"ถ้าไม่อยากตายก็ไสหัวไปให้พ้นจากที่ดินแปลงนี้เสีย! ของที่บรรพบุรุษทิ้งไว้ให้ ไม่ใช่สมบัติของเด็กกำพร้าไร้หัวนอนปลายเท้าอย่างแก!"
เสียงตวาดแผดลั่นพร้อมกับแรงกระชากที่ไหล่ ทำให้ 'หลินซูเยว่' สะดุ้งเฮือกขึ้นมา ความเจ็บปวดแล่นริ้วไปทั่วร่างราวกับถูกกระแสไฟฟ้าแรงสูงช็อตเข้าที่ประสาทสัมผัส เธอรู้สึกเหมือนเพิ่งหลุดออกมาจากอุโมงค์มืดมิดที่ไร้ก้นบึ้ง กลิ่นดินชื้นแฉะและกลิ่นอับของไม้เก่าลอยเข้าแตะจมูก แทนที่จะเป็นกลิ่นน้ำยาฆ่าเชื้อในห้องไอซียูที่เธอคุ้นเคย
หลินซูเยว่ลืมตาขึ้น ภาพแรกที่เห็นคือหญิงวัยกลางคนรูปร่างท้วม สวมชุดผ้าฝ้ายสีมอซอที่ดูท่าทางกร้านโลก ดวงตาเรียวเล็กจ้องมองมาที่เธอด้วยความเกลียดชังราวกับเธอเป็นตัวเชื้อโรคที่น่ารังเกียจ
"นางเด็กเหลือขอ! ยังจะทำหน้าโง่ๆ อยู่อีกหรือ? ข้าบอกให้ไสหัวไปเสีย ก่อนที่ข้าจะใช้ไม้ไล่ตีแกให้หัวแตก!" มือหนาหยาบกร้านของหญิงคนนั้นเงื้อขึ้นสูง เตรียมจะฟาดลงมาที่ใบหน้าของเธออีกครั้ง
ความทรงจำที่แตกกระจัดกระจายหลั่งไหลเข้ามาในหัวสมองเหมือนเขื่อนแตก เธอคือหลินซูเยว่ เจ้าของฟาร์มเกษตรอินทรีย์ระดับแนวหน้าผู้ล่วงลับที่เพิ่งเสียชีวิตจากอุบัติเหตุ แต่ตอนนี้ เธอกำลังอยู่ในร่างของเด็กสาววัยสิบเจ็ดปีผู้มีชื่อแซ่เดียวกัน ในยุคสมัยที่ความอดอยากคือเพื่อนสนิทของคนจน และเธอกำลังถูก 'ป้าสะใภ้' ตัวร้ายพยายามยึดที่ดินผืนเล็กๆ ซึ่งเป็นที่พึ่งสุดท้ายของร่างนี้
ซูเยว่ไม่ได้หลบเลี่ยง เธอคว้าข้อมือป้าสะใภ้ไว้แน่น แรงบีบที่ส่งผ่านไปทำให้หญิงร่างท้วมถึงกับหน้าเบี้ยวด้วยความเจ็บปวด
"ป้าสะใภ้... ท่านจะไล่ข้าไปไหนหรือคะ?" น้ำเสียงของซูเยว่เย็นเยียบ ทว่าแฝงไว้ด้วยความนิ่งสงบที่ทำให้อีกฝ่ายต้องชะงัก "ที่ดินแปลงนี้ระบุไว้ในพินัยกรรมของท่านพ่อว่าอย่างไร ท่านเองก็น่าจะจำได้ดี การจะมาฉกฉวยเอาหน้าด้านๆ ในวันที่ข้าเพิ่งหายป่วย... ช่างเป็นการกระทำที่น่ารังเกียจเสียจริง"
"แก! แกกล้าดียังไงมาขึ้นเสียงกับข้า!" ป้าสะใภ้ถลึงตาใส่ แต่ความหวาดหวั่นเริ่มก่อตัวในแววตาเมื่อเห็นรอยยิ้มมุมปากของหลินซูเยว่ที่ดูเปลี่ยนไปราวกับคนละคน
"ข้ากล้าแน่ค่ะ" ซูเยว่สะบัดมืออีกฝ่ายออกอย่างไม่ใยดี เธอพยุงร่างที่อ่อนแอของตัวเองลุกขึ้น ยืนประจันหน้าอย่างท้าทาย "ทางที่ดีท่านรีบกลับไปเถอะค่ะ ก่อนที่ความโลภของท่านจะทำให้คนในหมู่บ้านต้องหัวเราะเยาะเอาว่า 'ป้าสะใภ้ผู้ใจบุญ' แท้จริงแล้วก็แค่โจรในคราบญาติ"
หญิงวัยกลางคนยืนอึ้งไปครู่หนึ่ง ก่อนจะสะบัดหน้าหนีด้วยความแค้นเคือง "ฝากไว้ก่อนเถอะ! พรุ่งนี้ข้าจะกลับมาใหม่ และเมื่อถึงตอนนั้น ต่อให้แกคุกเข่าร้องขอชีวิต ข้าก็จะไม่ยอมปล่อยที่ดินผืนนี้ไปแน่!"
เมื่อร่างของป้าสะใภ้ลับตาไปแล้ว ซูเยว่ก็ทรุดตัวลงนั่งกับพื้นดิน หัวใจของเธอเต้นระรัว ในวินาทีที่ความเงียบเข้าปกคลุม เธอก็รู้สึกได้ถึงความเย็นวาบที่ไหลเวียนอยู่ในฝ่ามือ มันไม่ใช่ความเย็นจากธรรมชาติ แต่มันคือ... มิติพื้นที่สีเขียวที่เธอเคยครอบครองในชาติที่แล้ว!
ซูเยว่หลับตาลงตั้งสมาธิทันที เพียงชั่วพริบตา ภาพของ 'พื้นที่มิติลับ' ก็ปรากฏขึ้นในมโนภาพ เบื้องหน้าคือเรือนไม้หลังเล็กที่รายล้อมไปด้วยแปลงผักนานาชนิด เมล็ดพันธุ์พืชหายากที่เธอสะสมไว้ยังคงอยู่ครบถ้วน ทั้งเมล็ดพันธุ์ข้าวพันธุ์พิเศษที่ปลูกได้ในทุกสภาพอากาศ รวมถึงสมุนไพรโบราณที่สูญพันธุ์ไปแล้ว
"สวรรค์ยังเมตตา... ในเมื่อพระเจ้าส่งข้ามาที่นี่ งั้นข้าก็จะขอสร้างอาณาจักรของข้าเองที่นี่แหละ" เธอพึมพำกับตัวเองด้วยความมุ่งมั่น
ซูเยว่เริ่มสำรวจพื้นที่หลังบ้าน ดินที่นี่แห้งแล้งและเต็มไปด้วยหญ้ารกชัฏ แต่สำหรับเธอมันคือขุมทรัพย์ เธอหยิบจอบเก่าๆ ที่วางพิงอยู่ข้างฝาขึ้นมา เริ่มขุดพลิกหน้าดินอย่างคล่องแคล่ว แม้ร่างกายนี้จะอ่อนแอ แต่ด้วยเทคนิคการเกษตรที่เธอเชี่ยวชาญ การปรับปรุงดินเพียงเล็กน้อยก็สามารถทำให้พืชผักเติบโตได้อย่างน่าอัศจรรย์
เวลาผ่านไปหลายชั่วโมงจนตะวันคล้อยต่ำ กลิ่นหอมจางๆ จากมิติพิเศษเริ่มลอยอบอวลไปทั่วบริเวณ ซูเยว่เลือกเมล็ดผักกาดขาวพันธุ์พิเศษที่ให้รสชาติหวานกรอบและอุดมด้วยสารอาหารมาปลูกลงแปลงดินที่ปรับปรุงแล้ว เธอใช้น้ำจากมิติลับรดลงไปเพียงเล็กน้อย พริบตานั้น ยอดอ่อนสีเขียวสดใสก็แทงยอดขึ้นมาเหนือผิวดินอย่างรวดเร็วราวกับมีเวทมนตร์
ขณะที่เธอกำลังเพลิดเพลินกับการทำงาน เสียงม้าฝีเท้าหนักๆ ก็ดังใกล้เข้ามาจากทางหน้าบ้าน ซูเยว่ชะงักเท้า เธอคว้ามีดทำครัวที่เหน็บไว้ข้างเอวเตรียมพร้อมรับมือกับแขกที่ไม่ได้รับเชิญ แต่ทว่า...
ชายหนุ่มในชุดผ้าไหมสีเข้มผู้มีใบหน้าหล่อเหลาดุจรูปสลัก ทว่าดวงตากลับว่างเปล่าดั่งน้ำแข็งที่ไม่มีวันละลาย กำลังก้าวเข้ามาในสวนของเธอ เขาดูสูงศักดิ์จนดูไม่เข้ากับสถานที่แห่งนี้ แต่สิ่งที่น่าตกใจยิ่งกว่าคือในมือของเขากำลังถือถุงเงินที่หนักอึ้ง และท่าทางของเขากำลังมองมาที่แปลงผักที่เพิ่งงอกเงยด้วยสายตาที่ดู 'หิวโหย' อย่างประหลาด
"เจ้าคือเจ้าของที่ดินแปลงนี้ใช่หรือไม่?" เสียงของเขาเรียบสนิทแต่ทรงพลัง
ซูเยว่หรี่ตามองเขาอย่างระแวดระวัง "ใช่... ท่านมีธุระอะไรหรือคะ?"
ชายหนุ่มชะงักไปครู่หนึ่งก่อนจะโน้มตัวลงมาดมกลิ่นอากาศรอบๆ แปลงผักของเธอ จากนั้นเขาก็เงยหน้าขึ้นมองเธอด้วยแววตาที่สั่นไหวเป็นครั้งแรก "กลิ่นนี่... มันคือกลิ่นของ 'รสสัมผัส' ที่ข้าไม่ได้สัมผัสมานานหลายปี"
เขาก้าวเข้ามาใกล้จนเธอได้กลิ่นกำยานจางๆ จากตัวเขา ก่อนจะวางถุงเงินลงตรงหน้าเธอ
"ขายผักทุกอย่างในแปลงนี้ให้ข้า... ไม่ว่าเจ้าจะเรียกราคาเท่าไร ข้าก็จะจ่าย"
สวนส้มปลายฟ้าขอขอบคุณท่านผู้อ่านทุกท่านที่ร่วมเดินทางไปกับจุดเริ่มต้นของชีวิตใหม่ของซูเยว่ และการพบกันที่เหนือความคาดหมายในครั้งนี้นะคะ!
เซียนเกษตรผู้มากับฝน กับคุณชายผู้มั่งคั่งแต่ไร้รสสัมผัส•ตอนที่ 1
ฟื้นคืนชีพในสวนหลังบ้าน
ผลงานโดย สวนส้มปลายฟ้า
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (สวนส้มปลายฟ้า)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง เซียนเกษตรผู้มากับฝน กับคุณชายผู้มั่งคั่งแต่ไร้รสสัมผัส นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!