเฉิน รสชาติฝีมือของเจ้า คงไม่ได้มีดีแค่รักษาคนป่วยกระมัง?" (โปรดติดตามตอนต่อไป... อื้อหือ! งานนี้ตระกูลเฉินต้องสั่นสะเทือนอีกรอบแน่ๆ เมื่อแขกผู้สูงศักดิ์ลึกลับปรากฏตัวขึ้นที่หน้าบ้าน พร้อมกับจุดประสงค์ที่คาดไม่ถึง! รี้ดเดอร์ทุกท่านคิดว่าชายชราคนนี้คือใครกันแน่คะ? อย่าลืมกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรต์ด้วยนะคะ!) --- ขอบคุณรี้ดเดอร์ผู้แสนน่ารักทุกท่านที่อยู่เคียงข้างและสนับสนุน "หลินฮวายุคปฏิรูป" เสมอมาค่ะ!
สารจากนักเขียน (หลินฮวายุคปฏิรูป)
ดูโปรไฟล์ →

"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง สืบสานตำรับโอสถทิพย์ กับภริยานายทหารผู้พลิกแผ่นดิน นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"

ความคิดเห็น (0)

ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์

ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้

เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!

Dino Egg common
บ่มเพาะไข่ไดโนเสาร์60%