ก้าวถอยหลังหนึ่งก้าว—นั่นคือการตัดสินใจเดียวที่คั่นระหว่างกวินกับความหายนะในเศษเสี้ยววินาทีนั้น
เสียงลมหายใจเย็นเฉียบที่แนบชิดอยู่ข้างใบหูขวาไม่ได้เป็นเพียงแค่ภาพหลอนทางประสาทสัมผัส มันคือแรงดันอากาศที่เปลี่ยนไปอย่างฉับพลันจากมิติเบื้องหลัง ลมนั้นเจือด้วยกลิ่นอับชื้นของกระดาษเก่าและสนิมเหล็ก กวินไม่หันไปมองตามสัญชาตญาณดิบของมนุษย์ที่มักจะหันไปหาอันตราย เพราะเขารู้ดีจาก "คู่มือความปลอดภัยสำนักงานเขตมิติที่ 4" ฉบับปรับปรุงปีล่าสุดว่า การหันไปมองสิ่งแปลกปลอมในจุดอับสายตาโดยไม่มีเกราะป้องกันสนามพลังงานรองรับ จะทำให้ค่าความตื่นกลัว (Panic Index) พุ่งสูงขึ้นจนดึงดูดคลื่นความถี่ของวิญญาณเร่ร่อนเข้ามาสิงร่างได้ทันที
"อยู่นิ่งๆ แล้วตั้งสติครับคุณกวิน"
เสียงกระซิบแผ่วเบาแต่หนักแน่นดังมาจากความมืดเบื้องหน้า มือเรียวบางเย็นเฉียบของอาจารย์อลิสาเอื้อมมาแตะที่ข้อศอกขวาของเขาเบาๆ พร้อมกับที่นิ้วมืออีกข้างของเธอร่ายอักขระเรืองแสงสีฟ้าครามขึ้นกลางอากาศ แสงนั้นไม่ได้สว่างจ้าจนแสบตา แต่เป็นโทนสีนวลตาที่ทำหน้าที่เป็นสนามแม่เหล็กอ่อนๆ ขับไล่ความมืดทึบให้ถอยร่นออกไปทีละคืบ
แกร๊ก... โคร้ง...
เสียงฝีเท้าหนักหน่วงหลายคู่หยุดชะงักลงทันทีเมื่อแสงสีฟ้าครามขยายวงกว้างออกไปรัศมีสามเมตร กวินผ่อนลมหายใจที่อั้นไว้ออกมาอย่างช้าๆ พยายามควบคุมอัตราการเต้นของหัวใจให้อยู่ในเกณฑ์ปกติ หน้าจอโฮโลแกรมส่วนตัวที่ติดตั้งอยู่บนข้อมือซ้ายของเขาปรากฏตัวเลขเตือนสีส้มกะพริบถี่ๆ *[Panic Index: 42% — อยู่ในเกณฑ์ปลอดภัยปานกลาง]*
"ขอบคุณครับอาจารย์ เกือบไปแล้วเหมือนกัน... ถ้าผมหันไปมองเมื่อกี้ ระบบประสาทสัมผัสคงโดนดึงข้อมูลความทรงจำไปแลกเปลี่ยนกับพวกมันแน่ๆ" กวินกล่าวด้วยน้ำเสียงราบเรียบ แม้เม็ดเหงื่อกาฬจะซึมอยู่ตามไรผม
อาจารย์อลิសากวาดสายตาคมกริบมองสำรวจความมืดมิดรอบตัวผ่านกรอบแว่นทรงรี เส้นผมสีดำสนิทรวบไว้เป็นมวยหลวมๆ เผยให้เห็นต้นคอระหงที่ตั้งตรงอย่างสง่างาม เธอยังคงถือแท่งช็อกโกแลตเวทมนตร์ในมือซ้าย กัดเคี้ยวเบาๆ เพื่อเรียกพลังงานมาใช้ในการประคองเขตอาคม
"คุณฉลาดมากที่ไม่หันไปครับ" อาจารย์สาวตอบสั้นๆ พรางใช้ปลายไม้เท้าอัคคีเคาะลงบนพื้นกระเบื้องยางสีเทาเบาๆ สามครั้ง "ที่นี่ไม่ใช่สำนักงานธรรมดาอย่างที่คุณเคยเข้าใจ กฎฟิสิกส์นิวตันใช้ไม่ได้ผลเมื่อพ้นเวลาทำการสิบแปดนาฬิกา ทุกตารางนิ้วในตึกนี้ถูกทับซ้อนด้วยโครงข่ายมิติที่รั่วไหลจากชั้นใต้ดิน... และดูเหมือนว่าเราเพิ่งเดินสะดุดเข้าเขตหวงห้ามของ 'ใครบางคน' เข้าแล้ว"
แสงไฟนีออนเหนือศีรษะกะพริบติดๆ ดับๆ อีกครั้ง ก่อนจะสว่างวาบขึ้นด้วยโทนสีขาวนวลตามเดิมเผยให้เห็นสภาพภายในห้องเก็บเอกสารเก่าของแผนกวิจัยพัฒนาเชิงลึก (R&D) ชั้นที่ 7 ที่บัดนี้เต็มไปด้วยแฟ้มข้อมูลกระจัดกระจายเกลื่อนพื้นราวกับมีพายุเฮอร์ริเคนพัดผ่าน
กวินก้มตัวลงเก็บแว่นตาเรืองแสงของเขาที่ตกอยู่ขึ้นมาสวม ปรับโฟกัสสายตาสำรวจรอบห้องอย่างละเอียดตามนิสัยส่วนตัวของนักวิจัยผู้ยึดมั่นในกระบวนการทางวิทยาศาสตร์ สายตาของเขาไปสะดุดเข้ากับสมุดบันทึกปกหนังสีดำเข้มเล่มหนึ่งที่ตกอยู่ใต้โต๊ะทำงานตัวใหญ่ มันถูกทับไว้ด้วยกองเอกสารรายงานโครงการวิจัยที่ฉีกขาดวิ่น
"อาจารย์ครับ... ดูนี่สิครับ" กวินย่อตัวลงแล้วใช้ปลายปากกาชี้นำทางเพื่อความปลอดภัย ไม่ใช้มือเปล่าสัมผัสโดยตรง
อาจารย์อลิสาก้าวเข้ามาใกล้ ใช้ปลายไม้เท้าเขี่ยสมุดบันทึกเล่มนั้นให้พลิกหงายขึ้น หน้าปกสีดำสนิทไม่มีชื่อเรื่อง มีเพียงตัวเลขรหัสพนักงานที่ถูกเขียนด้วยหมึกสีแดงเข้มจนซึมลึกผ่านเนื้อกระดาษ: *[ID-089: ดร.ธนาทร]*
ดวงตากลมโตภายใต้กรอบแว่นของอาจารย์สาวหรี่ลงเล็กน้อย "นั่นคือรหัสพนักงานของหัวหน้าทีมวิจัยชุดแรกที่หายสาบสูญไปเมื่อสามปีก่อน... ก่อนที่ฉันจะถูกส่งตัวมารับตำแหน่งที่ปรึกษาพิเศษเสียอีก"
กวินสูดหายใจเข้าลึกๆ ชื่อนี้ไม่ใช่ชื่อแปลกปลอมสำหรับเขา "ดร.ธนาทร... เป็นพี่ชายแท้ๆ ของผมเองครับ"
ความเงียบงันเข้าปกคลุมชั่วขณะ มีเพียงเสียงฮัมเบาๆ ของระบบระบายอากาศที่ทำงานผิดปกติบนเพดาน อาจารย์อลิសามองหน้าลูกศิษย์หนุ่มนิ่งนาน ราวกับกำลังประเมินสภาพจิตใจของเขาผ่านแว่นตาคู่นั้น แต่เธอก็ไม่ได้เอ่ยคำปลอบโยนใดๆ ที่ไร้สาระ เพราะเธอรู้ดีว่าสำหรับคนเป็นนักวิจัย ความจริงและข้อมูลคือสิ่งเยียวยาที่ดีที่สุด
"ถ้าอย่างนั้น คุณคงมีสิทธิ์เต็มที่ในการเปิดอ่านมันครับคุณกวิน" เธอกล่าวอนุญาตด้วยน้ำเสียงราบเรียบแต่แฝงความเห็นอกเห็นใจอยู่ลึกๆ
กวินสวมถุงมือกันกระแสจิตวิญญาณสีขาวสะอาด หยิบสมุดบันทึกเล่มนั้นขึ้นมาอย่างระมัดระวัง กระดาษข้างในกรอบแกรบและเหลืองกรอบตามกาลเวลา ลายมือหวัดๆ ที่เขียนด้วยความรีบร้อนและหวาดกลัวปรากฏขึ้นทุกหน้ากระดาษ ทุกตัวอักษรไม่ใช่แค่บันทึกการทดลอง แต่มันคือ **"คู่มือความปลอดภัยสำหรับคนเห็นผี"** ฉบับเขียนด้วยเลือดและน้ำตาของผู้ที่เคยติดอยู่ ณ ที่แห่งนี้
*บันทึกวันที่ 12 เดือนพฤศจิกายน*
*...ถ้าพวกมันเรียกชื่อคุณจากด้านหลัง ห้ามขานรับเด็ดขาด ไม่ว่าเสียงนั้นจะเหมือนเสียงของคนที่คุณรักมากแค่ไหนก็ตาม กฎข้อที่หนึ่งของตึกนี้คือ 'ความสงสัยจะฆ่าคุณ' กฎข้อที่สองคือ 'ประตูหนีไฟที่แท้จริงไม่ได้อยู่ตรงป้ายสีเขียว' และกฎข้อที่สาม...*
กวินกวาดสายตาอ่านด้วยความเร็วสูง สมองส่วนวิเคราะห์ประมวลผลข้อมูลโครงสร้างตึกประกอบกับแผนผังมิติที่เขารู้จัก แต่แล้ว นิ้วมือที่กำลังพลิกหน้ากระดาษก็ต้องชะงักกึก เมื่อหน้ากระดาษแผ่นสุดท้ายถูกฉีกออกไปครึ่งหนึ่ง ทิ้งไว้เพียงข้อความที่เขียนด้วยลายมือหวัดเกร็งจนปากกาแทบทะลุเนื้อกระดาษ:
*[ระวัง... ผู้อำนวยการไม่ได้เป็นมนุษย์ตั้งแต่ชั้นที่ 10 ขึ้นไป และคนที่ยืนอยู่ข้างหลังคุณตอนนี้... ก็ไม่ใช่คนเช่นกัน]*
กึก!
เสียงฝีเท้าเบาหวิวราวกับขนนกดังขึ้น *ณ เบื้องหลังของกวิน* โดยที่สนามพลังป้องกันสีฟ้าครามของอาจารย์อลิสากลับไม่ส่งสัญญาณเตือนใดๆ ทั้งสิ้น!
อาจารย์อลิสาเบิกตาโพรง สีหน้าเปลี่ยนเป็นเคร่งเครียดถึงขีดสุด เธอยกไม้เท้าอัคคีขึ้นชี้ตรงไปที่เงาสوงโปร่งในชุดสูทสีดำสนิทที่กำลังทาบทับร่างของกวินจากด้านหลัง ร่างนั้นไร้ใบหน้า มีเพียงไอหมอกสีดำทมิฬที่หมุนวนรอบลำคอ และมือเรียวยาวที่กำลังยื่นมาแตะไหล่ขวาของกวินช้าๆ
"ถอยออกมา, กวิน!" อาจารย์อลิสาตะโกนลั่น พร้อมกับระเบิดพลังเวทมนตร์วงกว้างออกไปในพริบตาเดียว!
แต่ทว่า... ช้าเกินไป
เสียงกระซิบแหบพร่าข้างใบหูขวาของกวินดังขึ้นอีกครั้ง คราวนี้มันชัดเจน เย็นยะเยือก และบาดลึกถึงวิญญาณ:
*"ยินดีต้อนรับสู่การประเมินรอบสุดท้าย... น้องชายของฉัน"*
...
ขอบพระคุณทุกท่านที่ร่วมเดินทางสำรวจความมืดมิดไปกับลิฟต์แก้วชั้นลบนะครับ
พนักงานวิจัยอาถรรพ์กับอาจารย์สาวผู้ปิดตายประตูมิติ•ตอนที่ 2
คู่มือความปลอดภัยสำหรับคนเห็นผี
ผลงานโดย ลิฟต์แก้วชั้นลบ
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (ลิฟต์แก้วชั้นลบ)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนครับ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง พนักงานวิจัยอาถรรพ์กับอาจารย์สาวผู้ปิดตายประตูมิติ นะครับ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะครับ ขอบคุณทุกคนครับ 🙏✨"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!