"ถ้าขืนเจ้าหมุนเฟืองวงแหวนตัวที่สามสวนทิศทางกับอักษรรูนแห่งธาตุดินอีกแค่รอบเดียว ผนังห้องนี้คงได้บดขยี้พวกเรากลายเป็นปุ๋ยหมักชั้นดีสำหรับบำรุงต้นไม้อาคมหน้าหอสมุดแน่ครับ อาจารย์เอเลน่า"
น้ำเสียงของเซเรสเจือแววระอาเล็กน้อย ขณะที่ปลายนิ้วเรียวยาวของเขาหยุดชะงักห่างจากกลไกรูปทรงเรขาคณิตโบราณเพียงมิลลิเมตรเดียว ความมืดมิดของหอสมุดต้องห้ามชั้นใต้ดินระดับสามถูกขับเน้นให้ดูน่าอึดอัดยิ่งขึ้นด้วยแสงสีฟ้าจางๆ จากผลึกเวทมนตร์ที่เริ่มกะพริบถี่ราวกับมันกำลังหายใจรวยริน
เอเลน่า อาจารย์สาวผู้ดูแลหอสมุดต้องห้ามถอนหายใจยาว ดวงตาคู่คมภายใต้กรอบแว่นโลหะปรายมองลูกศิษย์ตัวแสบที่ยังคงมีหน้าตากวนประสาทได้แม้ในสถานการณ์คับขัน เธอยกมือขึ้นดันแว่นเล็กน้อย พยายามเก็บซ่อนรอยยิ้มมุมปากที่มักจะหลุดออกมาทุกครั้งที่เด็กหนุ่มคนนี้แสดงความอวดดีออกมาอย่างมีเหตุผล
"ฉันแค่อยากลองทดสอบสมมติฐานเรื่องแรงสะท้อนจากตำราปีศาจฉบับชำระเมื่อร้อยปีก่อนต่างหาก เซเรส... อีกอย่าง ในฐานะอาจารย์ ฉันมีสิทธิ์ที่จะลองผิดลองถูกมากกว่าเธอนะครับ" เธอสวนกลับด้วยน้ำเสียงเยือกเย็น แต่แฝงความขี้เล่นไว้เจือจาง
"ทฤษฎีนั้นตกยุคไปตั้งแต่หอสมุดประกาศใช้ระบบเวทมนตร์ประยุกต์รุ่นที่สามแล้วครับอาจารย์ ตำราเล่มนั้นเขียนโดยนักปราชญ์สติเฟื่องที่แม้แต่ภรรยาของเขายังหย่าด้วยเหตุผลว่า 'คุยกับตู้หนังสือยังรู้เรื่องกว่า' เลยนะครับ" เซเรสกล่าวพร้อมกับก้าวเท้าถอยหลังอย่างเป็นจังหวะ สายตาคมกริบกวาดมองลวดลายอักษรรูนนับร้อยที่สลักอยู่บนพื้นหินอ่อน บันทึกทุกรายละเอียดลงในหน่วยประมวลผลความจำอันแม่นยำของตนเอง
พวกเขากำลังติดอยู่ภายใน "เขาวงกตศิลาเงียบงัน" กลไกป้องกันภัยโบราณที่ถูกสร้างขึ้นตั้งแต่ยุคก่อตั้งโรงเรียนเวทมนตร์ ทางออกเดียวที่จะปลดล็อกประตูบานยักษ์น้ำหนักสามตันเบื้องหน้าได้ คือการถอดรหัสสมการเวทมนตร์ซับซ้อนที่แปรเปลี่ยนรูปแบบทุกๆ หกสิบวินาที หากแก้ไม่ทัน ผนังหินโดยรอบจะค่อยๆ บีบตัวเข้าหากันจนไม่เหลือแม้แต่เศษฝุ่น
เซเรสไม่ได้ตื่นตระหนก ความกดอากาศที่ลดต่ำลงและเสียงเฟืองโลหะขบกันดังครืดคราดรอบตัวไม่สามารถสั่นคลอนความนิ่งสงบในใจของเขาได้ เขาหลับตาลงชั่วคร้าม ปล่อยให้จิตสัมผัสเชื่อมโยงกับกระแสมานาที่ไหลเวียนอยู่ใต้พื้นดิน
*ระบบเวทมนตร์ไม่ได้ซับซ้อนเกินกว่าตรรกะ... มันแค่ซ่อนคำตอบไว้หลังกฎเกณฑ์ที่คนมักมองข้าม*
เซเรสคิดในใจ มือขวาของเขายกขึ้นวาดลวดลายกลางอากาศอย่างรวดเร็ว เส้นแสงสีทองจางๆ ปรากฏขึ้นตามปลายนิ้ว ก่อตัวเป็นโครงสร้างเรขาคณิตสามมิติที่จำลองกลไกของประตูหินทั้งชุด
"อาจารย์ครับ ช่วยส่งคทาแห่งธาตุลมให้ผมหน่อยครับ" เซเรสแบมือออกโดยไม่หันกลับไปมอง
เอเลน่าเลิกคิ้วขึ้นด้วยความประหลาดใจ แต่เธอก็ยอมส่งคทายาวประดับอัญมณีสีเขียวมรกตให้แต่โดยดี "เธอจะทำอะไร เจ้าศิษย์ตัวแสบ? พลังลมในพื้นที่ปิดแบบนี้อาจทำให้วงจรเวทระเบิดได้นะ"
"ผมไม่ได้จะใช้มันโจมตีครับ..." เซเรสรับคทามาถือไว้ น้ำเสียงของเขาเปลี่ยนเป็นจริงจังขึ้นอย่างเห็นได้ชัด "ผมจะใช้มันสร้าง 'ทางลัด' ทางความคิดต่างหาก"
เซเรสหมุนปลายคทาเป็นมุมสาม십ห้าองศาตามองศาการไหลของกระแสมานาใต้พื้น แล้วกระแทกปลายคทาลงบนแผ่นศิลาแผ่นที่สี่นับจากขวา ทันใดนั้น อักษรรูนสีแดงฉานที่กำลังจะเปลี่ยนเป็นสีดำสนิท—สัญญาณเตือนความล้มเหลวครั้งสุดท้าย—ก็พลันหยุดนิ่ง
เสียง *คลิก* เบาๆ ดังขึ้นราวกับเสียงนาฬิกาไขลานโบราณ
พื้นห้องที่เคยสั่นสะเทือนหยุดชะงักลงทันที ความเงียบสงบเข้าปกคลุมอีกครั้ง ตามมาด้วยเสียงกลไกขนาดยักษ์ปลดล็อกภายในผนังหิน ประตูบานมหึมาที่ปิดตายค่อยๆ แยกตัวออก เผยให้เห็นแสงสว่างสีขาวนวลจากภายนอกที่สาดส่องเข้ามาขับไล่ความอับชื้นของหอสมุดต้องห้าม
เอเลน่ามองภาพเบื้องหน้าด้วยความทึ่ง เล็กน้อย เธอผ่อนลมหายใจออกยาวเหยียด ยอมรับในความสามารถของเด็กหนุ่มคนนี้จากใจจริง "เธอนี่นะ... บางทีก็ฉลาดเกินเด็กอายุสิบแปดปีไปไกลโขเลยจริงๆ เซเรส"
"ชมเกินไปแล้วครับอาจารย์ ความจริงผมแค่ไม่อยากตายในที่อับๆ แบบนี้เพราะทฤษฎีครึ่งๆ กลางๆ ของอาจารย์ต่างหากครับ" เซเรสยิ้มมุมปาก ยื่นคทาคืนให้อย่างสุภาพ พร้อมกับปัดฝุ่นตามเสื้อคลุมนักเรียนของตนเองอย่างใจเย็น
แต่ในจังหวะที่ทั้งคู่กำลังจะก้าวเท้าเดินผ่านประตูบานที่เปิดออกสู่แสงสว่าง เสียงกระดิ่งลมโบราณที่ควรจะเงียบงันไปแล้วกลับดังขึ้นกังวานในความว่างเปล่า... *กรุ๊งกริ๊ง...*
ไม่ใช่เสียงจากลมภายนอก แต่เป็นเสียงที่ดังมาจากความมืดมิดลึกเข้าไปในห้องโถงชั้นที่สี่ของหอสมุดต้องห้าม—สถานที่ซึ่งตามบันทึกระบุเอาไว้ชัดเจนว่า *ไม่มีผู้ใดเคยย่างกรายเข้าไปรอดชีวิตกลับมาเลยแม้แต่คนเดียว*
รอยยิ้มบนใบหน้าของเอเลน่าเลือนหายไปในเสี้ยววินาที ดวงตาของเธอเบิกกว้างขึ้นเล็กน้อยเมื่อสัมผัสได้ถึงคลื่นพลังงานระดับมหาศาลที่กำลังพุ่งตรงมายังพวกเขาด้วยความเร็วสูงราวกับลูกศรที่ถูกปล่อยจากคันธนู
เซเรสชะงักเท้าที่กำลังก้าวออกไป ดวงตาคู่คมหันกลับไปมองความมืดเบื้องหลังอย่างรวดเร็ว พร้อมกับที่หน้าต่างแจ้งเตือนสีแดงฉานโปร่งแสงปรากฏขึ้นตรงหน้าของเขาโดยไม่มีสัญญาณเตือนล่วงหน้า
**[แจ้งเตือนระบบ: ตรวจพบตัวตนระดับหายนะ 'ผู้พัดพาความวิบัติ' ตื่นจากการหลับใหล]**
**[เงื่อนไขพิเศษถูกกระตุ้น: คุณได้ก้าวล่วงเข้าสู่เขตแดนต้องห้ามสูงสุดอย่างไร้ทางเลี่ยง]**
**[ภารกิจฉุกเฉินระดับ SSS: "รอดชีวิตจากเงาแห่งอดีต" เริ่มต้นนับถอยหลัง...]**
ขอขอบพระคุณทุกท่านที่ร่วมเดินทางและเติบโตไปพร้อมกับศิษย์สายดื้อคนนี้เสมอนะครับ
ศิษย์สายดื้อกับอาจารย์ผู้คุมกฎแห่งหอสมุดต้องห้าม•ตอนที่ 12
ไหวพริบกับความใจเย็น
ผลงานโดย ไมโลกับภูตน้อย
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (ไมโลกับภูตน้อย)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง ศิษย์สายดื้อกับอาจารย์ผู้คุมกฎแห่งหอสมุดต้องห้าม นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!