ซูเปอร์มาร์เก็ตมิติยุค 70: แม่ครัวยอดฝีมือป่วนหมู่บ้านตระกูลหลี่•ตอนที่ 22

ขยายกิจการสู่ห้องแถวเล็กๆ

ผลงานโดย หลินฮวายุคปฏิรูป
"ถ้าดึกป่านนี้แล้วยังกล้ามาเคาะประตูบ้านคนอื่นอย่างไร้มารยาท เกรงว่าคงไม่ใช่คนดีที่มีธุระปะปังอะไรหรอกค่ะ" เสียงของหลินซูอานดังขึ้นท่ามกลางความเงียบงัน ราวกับก้อนน้ำแข็งที่ถูกโยกลงบนพื้นกระเบื้อง แม้ภายนอกนางจะดูสงบนิ่ง ทว่ามือข้างหนึ่งที่ซ่อนอยู่ใต้ชายเสื้อกลับกำแน่นจนข้อต่อขึ้นสีขาว บรรยากาศหลังบานประตูไม้เก่าๆ นั้นเต็มไปด้วยความกดดัน ลู่จ้านกั๋วยืนบังร่างของนางไว้ครึ่งหนึ่ง ดวงตาคมกริบราวกับพยัคฆ์ซุ่มในพงไพร ร่างกายกำยำตึงเกร็งพร้อมรับมือกับทุกสถานการณ์ *ปัง! ปัง! ปัง!* เสียงเคาะครั้งใหม่ดังขึ้นอย่างไร้ความเกรงใจ ตามมาด้วยเสียงแหลมสูงคุ้นหูที่ตะโกนแทรกความมืดเข้ามา "หลินซูอาน! นังตัวดี! เปิดประตูเดี๋ยวนี้! ฉันรู้ว่าแกอยู่ในนั้น อย่าทำเป็นหูทวนลมนะ!" เป็นเสียงของสะใภ้ใหญ่จาง ป้าสะใภ้ผู้สร้างความปวดหัวให้ไม่เว้นแต่ละวันนั่นเอง ลู่จ้านกั๋วขมวดคิ้วมุ่น เอื้อมมือหนาไปหมายจะปลดกลอนประตู แต่นางเอกของเรากลับยื่นมือเรียวไปแตะแขนเขาไว้เบาๆ สัญญาณห้ามปรามผ่านทางสายตาคู่นั้นเด็ดขาดและเฉียบคม นางยิ้มมุมปาก รอยยิ้มที่ไม่ได้มีความอบอุ่นหลงเหลืออยู่เลยแม้แต่น้อย "ปล่อยให้แกเคาะไปเถอะค่ะ ยิ่งดึกชาวบ้านยิ่งตื่นกันหมด ถึงตอนนั้นคนที่จะอับอายขายขี้หน้าไม่ใช่เราหรอกค่ะ" หลินซูอานกระซิบเสียงเบา ลมหายใจอุ่นรดต้นแขนของชายหนุ่ม ทำให้ลู่จ้านกั๋วชะงักไปชั่วขณะ ก่อนที่เขาจะพยักหน้ารับอย่างเข้าใจ ผ่านไปเกือบสิบนาที เสียงทุบประตูก็เปลี่ยนเป็นเสียงโวยวายและเสียงบ่นงึมงำด้วยความเหนื่อยล้า เมื่อไม่มีวี่แววว่าคนข้างในจะเปิดต้อนรับ สะใภ้ใหญ่จางจึงจำต้องถอยทัพกลับไปด้วยความแค้นเคือง ทิ้งไว้เพียงความเงียบสงบที่กลับคืนสู่บ้านพักหลังเล็กอีกครั้ง ทว่า คืนนั้นไม่ได้ทำให้หลินซูอานนอนไม่หลับ ตรงกันข้าม... มันกลับเป็นจุดเริ่มต้นของแผนการใหญ่ที่นางวางไว้ในใจมานาน เช้าตรู่ของวันถัดมา กลิ่นหอมกรุ่นของแป้งสันทอดกรอบและน้ำเต้าหู้ร้อนๆ ลอยฟุ้งไปทั่วตรอกซอกซอย หลินซูอานง่วนอยู่กับการเตรียมวัตถุดิบในมิติลับซูเปอร์มาร์เก็ต แป้งสาลีเนื้อดี เนื้อหมูหมักเครื่องเทศสูตรลับ และผักดองกรุบกรอบถูกนำออกมาแปรรูปเป็น "ซาลาเปาทอดไส้ทะลัก" และ "โจ๊กหมูฉีกเส้น" ที่ส่งกลิ่นยั่วยวนน้ำลายจนคนเดินผ่านไปผ่านมาต้องเหลียวหลังมอง "พี่ซูอานคะ กลิ่นหอมขนาดนี้ วันนี้พวกเราต้องขายหมดเกลี้ยงแน่เลยค่ะ!" เสี่ยวหลิน เด็กสาวผู้ช่วยร้านพาร์ทไทม์เอ่ยขึ้นด้วยดวงตาเป็นประกาย พลางช่วยยกตะกร้าไม้ออกมาหน้าร้าน "หมดเกลี้ยงแน่นอนค่ะ แต่วันนี้เราจะไม่ขายแค่ริมถนนกันแล้วนะคะ" หลินซูอานยิ้มพลางใช้ผ้าสะอาดเช็ดมือ คำพูดนั้นทำให้เสี่ยวหลินอ้าปากค้างด้วยความประหลาดใจ เงินเก็บก้อนโตที่ได้จากการขายอาหารตลอดเดือนที่ผ่านมา บวกกับความช่วยเหลืออย่างเงียบๆ จากลู่จ้านกั๋วในการเจรจา ทำให้วันนี้... สัญญาเช่าห้องแถวขนาดเล็กตรงหัวมุมถนนสายหลักได้รับการเซ็นเรียบร้อยแล้ว! ตึกแถวชั้นเดียวขนาดกะทัดรัด แม้จะดูเก่าไปสักนิด แต่ทำเลดีเยี่ยม ตั้งอยู่ใกล้กับสหกรณ์และโรงงานทอผ้า ผู้คนพลุกพล่านตลอดทั้งวัน หลินซูอานยืนมองตึกแถวที่เป็นชื่อของตนเอง (แม้จะเป็นการเช่าระยะยาวก็เถอะ) หัวใจพองโตด้วยความอิ่มเอม นี่คือ "ร้านอาหารซูอาน" อย่างเป็นทางการ ก้าวแรกสู่การสร้างอาณาจักรอาหารในยุค 70 "ชอบไหมครับ" เสียงทุ้มต่ำดังขึ้นจากด้านหลัง ลู่จ้านกั๋วยืนกอดอกมองภรรยาคนสวยด้วยแววตาภาคภูมิใจ มือหนายื่นกระดาษสัญญาเช่าที่พับไว้อย่างเรียบร้อยส่งให้ "ชอบมากค่ะ ขอบคุณนะคะพี่จ้านกั๋ว ถ้าไม่ได้ท่านช่วยตกลงกับเจ้าของตึกราคาคงไม่ลดลงมาขนาดนี้แน่ๆ" หลินซูอานเงยหน้าขึ้นสบตา สามีหนุ่มผู้ไม่ค่อยพูดแต่การกระทำชัดเจนเสมอน่ารักในสายตานางเสมอ ทั้งสองช่วยกันทำความสะอาดและตกแต่งร้านใหม่อย่างขะมักเขม้น หลินซูอานใช้ฝีมือการตกแต่งระดับเชฟมือทอง เน้นโทนสีไม้และผ้าฝ้ายดิบให้ความรู้สึกอบอุ่น เป็นกันเอง ป้ายร้านไม้แกะสลักตัวอักษร "ร้านอาหารซูอาน" ถูกแขวนขึ้นเหนือกรอบประตูอย่างภาคภูมิใจ กลิ่นหอมของอาหารชุดแรกที่ทดลองทำในครัวใหม่ลอยออกไปตามสายลม เรียกร้องให้ลูกค้ากลุ่มแรกเริ่มก้าวเข้ามาในร้านอย่างลังเล แต่เพียงแค่คำแรกที่ได้ลิ้มลอง สีหน้าของพวกเขาก็เปลี่ยนเป็นความเคลิบเคลิ้มทันที ข่าวลือเรื่องรสชาติอาหารที่เป็นเลิศแพร่สะพัดออกไปอย่างรวดเร็วยิ่งกว่าไฟลามทุ่ง ภายในเวลาไม่ถึงสัปดาห์ ร้านอาหารเล็กๆ แห่งนี้ก็กลายเป็นจุดEateryยอดฮิตที่ใครๆ ก็ต้องแวะเวียนมา ทว่า ความสำเร็จย่อมดึงดูดสายตาอิจฉาริษยา บ่ายวันหนึ่ง ขณะที่หลินซูอานกำลังนับเงินรายได้ในลิ้นชักด้วยรอยยิ้มพึงพอใจ เสียงผลักประตูก็กระแทกดังปังจนบานกระจกแทบแตก สะใภ้ใหญ่จางก้าวเข้ามาในร้านด้วยสีหน้าบิดเบี้ยว พร้อมกับชายฉกรรจ์ท่าทางนักเลงสองคนในชุดเสื้อคลุมกันหนาวเก่าๆ "นังซูอาน! เปิดร้านใหญ่โตจนลืมหูลืมตาอ้าปากได้แล้วสินะ! ถึงเวลาที่แกต้องจ่าย 'ค่าคุ้มครอง' ให้กับตระกูลหลี่แล้วมั้ง!" สะใภ้ใหญ่จางแผดเสียงลั่นร้าน ลูกค้าที่กำลังทานอาหารอยู่ต่างพากันวางตะเกียบด้วยความตกใจ หลินซูอานค่อยๆ วางสมุดบัญชีลงช้าๆ นางเงยหน้าขึ้นสบตากับป้าสะใภ้ตัวแสบ แววตาไม่มีความหวาดกลัวแม้แต่น้อย มีเพียงรอยยิ้มเย็นเยียบที่มุมปาก "ค่าคุ้มครองหรือคะ? ป้าสะใภ้... ตระกูลหลี่ของเราไม่ได้เกี่ยวข้องกันมานานแล้วนะคะ และที่นี่... ก็ไม่ใช่ที่ที่คนไร้ยางอายจะมาเที่ยวรีดไถได้ตามใจชอบ" นางเอ่ยด้วยน้ำเสียงราบเรียบ ทว่าทรงพลังจนคนฟังต้องสะดุ้ง สะใภ้ใหญ่จางหน้าดำคร่ำเครียดด้วยความโกรธจัด สั่งให้ชายฉกรรจ์ด้านหลังก้าวเข้าไปรื้อข้าวของในร้าน "จัดการมัน! รื้อร้านนี้ให้พัง อย่าให้มันกล้าปากดีอีก!" ชายฉกรรจ์สองคนทำท่าจะพุ่งเข้าไปคว่ำโต๊ะอาหาร หลินซูอานยังคงนั่งนิ่งไม่ขยับเขยื้อน แต่นางกลับหยิบกระดิ่งทองเหลืองเล็กๆ บนโต๊ะขึ้นมาสั่น "กริ๊ง... กริ๊ง..." สองครั้ง สิ้นเสียงกระดิ่ง... ประตูหลังร้านก็เปิดผางออกอย่างแรง! ร่างสูงใหญ่ของลู่จ้านกั๋วก้าวออกมาพร้อมกับสหายทหารปลดประจำการอีกสามคนที่หน้าตาถมึงทึงและสวมเครื่องแบบเก่า รังสีอำมหิตแผ่ซ่านไปทั่วห้องจนนักเลงทั้งสองคนถึงกับผงะถอยหลังโดยไม่รู้ตัว ทว่า ก่อนที่ลู่จ้านกั๋วจะได้ก้าวเข้าไปจัดการสถานการณ์ ร่างของใครบางคนที่ยืนแอบอยู่หลังเสาหน้าร้านก็ก้าวออกมาด้วยรอยยิ้มเจ้าเล่ห์... "อุ๊ย ดูท่าทางวันนี้ข้าจะมาผิดเวลาสินะขอรับ... หรือว่าที่นี่กำลังมีการต้อนรับ 'แขกไม่ได้รับเชิญ' ที่ทางการกำลังตามตัวพอดีกันแน่?" เสียงทุ้มต่ำอันคุ้นเคยดังขึ้น พร้อมกับใบหน้าของบุรุษผู้สวมหมวกฟางบังใบหน้าครึ่งหนึ่งค่อยๆ เงยขึ้นเผยให้เห็นดวงตาคมปลาทูและรอยยิ้มเจ้าเล่ห์ที่ทำให้หลินซูอานต้องเบิกตากว้างด้วยความตกใจสุดขีด! ขอบคุณที่ติดตามอ่านและเป็นกำลังใจให้หลินฮวายุคปฏิรูปเสมอนะคะ
สารจากนักเขียน (หลินฮวายุคปฏิรูป)
ดูโปรไฟล์ →

"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง ซูเปอร์มาร์เก็ตมิติยุค 70: แม่ครัวยอดฝีมือป่วนหมู่บ้านตระกูลหลี่ นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"

ความคิดเห็น (0)

ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์

ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้

เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!

บ่มเพาะไข่ไดโนเสาร์60%