ศิษย์สายดื้อกับอาจารย์ผู้คุมกฎแห่งหอสมุดต้องห้าม•ตอนที่ 1

กฎข้อที่หนึ่ง: อย่าตั้งคำถามกับมานาที่บิดเบี้ยว

ผลงานโดย ไมโลกับภูตน้อย
กลิ่นอายของผงผลึกมานาคั่วไหม้และคราบน้ำมันโลหะราคาถูก ลอยอวลอยู่ในห้องบรรยายเวทมนตร์ประยุกต์ชั้นสาม ปลายปากกาขนนกนับร้อยด้ามกำลังขูดขีดลงบนกระดาษหนังแกะ เสียงนั้นดังระรัวราวกับฝนห่าใหญ่ตกกระทบหลังคากระจกสีชา เซเรสไม่ได้สนใจเนื้อหาบนกระดานดำที่อาจารย์ประจำวิชาพยายามอธิบายทฤษฎีการหมุนเวียนของมานากระแสที่สาม ดวงตาคมกริบสีเทาเข้มของเขากำลังจดจ้องไปยังเครื่องวัดพลังเวททรงกลมตั้งโต๊ะรุ่นโบราณ ซึ่งวางอยู่บนมุมโต๊ะเลกเชอร์ ตัวเลขเรืองแสงสีฟ้าอ่อนบนหน้าปัดผลึกมานาแสดงผลกระพริบเบาๆ สลับกับเสียงหึ่งต่ำในลำตัวเครื่อง *412... 413... 415...* มันผิดปกติ ตั้งแต่นาทีแรกที่เขาเดินเข้ามาในห้องนี้แล้ว อัตราการไหลเวียนของมานาในชั้นบรรยากาศรอบตัวไม่ได้สอดคล้องกับสมการมาตรฐานที่เขียนอยู่บนกระดานแม้แต่น้อย ความหนาแน่นของละอองมานากำลังเพิ่มสูงขึ้นอย่างผิดธรรมชาติราวกับมีฟองอากาศปริศนากำลังขยายตัวอยู่ใต้พื้นไม้ปาร์เกต์ "เซเรส... นายกำลังทำหน้าเหมือนเด็กที่เจอโจทย์เลขติดลบสองชั้นอีกแล้วนะ" เสียงกระซิบแหบพร่าดังขึ้นจากด้านข้าง ลูคัส เพื่อนร่วมชั้นร่างท้วมผู้มีความเชี่ยวชาญพิเศษในการหลับตาจดเลคเชอร์ เอียงคอมองเขาด้วยสายตาสงสัย "ไม่ใช่โจทย์เลขติดลบหรอก ลูคัส" เซเรสตอบด้วยน้ำเสียงเรียบเรื่อย ปลาย นิ้วเรียวยาวเคาะลงบนขอบโต๊ะเป็นจังหวะตามอัตราการเต้นของชีพจร "แต่เป็นสมการที่กำลังจะระเบิดหน้าเราต่างหาก นายไม่รู้สึกเลยหรือไงว่าอากาศมันหนืดขึ้น?" "หนืด? ก็แค่อากาศในห้องเรียนอับๆ เพราะอาจารย์แวนคลินไม่ยอมเปิดหน้าต่างตั้งแต่คาบประวัติศาสตร์เวทมนตร์แล้วมั้ง นายก็คิดมากไปได้" ลูคัสยักไหล่ ก่อนจะก้มหน้าก้มตาเขียนต่อ เซเรสไม่เถียง เขาเพียงแต่หันกลับมามองหน้าปัดผลึกมานาอีกครั้ง *428... 430...* ความเร่งในการเพิ่มขึ้นของตัวเลขไม่ได้เป็นแบบเส้นตรง แต่มันกำลังพุ่งสูงขึ้นแบบเอ็กซ์โพเนนเชียล มานาในห้องนี้กำลังถูกสูบไปไหนสักแห่ง หรือพูดให้ถูกคือ มันกำลังถูกดึงดูดเข้าหาจุดศูนย์กลางบางจุดในอาคารเรียนหลังนี้ ซึ่งตามโครงสร้างสถาปัตยกรรมของสถาบันเวทมนตร์อาร์케เลียแล้ว จุดที่มานารั่วไหลแบบนี้มักจะนำไปสู่สองอย่าง... ไม่ใช่ท่อส่งมานาหลักชำรุด ก็คือมีใครบางคนกำลังพยายามเปิดประตูห้องสมุดต้องห้ามโดยไม่ได้รับอนุญาต และอย่างหลังมีโอกาสเกิดขึ้นสูงถึงแปด puluh เปอร์เซ็นต์ หากอ้างอิงจากสถิติความเฮงซวยของเขาในรอบสัปดาห์นี้ "นักเรียนเซเรส!" เสียงทุ้มต่ำและเข้มงวดของอาจารย์แวนคลินดังขึ้นตัดผ่านเสียงขูดปากกา ทันทีที่ชอล์กในมือถูกวางกระแทกกับรางกระดานดำ สายตาทุกคู่ในห้องหันขวับมามองที่มุมห้องทันที "ครับ อาจารย์" เซเรสเงยหน้าขึ้นสบตาผู้สอนอย่างใจเย็น ไม่มีร่องรอยของความตื่นตระหนกแม้แต่น้อย "ถ้าเธอคิดว่าทฤษฎีการหมุนเวียนมานากระแสที่สามมันน่าเบื่อจนต้องนั่งเคาะโต๊ะเป็นจังหวะเพลงแดนซ์ขนาดนั้น ช่วยตอบฉันซิว่า ตัวเลขมาตรฐานของค่าสัมประสิทธิ์ในหน้ากระดาษตำราหน้าสี่สิบสอง มันควรจะอยู่ที่เท่าไหร่?" อาจารย์แวนคลินกอดอก จ้องมองลูกศิษย์ตัวดีด้วยแววตาท้าทาย ห้องเรียนทั้งห้องตกอยู่ในความเงียบงัน ลูคัสแอบส่งกระดาษโน้ตยับๆ มาให้ใต้โต๊ะ แต่เซเรสเลือกที่จะเมินมัน "ถ้าอ้างอิงตามตำรามาตรฐานฉบับพิมพ์ครั้งที่เจ็ดของสำนักพิมพ์รอยัลมาจิก ค่าสัมประสิทธิ์ควรอยู่ที่ 3.14 ครับ อาจารย์" เซเรสตอบด้วยน้ำเสียงสุภาพ นิ่งสนิท และชัดถ้อยชัดคำ อาจารย์แวนคลินพึง-พอใจเล็กน้อย มุมปากกระตุกยิ้มขึ้น "ถูกต้อง... แล้วทำไมเธอถึงทำหน้าเหมือนคนกำลังคำนวณวันตายของตัวเองล่ะ?" "เพราะถ้าตัวเลขในตำรามันถูกต้องจริง หน้าปัดผลึกมานาบนโต๊ะผมตอนนี้คงไม่แสดงค่าเกิน 450 ไปแล้วล่ะครับ" เซเรสผายมือไปยังเครื่องวัดพลังเวทบนโต๊ะ ซึ่งตอนนี้ตัวเลขสีฟ้าได้พุ่งทะยานผ่านหลัก 451 ไปเรียบร้อยแล้ว และเกิดเสียงเตือนสั่นสะเทือนเบาๆ *ติ๊ด... ติ๊ด...* อาจารย์แวนคลินขมวดคิ้วมุ่น ก้าวฉับๆ เข้ามาที่โต๊ะของเซเรส เมื่อก้มลงมองหน้าปัด ดวงตาของอาจารย์ก็เบิกกว้างขึ้นเล็กน้อย ความมั่นใจเมื่อครู่หายวับไปกับตา "บ้านน่า... ตัววัดนี้ถูกสอบเทียบมาตรฐานเมื่อเช้านี้เอง..." อาจารย์แวนคลินพึมพำด้วยความตกใจ รีบหยิบแท่งตรวจจับมานาออกมาจากกระเป๋าเสื้อคลุมเพื่อตรวจสอบระบบ แต่ก่อนที่อาจารย์จะได้ทำอะไรต่อ พื้นห้องเรียนไม้ปาร์เกต์ก็เกิดอาการสั่นสะเทือนอย่างรุนแรงจนโต๊ะเลกเชอร์สั่นไหว เสียงกsะจกหน้าต่างสั่นพับๆ ราวกับมีคลื่นเสียงความถี่ต่ำกวาดผ่านตัวอาคาร และในเสี้ยววินัตินั้นเอง หน้าปัดผลึกมานาก็ดับวูบลงพร้อมกับประกายไฟสีม่วงเข้มที่แล่นริ้วผ่านอากาศ *พรึบ!* ความมืดมิดสายหนึ่งพัดผ่านเข้ามาในห้องเรียน พร้อมกับกลิ่นอายความเย็นยะเยือกที่ทำให้ทุกคนต้องขนลุกซู่ บรรยากาศรอบตัวเปลี่ยนจากห้องเรียนเวทมนตร์ธรรมดาให้กลายเป็นห้องโถงใต้ดินที่ไร้ซึ่งกาลเวลา กลางห้องเรียนที่ว่างเปล่า รอยแยกของอากาศสีดำสนิทเปิดออกช้าๆ ราวกับรอยฉีกบนกระดาษเปียกน้ำ และจากรอยแยกนั้น เงาร่างของสตรีผู้หนึ่งก้าวออกมาอย่างแผ่วเบา รองเท้าบูทหนังสีดำสนิทกระทบพื้นไม้ไร้ซึ่งสรรพเสียงใดๆ เรือนผมสีเงินยาวสลวยสะท้อนกับแสงไฟสลัว ดวงตาสสีอัมพันลึกลับคู่นั้นกวาดมองไปทั่วห้อง ก่อนจะมาหยุดนิ่งอยู่ที่เซเรสผู้ซึ่งยังคงนั่งไขว่ห้างถือปากกาขนนกด้วยท่าทีสบายๆ เอเลน่า อาจารย์ผู้ดูแลหอสมุดต้องห้ามแย้มรอยยิ้มบางเบาที่อ่านไม่ออก บนริมฝีปากเรียวสวย "ดูเหมือนว่า... จะมีเด็กนักเรียนคนเก่ง กำลังพยายามไขปริศนาในเขตหวงห้ามก่อนเวลาอันควรสินะครับ เซเรส" เสียงหวานทุ้มเอ่ยขึ้น ท่ามกลางความตกตะลึงของทุกคนในห้อง เซเรสวางปากกาลงบนโต๊ะอย่างใจเย็น เขาเงยหน้าสบตากับอาจารย์สาวลึกลับผู้ไม่เคยปรากฏตัวในตึกเรียนปกติ พลางแย้มยิ้มกวนประสาทกลับไปบางเบา "ผมไม่ได้พยายามไขปริศนาหรอกครับ อาจารย์เอเลน่า..." เซเรสเว้นจังหวะเล็กน้อย ดวงตาสีเทาเข้มเป็นประกายพราวระยับ "ผมแค่กำลังคิดว่า... ค่าซ่อมแซมความเสียหายของตึกวันนี้ จะหักจากงบประมาณของหอสมุด หรือจะให้ผมจ่ายเป็นค่าหน่วยกิตพิเศษดีล่ะครับ?" สิ้นคำพูดนั้น อากาศรอบตัวก็หยุดนิ่งสนิทราวกับเวลาถูกแช่แข็ง ขณะที่หน้าจอโปร่งแสงสีทองเรืองรองปรากฏขึ้นกลางอากาศตรงหน้าเซเรสโดยไม่มีใครอื่นมองเห็น **[แจ้งเตือนระบบ: ตรวจพบการปลุกพลังงานระดับ SSS - 'เขตแดนบรรพกาล' ถูกกระตุ้น]** **[เงื่อนไขพิเศษ: ท่านได้ก้าวล่วงเข้าสู่เขตอำนาจของหอสมุดต้องห้ามอย่างเป็นทางการ]** **[ภารกิจเร่งด่วน: เอาชีวิตรอดจากการทดสอบของ "เอเลน่า" ในเวลา 180 วินาที หรือสูญเสียสิทธิ์การเข้าใช้งานหอสมุดตลอดกาล]** ...โปรดติดตามตอนต่อไป... ขอบคุณที่ร่วมเดินทางไปกับ "ไมโลกับภูตน้อย" ครับ
สารจากนักเขียน (ไมโลกับภูตน้อย)
ดูโปรไฟล์ →

"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง ศิษย์สายดื้อกับอาจารย์ผู้คุมกฎแห่งหอสมุดต้องห้าม นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"

ความคิดเห็น (0)

ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์

ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้

เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!

บ่มเพาะไข่ไดโนเสาร์60%