เสียงรองเท้าส้นเข็มกระทบพื้นหินอ่อนในห้องโถงจัดงานประมูลการกุศลดังเป็นจังหวะที่เยือกเย็นและหนักแน่น ราวกับเสียงนาฬิกานับถอยหลังสู่จุดจบของใครบางคน รินรดาในชุดเดรสยาวเข้ารูปสีน้ำเงินเข้มดุจท้องฟ้ายามวิกาล ตัดกับผิวพรรณที่ดูผุดผ่องสะอาดตา ทว่าแววตาภายใต้กรอบแว่นกันแดดทรงหรูนั้นกลับเรียบเฉยไร้ซึ่งความรู้สึก เธอไม่ใช่รินรดาคนเดิมที่เคยร้องไห้ฟูมฟายอยู่หน้าประตูห้องทำงานของเขาอีกต่อไป... วันนี้เธอคือ 'รินดา ลี' ดีไซเนอร์ระดับโลกผู้มาพร้อมกับรัศมีที่ไม่มีใครกล้าเอื้อมถึง
"คุณรินดาคะ แขกในงานเริ่มให้ความสนใจคุณมากทีเดียวค่ะ โดยเฉพาะ... ทางกลุ่มบริษัทของธามันกรุ๊ป" ผู้ช่วยสาวกระซิบข้างหู
รินรดาเพียงแค่เหยียดยิ้มที่มุมปาก เป็นรอยยิ้มที่ไม่ได้ไปถึงดวงตา "ดีแล้วล่ะ เพราะสิ่งที่ฉันเตรียมมาวันนี้ มันไม่ใช่แค่การเปิดตัว... แต่เป็นการทวงคืน"
ภายในงานเต็มไปด้วยความหรูหรา เสียงดนตรีคลาสสิกบรรเลงคลอเคล้าไปกับบทสนทนาเรื่องหุ้นและผลกำไร ธามันในชุดสูทสีเทาเข้มยืนเด่นเป็นสง่าอยู่ท่ามกลางกลุ่มนักลงทุน เขาดูสุขุม เลือดเย็น และทรงอำนาจเช่นเดิม แววตาคมกริบของเขากวาดมองไปรอบห้องราวกับกำลังล่าเหยื่อ แต่แล้ว... ก้าวเดินของเขาก็ชะงักลงเมื่อสายตาประสานเข้ากับร่างระหงที่กำลังยืนถือแก้วไวน์อยู่มุมหนึ่งของห้อง
ธามันขมวดคิ้วเล็กน้อย เขาจำความรู้สึกที่คุ้นเคยนี้ได้ ความรู้สึกที่เหมือนถูกเข็มเย็นๆ ทิ่มแทงลงกลางใจ ผู้หญิงคนนั้น... ทั้งท่วงท่าการเดินและแผ่นหลังที่เหยียดตรงนั่น มันช่างเหมือนกับ 'ภรรยาที่เขาสั่งทิ้ง' อย่างไม่ไยดีเมื่อสามปีก่อน
"คุณธามครับ นั่นคุณรินดา ลี ดีไซเนอร์ที่ทางเรากำลังเจรจาขอร่วมโปรเจกต์ด้วยครับ" เลขาคนสนิทกระซิบรายงาน
ธามันไม่ตอบ แต่เขากลับเดินแหวกฝูงชนมุ่งหน้าไปหาหญิงสาวทันที เขาต้องการรู้ว่าภายใต้ใบหน้านิ่งเฉยภายใต้แว่นกันแดดนั้น คือคนที่เขากำลังตามหา... หรือเป็นเพียงภาพสะท้อนของความทรงจำที่เขาทิ้งไว้ในเงามืด
"ยินดีที่ได้รู้จักครับ คุณลี" เสียงทุ้มต่ำของธามันดังขึ้นข้างตัวเธอ รินรดาค่อยๆ หมุนตัวกลับมา สายตาทั้งคู่ประสานกันในระยะที่ชิดใกล้จนลมหายใจปะทะกัน ความทรงจำสีจางๆ ของรินรดาพลันแจ่มชัดขึ้น ทั้งความเจ็บปวดจากการถูกหยามหยัน และความเย็นชาที่เขาเคยมอบให้
รินรดาถอดแว่นกันแดดออกอย่างช้าๆ เผยให้เห็นดวงตากลมโตที่สุกสกาวไปด้วยความมั่นใจ เธอไม่ได้ดูแตกสลายเหมือนวันที่เดินออกจากบ้านหลังนั้น เธอเปลี่ยนไปจนคนจำไม่ได้ แต่กลิ่นหอมอ่อนๆ ของดอกไม้ป่าที่เขายังจำได้ติดจมูกทำให้อกข้างซ้ายของธามันกระตุกวูบ
"คุณธามัน... ยินดีเช่นกันค่ะ หวังว่าธุรกิจของเราจะคุยกันได้ง่ายกว่าเรื่องอื่นนะคะ" เธอเอ่ยเสียงเรียบ สุ้มเสียงที่เคยสั่นเครือ บัดนี้กลับราบเรียบดุจผิวน้ำที่ไม่มีวันสั่นไหว
ธามันจ้องมองใบหน้านั้นอย่างพินิจ เขาสัมผัสได้ถึงแรงอาฆาตที่ซ่อนอยู่ภายใต้ความสุภาพ "ผมว่าเราเคยเจอกันที่ไหนมาก่อน... คุณดูเหมือนคนรู้จักเก่าที่ผมลืมไปแล้ว"
"บางคน... ถ้าเขาเลือกที่จะลืม ก็ไม่ควรค่าให้ใครต้องจดจำหรอกค่ะ" รินรดาตอบกลับพลางยกแก้วไวน์ขึ้นจิบเล็กน้อย "โดยเฉพาะคนที่ลืมไปว่า ตัวเองเคยทำอะไรไว้บ้าง"
บรรยากาศรอบข้างดูเหมือนจะกดทับลงมาทันที ธามันรู้สึกได้ถึงการถูกจู่โจมด้วยคำพูดที่คมกริบ เขาพยายามจะคว้าข้อมือเธอไว้เพื่อรั้งให้อยู่คุยต่อ แต่ทว่าจังหวะนั้นเอง โทรศัพท์มือถือของเขาก็สั่นรัว เขาเหลือบมองหน้าจอด้วยสีหน้าหงุดหงิด ก่อนจะชะงักค้างไปเมื่อเห็นภาพที่ถูกส่งมาจากระบบรักษาความปลอดภัยของคอนโดหรูที่เขาเพิ่งซื้อให้เลขาส่วนตัว
ในภาพนั้น... มีร่างของเด็กชายตัวน้อยวัยไล่เลี่ยกับที่เขาสันนิษฐานว่าลูกของเขาอาจจะมีชีวิตอยู่ นั่งเล่นอยู่หน้าบ้านพักที่เขาจำได้ดีว่าเป็นของรินรดา และที่สำคัญที่สุด... เด็กน้อยคนนั้นมีใบหน้าถอดแบบมาจากเขาไม่มีผิดเพี้ยน
รินรดาเห็นสีหน้าของเขาเปลี่ยนไปจากความเย่อหยิ่งกลายเป็นความตื่นตระหนก เธอก็ได้แต่ยกยิ้มสมเพช ก่อนจะหันหลังเดินจากไป ทิ้งให้ธามันยืนนิ่งค้างท่ามกลางงานประมูลอันหรูหรา โดยไม่รู้เลยว่า... มรสุมที่เขาเป็นคนก่อไว้ กำลังย้อนกลับมาฝังเขาทั้งเป็น
ขอบพระคุณนักอ่านที่ร่วมเดินทางเข้าสู่โลกของความแค้นและการหวนคืนในครั้งนี้ไปพร้อมกันนะคะ
ทิ้งรักไว้กลางใจให้คนลืมจำ•ตอนที่ 1
หวนคืนในเงามืด
ผลงานโดย ชานมไข่มุกหวานร้อย
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (ชานมไข่มุกหวานร้อย)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง ทิ้งรักไว้กลางใจให้คนลืมจำ นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!
