"จำไว้ว่า แรงโน้มถ่วงในตึกนี้ไม่ใช่ค่าคงทางฟิสิกส์ แต่มันคือ ‘ความแค้น’ ชนิดหนึ่ง… ถ้าคุณก้าวขาผิดองศา กระดูกสันหลังของคุณจะถูกบดอัดให้แบนราบเหมือนแผ่นกระดาษภายในเวลาไม่ถึงสามวินาที"
เสียงเตือนนั้นแหบพร่าและเยียบเย็น ลอยละลิ่วมาจากความมืดเบื้องหน้าของโถงทางเดินชั้นใต้ดินระดับ -7 กวิน (Gavin) ไม่ได้สะดุ้งตกใจ เขายืนนิ่งสนิท มือขวาขยับแว่นตากรอบโลหะขึ้นเล็กน้อย ปลายนิ้วสัมผัสความเย็นเฉียบของเลนส์ที่เคลือบด้วยสารพิเศษสำหรับตรวจจับอนุภาคความหนาแน่นต่ำ สายตาคมกริบกวาดมองแผ่นกระเบื้องยางสีเทาเบื้องหน้าที่บิดเบี้ยวเป็นคลื่นราวกับผิวน้ำในยามพายุ
ในฐานะนักวิจัยหน้าใหม่แห่งแผนกจัดระเบียบมิติ กวินไม่ได้มาที่นี่เพื่อเสี่ยงโชค แต่เขามาเพื่อค้นหาความจริงเกี่ยวกับการหายตัวไปอย่างไร้ร่องรอยของพี่ชายเมื่อสามปีก่อน ตึกวิจัยแห่งนี้ — *สถาบันเทคโนโลยีสหวิทยาการเซนtอรี (Century Interdisciplinary Research Institute)* — มีโครงสร้างทางสถาปัตยกรรมที่ซ่อนกลไกพับเก็บมิติซ้อนทับกันถึงสิบสองชั้น กฎทางฟิสิกส์ที่นี่ถูกบิดเบือนด้วยพลังงานโบราณที่มนุษยชาติยังไม่เข้าใจอย่างถ่องแท้
กวินสูดหายใจเข้าลึก กลิ่นอับชื้นของสนิมเหล็กและกระดาษเก่าผสมผสานกับกลิ่นโอโซนจางๆ ปะทะเข้ากับโพรงจมูก เขายกสมาร์ทโฟนรุ่นพิเศษสำหรับงานภาคสนามขึ้นมา หน้าจอแสดงผลกราฟฟิกแบบเรียลไทม์ ค่าความต้านทานสนามแม่เหล็กไฟฟ้ากำลังพุ่งสูงขึ้นอย่างน่าตกใจจากจุดที่เขายืนอยู่
"กฎข้อที่สามของการเดินตรวจตรา: ห้ามก้าวเท้าขวาก่อนเท้าซ้ายเมื่อความดันอากาศต่ำกว่า 100 ดาลตัน" กวินพึมพำกับตัวเอง ทบทวนคู่มือพนักงานหนาเตอะที่เขาจำขึ้นใจทุกตัวอักษรตั้งแต่อยู่ที่บ้าน
เขายกเท้าซ้ายขึ้นอย่างระมัดระวัง น้ำหนักตัวถ่ายเทไปที่ขาขวาอย่างสมดุลตามหลักกลศาสตร์ ฟิสิกส์ และแรงเฉื่อย ทว่า ในเสี้ยววินาทีที่ส้นรองเท้าผ้าใบแตะลงบนพื้นกระเบื้องแผ่นถัดไป อากาศรอบตัวก็พลันเย็นเฉียบลงอย่างฉับพลัน เสียงหึ่งๆ ของกระแสไฟฟ้าแรงสูงดังขึ้นในโสดประสาท ราวกับมีฝูงแมลงนับล้านตัวกำลังบินวนอยู่ใต้กะโหลกศีรษะ
*แกร๊ก...*
พื้นกระเบื้องใต้ฝ่าเท้าทรุดฮวบลงไปสามเซนติเมตร แรงเหวี่ยงมหาศาลดึงดูดร่างของเขาให้พุ่งดิ่งลงสู่ความมืดเบื้องล่างทันที!
"ให้ตายสิ..." กวินสบพึมพำด้วยน้ำเสียงราบเรียบ ไร้ซึ่งความตื่นตระหนก สมองส่วนหน้าของเขาทำงานด้วยความเร็วสูง คำนวณแรงโน้มถ่วงและองศาการตกกระทบในเสี้ยววินาที เขากางแขนออกเพื่อสร้างแรงต้านอากาศ ปรับจุดศูนย์ถ่วงของร่างกายให้ขนานกับแนวผนังคอนกรีตที่กำลังเลื่อนผ่านไปด้วยความเร็วสูง
*ฟึ่บ!*
เงาร่างสีดำสายหนึ่งพุ่งวาบออกมาจากช่องระบายอากาศด้านบนด้วยความเร็วที่เหนือกว่ามนุษย์
เรียวแขนเรียวภายใต้เสื้อคลุมกราวน์สีขาวสะอาดตาเอื้อมคว้าเข้าที่ปกเสื้อแจ็คเก็ตของกวินอย่างแม่นยำ แรงกระชากมหาศาลหยุดยั้งการดิ่งพสุธาของเขากลางอากาศ ก่อนที่ร่างทั้งสองจะร่อนลงสู่พื้นทางเดินชั้นที่ -8 อย่างนุ่มนวลไร้เสียง ราวกับขนนกตากฝน
กวินหอบหายใจเบาๆ เขายันตัวลุกขึ้นยืน จัดเสื้อผ้าให้เข้าที่อย่างรวดเร็ว ก่อนจะเงยหน้าขึ้นมองผู้ช่วยเหลือปริศนา
เบื้องหน้าของเขาคือหญิงสาวเรือนผมสีดำสนิท ยาวสลวยถึงกลางหลัง ใบหน้ารูปไข่สวยคมคดเคี้ยวแต่เรียบเฉยไร้อารมณ์ ดวงตากลมโตสีนิลคู่คือนิยามของความลึกล้ำและเย็นชา เธอกำลังใช้ปลายนิ้วเรียวยาวเคาะลงบนด้ามปากกาโลหะโบราณที่สลักลวดลายอักขระเวทมนตร์สีทองจางๆ
"ถ้าไม่อยากให้กระดูกซี่โครงแทงทะลุปอด คราวหน้าหัดดู ‘ค่าความหนาแน่นของกาลเวลา’ บนหน้าปัดนาฬิกาข้อมือก่อนก้าวเท้าเดินด้วย, คุณนักวิจัยใหม่"
เสียงหวานใสกังวานเอ่ยขึ้นอย่างเรียบเรื่อย ทว่าแฝงไว้ด้วยอำนาจกดดันบางอย่างที่ทำให้บรรยากาศรอบตัวหนักอึ้งขึ้นหลายเท่า
"ขอบคุณสำหรับความช่วยเหลือครับ อาจารย์อลิสา" กวินกล่าวด้วยน้ำเสียงสุภาพ น้อมศีรษะลงเล็กน้อยตามมารยาทสากล เขารู้จักชื่อนี้ดีจากแฟ้มประวัติบุคคลากร — ดร.อลิสา หัวหน้าแผนกวิจัยพิเศษ ผู้ปิดตายประตูมิติชั้น -12 และเป็นบุคคลเดียวในตึกนี้ที่ได้รับอนุญาตให้ใช้ ‘เวทมนตร์’ ควบคู่ไปกับ ‘เทคโนโลยีควอนตัม’
อลิសากวาดสายตาคมกริบสำรวจกวินตั้งแต่ศีรษะจรดปลายเท้า รอยยิ้มบางเบาที่ยากจะคาดเดาปรากฏขึ้นที่มุมปากหยักสวยเพียงชั่วพริบตาก่อนจะเลือนหายไป
"คุณรู้ชื่อฉัน แต่ดูเหมือนคุณจะยังไม่รู้กฎเหล็กข้อที่สิบของตึกนี้สินะ... ว่าคนที่ก้าวล่วงลงมายังชั้น -8 โดยไม่ได้รับอนุญาต มักจะไม่ได้เดินกลับขึ้นไปในสภาพที่มีอวัยวะครบสามสิบสอง" อลิสาหมุนตัวกลับช้าๆ เสื้อกราวน์สีขาวพลิ้วไหวตามจังหวะการก้าวเดิน "ตามฉันมา ถ้าไม่อยากถูกแรงดันอากาศฉีกร่างเป็นชิ้นๆ ซะก่อน"
กวินไม่ได้พูดอะไรต่อ เขาก้าวเดินตามหลังอาจารย์สาวเวทมนตร์ไปเงียบๆ สายตาคู่นั้นยังคงจับจ้องร่องรอยพลังงานประหลาดที่หลงเหลืออยู่บนผนังคอนกรีต เขารู้สึกได้ทันทีว่าการทำงานวันแรกในตึกนี้ไม่ได้เป็นเพียงแค่การไขปริศนาทางวิทยาศาสตร์ธรรมดาเสียแล้ว แต่มันคือการเดิมพันด้วยลมหายใจ
ทั้งสองเดินลึกเข้ามาในห้องโถงทรงกลมขนาดใหญ่ ผนังรอบด้านเต็มไปด้วยหน้าจอคอมพิวเตอร์โบราณที่แสดงผลตัวเลขรหัสฮีบรูและสมการฟิสิกส์ควอนตัมสลับกันไปมา ตรงใจกลางห้องมีแท่นหินออบซิเดียนสีดำสนิทตั้งตระหง่าน บนแท่นนั้นมีลูกแก้วคริสตัลขนาดใหญ่ที่กำลังสั่นสะเทือนอย่างรุนแรง ส่งเสียงครางต่ำๆ ออกมาไม่ขาดสาย
อลิสาหยุดเดิน เธอยกมือขึ้นเป็นสัญญาณให้กวินหยุดยืนรักษาระยะห่าง จากนั้นเธอจึงหันกลับมามองเขาด้วยแววตาจริงจังเป็นครั้งแรก
"ยินดีต้อนรับสู่แผนกวิจัยลี้ลับ, กวิน... และนี่คือแฟ้มคดีแรกที่คุณต้องรับผิดชอบ" อลิสาโยนสมุดบันทึกหนังสีดำเก่าคร่ำคร่าเล่มหนึ่งมาให้เขา "เปิดมันดูซิ แล้วคุณจะรู้ว่าพี่ชายของคุณไม่ได้ ‘หายสาบสูญ’ อย่างที่รายงานการสืบสวนระบุไว้"
กวินรับสมุดบันทึกเล่มนั้นไว้ด้วยมือทั้งสองข้าง หัวใจของเขาเต้นรัวด้วยความตื่นตระหนกปนความหวัง เขาก้มลงมองหน้าปกสีดำสนิทที่ปรากฏรอยเปื้อนคราบเลือดแห้งกรัง และเมื่อเขานิ้วโป้งเปิดหน้าแรกออก กลิ่นอายความเย็นยะเยือกก็พวยพุ่งทะลักออกมาจากกระดาษแผ่นเก่าทันที
ตัวหนังสือลายมือหวัดๆ ของพี่ชายเขาปรากฏเด่นชัด พร้อมกับข้อความเตือนสติที่เขียนด้วยหมึกสีแดงสด:
*‘ระวังเงาที่สะท้อนในกระจก... มันไม่ใช่ตัวเรา และมันกำลังรอเวลาที่จะสลับร่างกับนาย’*
ฉับพลันนั้น หลอดไฟนีออนเหนือศีรษะก็กระพริบถี่รัวแล้วดับวูบลงพร้อมกันทั้งห้อง ความมืดมิดสนิทกลืนกินทุกสิ่งทุกอย่างรอบตัว เหลือเพียงเสียงฝีเท้าหนักหน่วงหลายคู่ที่กำลังดังขึ้นจากทางเดินมืดมิดเบื้องหลัง — และเสียงลมหายใจเย็นเฉียบที่แนบชิดอยู่ข้างใบหูขวาของกวิน!
ขอขอบพระคุณรี้ดเดอร์ทุกท่านที่ติดตามการเดินทางครั้งนี้ร่วมกันนะครับ
— ลิฟต์แก้วชั้นลบ
พนักงานวิจัยอาถรรพ์กับอาจารย์สาวผู้ปิดตายประตูมิติ•ตอนที่ 1
ยินดีต้อนรับสู่แผนกวิจัยลี้ลับ
ผลงานโดย ลิฟต์แก้วชั้นลบ
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (ลิฟต์แก้วชั้นลบ)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนครับ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง พนักงานวิจัยอาถรรพ์กับอาจารย์สาวผู้ปิดตายประตูมิติ นะครับ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะครับ ขอบคุณทุกคนครับ 🙏✨"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!