กลิ่นอายของกระดาษราคาแพงและหมึกพิมพ์ราคาคፍระยิบระยับไม่ได้ช่วยให้บรรยากาศในห้องทำงานเพนต์เฮาส์ชั้นบนสุดหรูดูผ่อนคลายขึ้นเลยแม้แต่น้อย ตรงกันข้าม ความเงียบงันที่กดทับลงมาบนบ่าของรินรดากลับหนักอึ้งเสียจนเธอรู้สึกเหมือนกำลังหายใจด้วยออกซิเจนที่เหลืออยู่เพียงก้นถัง
"ทางเลือกของเธอมีไม่มากนักหรอกนะ คุณรินรดา"
น้ำเสียงทุ้มต่ำแต่เย็นเฉียบราวกับน้ำแข็งขั้วโลกดังขึ้นจากชายหนุ่มที่นั่งไขว่ห้างอยู่หลังโต๊ะทำงานตัวใหญ่ คินน์ ในชุดสูทสีชาโคลสั่งตัดพิเศษดูราวกับพญามารที่กำลังนั่งรอเวลาพิพากษาเหยื่อ ใบหน้าคมคายนั้นไร้ซึ่งความปรานี ดวงตาสีนิลคมกริบราวกับใบมีดจ้องมองเอกสารทางกฎหมายบนโต๊ะสลับกับใบหน้าซีดเผือดแต่เชิดรั้นของหญิงสาวตรงหน้า
รินรดาเม้มริมฝีปากแน่นจนแทบไร้สีเลือด มือเรียวที่กำเอกสารสัญญานรกฉบับนั้นสั่นเทาด้วยความโกรธระคนคับแค้นใจ เธอกวาดสายตาอ่านข้อความตัวอักษรจิ๋วในกระดาษแผ่นเดิมซ้ำเป็นรอบที่ร้อย ตระหนักดีว่าตัวเลขหนี้สินหลายหลักที่บริษัทรับเหมาก่อสร้างของครอบครัวเธอทิ้งไว้ เป็นภาระที่ต่อให้เธอทำงานจนตัวตายก็ไม่มีปัญญาใช้หมดในชาติเดียว เว้นเสียแต่... จะยอมเอาอิสรภาพและศักดิ์ศรีทั้งหมดมาวางไว้แทบเท้าผู้ชายคนนี้
"คุณมันเลือดเย็นสิ้นดี คุณคินน์" รินรดาเค้นเสียงลอดไรฟัน ดวงตากลมโตที่รื้นไปด้วยหยดน้ำตาแห่งความคับแค้นไม่ได้แสดงความหวาดกลัวออกมาเลยแม้แต่น้อย กลับฉายแววพยศท้าทายที่ทำให้นัยน์ตาคมกริบของคนมองไหววูบไปชั่วขณะ "ครอบครัวฉันเพิ่งประสบอุบัติเหตุ... ท่านยังนอนไม่รู้สติอยู่บนเตียงโรงพยาบาล แต่คุณกลับเหยียบย่ำซ้ำเติมด้วยการซื้อหนี้ทั้งหมดมาไว้ในมือตัวเอง เพื่อบีบบังคับฉันแบบนี้เนี่ยนะ!"
"ธุรกิจก็คือธุรกิจ รินรดา" คินน์ลุกขึ้นยืนเต็มความสูง ขายาวก้าวเข้ามาประชิดตัวเธออย่างไร้ซุ่มเสียง แรงกดดันจากร่างสูงใหญ่ที่โน้มตัวลงมาใกล้ทำให้รินรดาต้องผถอยหลังจนสะโพกชนเข้ากับขอบโต๊ะทำงาน "อย่าใช้คำว่าเหยียบย่ำให้มันดูดราม่าเกินไปเลย ฉันแค่ปกป้องผลประโยชน์ของบริษัท และในเมื่อพ่อของเธอบริหารงานจนเจ๊งไม่เป็นท่า ทิ้งภาระก้อนโตไว้ ก็สมควรแล้วไม่ใช่เหรอที่ลูกสาวคนเก่งจะต้องออกโรงรับผิดชอบ"
"ฉันไม่เคยบอกว่าจะหนีหนี้!" เธอตวาดกลับเสียงสั่น ดวงตาคู่สวยจ้องลึกเข้าไปในดวงตาดุร้ายของเขาอย่างไม่ยอมแพ้ "แต่เงื่อนไขบ้าๆ ในสัญญานี่มันอะไรกัน ให้ฉันมาเป็นผู้ดูแลส่วนตัว? ย้ายเข้ามาอยู่ร่วมชายคาเดียวกับคุณ 24 ชั่วโมง? นี่คุณคิดจะแก้แค้นฉันเรื่องเมื่อสามปีก่อน หรือว่าโรคจิตกันแน่!"
คำพูดนั้นสะกิดต่อมบางอย่างในตัวคินน์ มุมปากหยักลึกกระตุกยิ้มเยาะทันที ชายหนุ่มโน้มใบหน้าเข้าไปใกล้จนปลายจมูกแทบจะชนกัน ลมหายใจอุ่นร้อนที่ปะทะเข้ากับแก้มเนียนทำให้หัวใจของรินรดากระตุกวูบอย่างห้ามไม่อยู่
"เรื่องเมื่อสามปีก่อนเธอยังจำได้แม่นขนาดนี้เชียวรึ นึกว่าคนใจดำอย่างเธอจะลืมเลือนผู้ชายไร้ค่าคนนั้นไปนานแล้วเสียอีก" เสียงกระซิบพร่าต่ำข้างใบหูเต็มไปด้วยความเย้ยหยันและบาดแผลในอديตที่ถูกขุดคุ้ยขึ้นมา "ส่วนฉันจะเป็นโรคจิตหรือเปล่า... ก็คงไม่เท่ากับความหน้าด้านของครอบครัวเธอหรอกที่เอาเงินบริษัทฉันไปหมุนจนเกือบเจ๊ง ถ้าไม่อยากให้ฉันยึดบ้านและเครื่องมือแพทย์ที่พ่อเธอกำลังนอนหายใจอยู่ตอนนี้ ก็เซ็นชื่อลงไปซะ"
เพี้ยะ!
เสียงฝ่ามือกระทบเข้ากับแก้มเนียนของคินน์ดังสนั่นหวั่นไหวไปทั่วห้องทำงานกว้าง รินรดาหอบหายใจรัว ตัวสั่นเทาด้วยความโกรธที่พุ่งทะลุขีดจำกัด หยดน้ำตาที่พยายามกลั้นไว้ร่วงเผาะลงอาบแก้ม แต่เธอก็ยังคงเชิดหน้าขึ้นสูง ไม่ยอมก้มหัวให้ความพ่ายแพ้
คินน์หันกลับมาตามแรงตบ ใบหน้าหล่อเหลามีรอยแดงเป็นปื้น แต่เจ้าตัวกลับไม่ได้แสดงอาการโกรธเกรี้ยวอย่างที่ควรจะเป็น นัยน์ตาสีนิลคู่เดิมกลับยิ่งลุ่มลึกและเต็มไปด้วยประกายความคลั่งไคล้ที่ถูกกดทับไว้ภายใต้ความเย็นชา นิ้วแกร่งเอื้อมขึ้นมาเกลี่ยหยดน้ำตาที่ข้างแก้มของเธออย่างแผ่วเบา สัมผัสนั้นทั้งรุนแรงและอ่อนโยนในเวลาเดียวกันจนรินรดาสะดุ้งเฮือก
"มือหนักใช้ได้นี่... รินรดา" คินน์กระซิบเสียงแหบพร่า รอยยิ้มที่มุมปากดูอันตรายกว่าเดิมเป็นเท่าตัว "ตบฉันอีกทีก็ได้นะ ถ้ามันทำให้เธอกล้าพอที่จะเซ็นสัญญาฉบับนี้"
รินรดากัดริมฝีปากจนห่อเลือด เธอกวาดตามองปากกาในมือที่สั่นระริก การเซ็นชื่อลงไปในวันนี้เท่ากับการยอมก้าวเข้าสู่กรงขังของซาตานที่มีชื่อว่าคินน์ แต่เธอยังมีทางเลือกอื่นอีกหรือในเมื่อชีวิตของพ่อแขวนอยู่บนเส้นด้าย
หญิงสาวสูดหายใจเข้าลึกเพื่อเรียกสติ ก่อนจะตวัดปลายปากกาเซ็นชื่อลงไปบนกระดาษแผ่นนั้นอย่างรวดเร็วและเด็ดเดี่ยว แรงกดของหัวปากกาจนกระดาษเกือบขาดสะท้อนถึงความอัดอั้นตันใจทั้งหมดที่มี
"เรียบร้อยแล้ว..." รินรดาโยนเอกสารใส่หน้าอกแกร่งของเขาอย่างไม่ไยดี ดวงตาแข็งกร้าวขึ้น "ตอนนี้ฉันกลายเป็นทาสรับใช้สมใจคุณแล้วสินะ นายคินน์"
คินน์รับเอกสารแผ่นนั้นมาถือไว้ สายตากวาดมองลายเซ็นบรรจงด้วยความรู้สึกที่ยากจะคาดเดา มุมปากหยักยกยิ้มพึงพอใจ ชายหนุ่มขยับเข้าไปประชิดตัวเธออีกครั้งจนรินรดาต้องถอยหลังกรูดจนแผ่นหลังชนติดกับกระจกใสบานใหญ่ที่มองเห็นวิวกรุงเทพฯ ยามค่ำคืน
"ยินดีต้อนรับสู่กรงของฉันนะ... คุณผู้ดูแลส่วนตัว" คินน์โน้มใบหน้าลงกระซิบชิดริมฝีปากอิ่มที่กำลังเม้มแน่นด้วยความตื่นตระหนก "นับตั้งแต่วินาทีนี้เป็นต้นไป หน้าที่ของเธอคือทำตามคำสั่งฉันทุกอย่าง... แม้กระทั่งเรื่องบนเตียง เธอก็ไม่มีสิทธิ์ปฏิเสธ"
"คุณมันบ้า!" รินรดาเบิกตากว้างด้วยความตกใจ ผลักอกแกร่งเต็มแรงแต่ร่างสูงกลับนิ่งราวกับกำแพงหิน
ทว่า ก่อนที่คินน์จะได้เอื้อnเอ่ยคำพูดเย้าแหย่ใดๆ ออกมาอีก เสียงเคาะประตูดังรัวเร็วกระชั้นชิดก็ขัดจังหวะความเป็นส่วนตัวของทั้งคู่ลงเสียก่อน ตามด้วยเสียงบิดลูกบิดประตูที่ดังขึ้นพร้อมกับการก้าวเข้ามาของบุคคลที่ไม่ได้รับเชิญ
"ริน! เธออยู่ในนี้ใช่ไหม..."
เสียงหอบเหนื่อยของธันวา เพื่อนสนิทหนุ่มอบอุ่นผู้กุมความลับและคอยช่วยเหลือรินรดามาตลอดดังขึ้น พร้อมกับร่างสูงที่พังประตูเข้ามาหยุดชะงักกึก เมื่อเห็นภาพบาดตาบาดใจ—คินน์กำลังยืนครอบครองพื้นที่และกักตัวรินรดาไว้ในอ้อมแขนแนบชิดติดกระจก ท่ามกลางบรรยากาศที่ร้อนระอุและเต็มไปด้วยแรงปะทะทางอารมณ์
ธันวานัยน์ตาเบิกกว้างด้วยความตกใจและโกรธเกรี้ยวในขณะที่คินน์ค่อยๆ ผละตัวออกจากรินรดาช้าๆ นัยน์ตาสีนิลหันไปสบตากับผู้มาใหม่ด้วยแววตาดุร้าย เย็นชา และเปี่ยมไปด้วยรังสีอำมหิตที่พร้อมจะฉีกกระชากทุกคนที่กล้าล้ำเส้นเข้ามาในอาณาเขตของตน
ขอขอบคุณรี้ดเดอร์ทุกท่านที่ร่วมเดินทางดำดิ่งไปกับบทแรกนี้ด้วยกัน แล้วพบกันใหม่ในตอนหน้าครับ
คุณชายตัวร้ายกับยัยคนดื้อของเขา•ตอนที่ 1
หนี้แค้นหรือสัญญาลวง
ผลงานโดย ปราณธาตุเก้าสุริยัน
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (ปราณธาตุเก้าสุริยัน)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนครับ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง คุณชายตัวร้ายกับยัยคนดื้อของเขา นะครับ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะครับ ขอบคุณทุกคนครับ 🙏✨"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!