ซูเปอร์มาร์เก็ตมิติยุค 70: แม่ครัวยอดฝีมือป่วนหมู่บ้านตระกูลหลี่•ตอนที่ 20

อิจฉาริษยาจากคู่แข่ง

ผลงานโดย หลินฮวายุคปฏิรูป
"นังตัวดี! แกแอบมาค้ากำไรเกินควรลับหลังตระกูลหลี่อย่างนั้นเรอะ! เงินพวกนี้แกต้องเอามาส่งให้บ้านใหญ่ทั้งหมดนะ!" เสียงแหลมสูงบาดห้าวนั่นยังคงก้องกังวานอยู่ในโสตประสาทของหลินซูฮาน แม้ว่าเงาร่างของป้าสะใภ้ใหญ่และเหล่าญาติผู้พี่จะถอยร่นกลับไปพร้อมกับความแค้นเคืองที่ฉาบอยู่บนใบหน้าบิดเบี้ยวแล้วก็ตาม ความโลภของคนบ้านใหญ่ตระกูลหลี่ไม่เคยมีจุดสิ้นสุด พวกเขาคิดว่านางเป็นเพียงหญิงสาวอ่อนแอที่ถูกส่งมาแต่งงานขัดดอกในหมู่บ้านกันtheชนบทแห่งนี้ จะทำอย่างไรก็ได้ตามอำเภอใจ แต่พวกเขากลับลืมไปเสียสนิทว่า โลกใบนี้ไม่ได้หมุนรอบความเห็นแก่ตัวของพวกเขา ซูฮานแค่นหัวเราะเบาๆ ในลำคอ ดวงตากลมโตฉายแววเยียบเย็นราวกับน้ำค้างแข็งยามดึก นางปัดเศษแป้งบนฝ่ามือออกอย่างไม่ยี่หระ ขณะที่กวาดสายตามองไปรอบๆ ลานกว้างหน้าสหกรณ์ประจำคอมมูน ซึ่งบัดนี้กลายเป็นสนามประลองยุทธ์ขนาดย่อมสำหรับการค้าขายเร่ของนาง กลิ่นหอมกรุ่นของพะโล้สูตรลับจากซูเปอร์มาร์เก็ตมิติ ที่นางเคี่ยวตุ๋นจนเข้าเนื้อและส่งกลิ่นยั่วยวนไปทั่วรัศมีร้อยเมตร ยังคงเรียกน้ำลายจากชาวบ้านที่ยืนออกันอยู่หนาแน่น ทว่า บรรยากาศรอบกายกลับไม่ได้อบอวลไปด้วยความสุขเหมือนทุกวัน สายตาหลายคู่ที่มองมาไม่ได้มีเพียงความชื่นชมหรือความอยากลิ้มลองรสชาติอาหารอีกต่อไป หากแต่แฝงไปด้วยร่องรอยของความริษยา ความไม่พอใจ และความระแวงแคลงใจ "นั่นน่ะหรือ... แม่นางหลินที่ว่า ขายของกินจนพวกเราแทบไม่มีที่ยืน" เสียงกระซิบกระซาบดังมาจากมุมหนึ่งของร้านค้าสหกรณ์เก่าแก่ หญิงวัยกลางคนร่างท้วม เจ้าของฉายา 'เจ๊เฮอ ผู้ผูกขาดตลาดแป้งหมี่' ยืนกอดอกใบหน้าบึ้งตึง ดวงตาเรียวเล็กหรี่มองรถเข็นไม้ของซูฮานราวกับจะกินเลือดกินเนื้อ ข้างกายเถ้าแก่เฮอผู้สามีก็กำลังขบกรามแน่นจนกล้ามเนื้อสันกรามปูดโปน ก่อนหน้านี้ ร้านค้าของสองสามีภรรยาตระกูลเฮอแทบจะเป็นศูนย์กลางการค้าขายเดียวในละแวกนี้ ชาวบ้านจะซื้อเกลือ น้ำตาล แป้ง หรือเนื้อสัตว์ ล้วนต้องพึ่งพาความเมตตาและราคาที่พวกเขากำหนดขึ้นเองตามอำเภอใจ ทว่า ตั้งแต่หลินซูฮานปรากฏตัวขึ้นพร้อมกับสินค้าแปลกตา ทั้งลูกอมรสผลไม้หอมหวาน น้ำส้มสายชูหมักชั้นดี หรือแม้กระทั่งเนื้อหมูสามชั้นที่หั่นมาอย่างสวยงามปราศจากมันส่วนเกินในราคาที่เข้าถึงได้ ชาวบ้านต่างก็เทใจหันมาต่อแถวหน้ารถเข็นของนางกันหมด จนสหกรณ์แทบจะกลายเป็นป่าช้าไร้ผู้คน "นังเด็กนี่มันร้ายกาจนัก!" เจ๊เฮอกัดฟันกรอด กระทืบเท้าลงบนพื้นดินเสียงดัง "ใช้เล่ห์กลอะไรถึงได้เอาของพวกนี้มาขายได้ถูกกว่าแถมคุณภาพดีกว่า ราวกับว่ามันซ่อนคลังสินค้าวิเศษไว้เบื้องหลังอย่างนั้นแหละ!" ซูฮานได้ยินคำพูดนั้นชัดเจน นางชะงักมือที่กำลังตักแป้งสาลีใส่ถุงกระดาษให้ลูกค้า มุมปากยกยิ้มขึ้นเล็กน้อยอย่างรู้ทัน คลังสินค้าวิเศษที่พวกเขากล่าวถึง... มันอยู่ในมิติจิตของนางจริงๆ เสียด้วยสิ ถ้ารู้ความจริงนี้เข้า สองสามีภรรยาตระกูลเฮอคงอกขวัญผัดตับหนีเตลิดไปไกลแน่ "ป้าเฮอคะ รับน้ำตาลทรายแดงสักครึ่งชั่งไหมคะ ช่วงนี้อากาศเริ่มเย็นลงแล้ว ทำน้ำขิงอุ่นๆ ดื่มตอนเช้าบำรุงร่างกายดีนักแล" ซูฮานเอ่ยทักทายด้วยน้ำเสียงนุ่มนวลและสุภาพเรียบร้อยตามแบบฉบับหญิงสาวผู้เพียบพร้อม ใบหน้าประดับรอยยิ้มพิมพ์ใจที่ไร้พิษภัยใดๆ ยิ่งทำให้อีกฝ่ายรู้สึกเหมือนถูกตบหน้าฉาดใหญ่กลางฝูงชน เจ๊เฮอหน้าดำคร่ำเครียด ก้าวเท้ากระแทกกระทั้นตรงเข้ามาหยุดยืนจังก้าอยู่เบื้องหน้ารถเข็นของซูฮาน ดวงตาดุร้ายจ้องเขม็งไปยังตะกร้าใส่ไข่ไก่สดที่เรียงรายอย่างเป็นระเบียบ "หลินซูฮาน! อย่ามาทำเป็นไขสือมารยาทงามแถวนี้เลยนะ!" เจ๊เฮอแผดเสียงแหลมจนชาวบ้านที่กำลังเลือกซื้อของต่างพากันสะดุ้งและถอยร่นเว้นระยะห่างออกไปโดยอัตโนมัติ "แกคิดว่าแกเป็นใครกันหึ? ถึงได้กล้ามาตั้งแผงขายของตัดหน้าสหกรณ์ของรัฐ แถมยังตัดราคากระหน่ำ ทำลายระบบการค้าของคอมมูนเราแบบนี้ แกมีใบอนุญาตถูกต้องตามกฎหมายหรือเปล่า หรือว่าแอบลักลอบค้าขายของเถื่อนจากตลาดมืด!" ข้อกล่าวหาเรื่อง 'ตลาดมืด' ในยุค 70 เป็นเรื่องคอขาดบาดตาย โทษฐานของการเก็งกำไรและการค้าขายผิดกฎหมายรุนแรงถึงขั้นถูกส่งตัวเข้าค่ายปรับทัศนคติหรือใช้แรงงานหนัก ชาวบ้านหลายคนเริ่มส่งเสียงฮือฮาด้วยความตกใจ บางคนมองซูฮานด้วยสายตาหวาดระแวงขึ้นมาทันที ซูฮานยังคงรักษาความสงบเยือกเย็นบนใบหน้า นางวางช้อนตักแป้งลงอย่างช้าๆ ใช้นิ้วเรียวปัดเสื้อคลุมสีซีดของตนเองให้เรียบร้อย ก่อนจะเงยหน้าขึ้นสบตาเจ้าของร้านรุ่นพี่นิ่งสนิท ดวงตากลมโตคู่นั้นใสกระจ่างและทรงพลังจนเจ๊เฮอต้องเป็นฝ่ายหลบสายตาไปวูบหนึ่ง "ป้าเฮอพูดจาให้เกียรติกันด้วยนะคะ" ซูฮานกล่าวด้วยน้ำเสียงราบเรียบ ทว่าก้องกังวานฟังชัดถ้อยชัดคำ "สินค้าทุกชิ้นที่ฉันนำมาขาย มีที่มาที่ไปถูกต้องตามระเบียบของหมู่บ้าน และมีใบเสร็จรับเงินจากสหกรณ์อำเภออย่างถูกต้องตามกฎหมายทุกประการ หากปสงสัยในความบริสุทธิ์ใจของฉัน เชิญไปตรวจสอบกับท่านหัวหน้าคอมมูนได้ตลอดเวลาเลยค่ะ" "แก... นังปากกล้า!" เถ้าแก่เฮอที่ทนดูภรรยาเสียหน้าไม่ไหว ก้าวเข้ามาสมทบด้วยใบหน้าถมึงทึง ร่างหนาท้วมกumหมัดแน่นจนเส้นเลือดปูด "อย่ามาอ้างกฎหมายกับข้า! ข้าค้าขายที่นี่มาสิบกว่าปี พวกแกเป็นคนนอกเพิ่งย้ายเข้ามาอยู่ไม่ทันไร กลับกล้ามาแย่งชิ้นปลามันไปจากปากพวกเราอย่างนั้นเรอะ! ถ้าแกยังดื้อด้านขายของอยู่ที่นี่ต่อ... ก็อย่าหาว่าพวกเราไม่เตือน!" บรรยากาศรอบบริเวณพลันทึบตันลงถนัดตา ความกดแผ่ซ่านไปทั่วทิศทาง ลมหนาวพัดโชยผ่านมาวูบหนึ่งพาเอาความหน็บแนบเข้ามาสู่ผิวเนื้อ ทว่า ไม่เท่ากับความหนาแน่นของแรงกดดันจากกลุ่มพ่อค้าแม่ค้าเจ้าถิ่นที่เริ่มก้าวเท้าเข้ามาล้อมรถเข็นของซูฮานทีละคนสองคน ซูฮานกวาดสายตามองรอบด้าน นางเห็นแววตาฮึกเหิมและความโลภที่ซ่อนอยู่ภายใต้ข้ออ้างเรื่องระเบียบการค้า พวกเขาไม่ได้กลัวผิดกฎหมาย แต่พวกเขากลัว 'สูญเสียผลประโยชน์' ต่างหาก ในขณะที่สถานการณ์กำลังตึงเครียดจนแทบจะระเบิดออกเป็นเสี่ยงๆ และชาวบ้านต่างพากันกลั้นหายใจไม่กล้าส่งเสียงเชียร์หรือเข้าข้างฝ่ายใด เสียงย่ำเท้าหนักแน่นราวกับฝีเท้าของม้าศึกก็ดังขึ้นจากด้านหลังฝูงชน *ตึง... ตึง... ตึง...* ฝีเท้านั้นมั่นคง ทรงพลัง และเปี่ยมด้วยอำนาจกดดันโดยธรรมชาติ จนผู้คนต้องพากันแหวกทางให้อย่างรวดเร็วโดยไม่ต้องมีใครเอ่ยปาก ร่างสูงใหญ่ในชุดเสื้อโค้ทสีเขียวทหารเก่าที่ซีดจาง แต่ทว่ายังคงรักษาความสะอาดเรียบร้อยอย่างไร้ที่ติ ก้าวเข้ามาหยุดยืนเคียงข้างรถเข็นไม้ของซูฮาน ใบหน้าคมคายเคร่งขรึม ดวงตาลึกล้ำราวมหาสมุทรคู่นั้นกวาดมองกลุ่มคนตรงหน้าด้วยรัศมีอันเย็นเยียบและน่าเกรงขาม ลู่จ้านกั๋วมาถึงแล้ว เขาส่งสายตาอ่อนโยนมายังซูฮานแวบหนึ่ง เพื่อยืนยันว่านางไม่ได้อยู่ตัวคนเดียว ก่อนจะหันไปเผชิญหน้ากับสองสามีภรรยาตระกูลเฮอโดยตรง ความกดดันระดับนายทหารผ่านศึกที่ผ่านสนามรบมาโชกโชนแผ่ซ่านออกมาจนเจ๊เฮอและสามีถึงกับผถอยหลังไปก้าวหนึ่งโดยไม่รู้ตัว "ภรรยาของผม ทำมาค้าขายด้วยหยาดเหงื่อแรงงานและถูกต้องตามกฎหมายทุกประการ" เสียงทุ้มต่ำทรงพลังเอ่ยขึ้น ทำลายความเงียบงันลงอย่างเฉียบขาด "ใครมีปัญหา... ลองพูดใหม่อีกครั้งซิ" ทว่า ก่อนที่ใครจะได้ทันเอ่ยคำใดแก้ตัว เสียงฝีเท้าอีกชุดหนึ่งก็ดังแทรกขึ้นมาจากระยะไกล พร้อมกับเสียงตะโกนหอบแฮกของเด็กหนุ่มคนส่งจดหมายประจำหมู่บ้าน "พี่จ้านกั๋ว! พี่ซูฮานแย่แล้วครับ! มี... มีโทรเลขด่วนที่สุดมาจากเมืองหลวง ส่งตรงถึงบ้านตระกูลหลี่ แต่คนส่งเขาบอกว่า... หน้าซองจดหมายจ่าหน้าถึง 'หลอนซูฮาน' โดยตรงครับ!" ซูฮานขมวดคิ้วมุ่นทันที เมืองหลวง? นางไม่มีญาติสนิทมิตรสหายอยู่ที่นั่น เหตุใดจึงมีโทรเลขด่วนที่สุดส่งตรงมาถึงนางในเวลาที่สถานการณ์กำลังระอุเช่นนี้? ลู่จ้านกั๋วยื่นมือไปรับแผ่นกระดาษโทรเลขสีเหลืองซีดมาจากมือเด็กหนุ่มด้วยสีหน้าเคร่งเครียด ดวงตาคมกริบกวาดอ่านข้อความสั้นๆ บนนั้นแวบเดียว ก่อนที่นัยน์ตาของชายหนุ่มจะหรี่แคบลงอย่างรวดเร็ว พร้อมกับความลับบางอย่างที่ถูกเปิดเผยออกมาในประโยคถัดมา "ซูฮาน... คนที่ส่งโทรเลขฉบับนี้ บอกว่า 'ท่านพ่อ' ที่พวกเขานึกว่าเสียชีวิตไปแล้วในเขตยุทธบริเวณภาคใต้... กำลังเดินทางมาที่นี่ พร้อมกับทหารกองกำลังพิเศษเพื่อรับตัวเธอกลับตระกูลเดิม!" -------------------------------------------------- ขอบคุณรี้ดเดอร์ทุกท่านที่ร่วมเดินทางและสนับสนุนซูฮานและจ้านกั๋วนะคะ!
สารจากนักเขียน (หลินฮวายุคปฏิรูป)
ดูโปรไฟล์ →

"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง ซูเปอร์มาร์เก็ตมิติยุค 70: แม่ครัวยอดฝีมือป่วนหมู่บ้านตระกูลหลี่ นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"

ความคิดเห็น (0)

ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์

ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้

เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!

บ่มเพาะไข่ไดโนเสาร์60%