"ถ้ามึงไม่อยากอดตายไปพร้อมกับนังลูกสะใภ้ขยะนี่ ก็จงไสหัวไปเก็บผักป่ามาให้ได้เต็มตะกร้าก่อนตะวันตกดิน ไม่อย่างนั้นคืนนี้ก็ไม่ต้องกินข้าว!"
เสียงแผดกร้าวของหญิงวัยกลางคนดังก้องจนแก้วหูแทบฉีกขาด ตามมาด้วยแรงกระชากที่ไหล่ซ้ายจนร่างของหลินเหม่ยอิงเซถลาไปกระแทกกับผนังไม้ผุๆ ในกระท่อมหลังเล็กที่แทบจะพังมิพังแหล่ แรงกระแทกนั้นปลุกสติที่เลือนรางให้กลับมาโลดแล่นอีกครั้ง ความเจ็บปวดแล่นริ้วไปทั่วร่างราวกับถูกเข็มหมุดนับพันเล่มทิ่มแทง
เหม่ยอิงขยับเปลือกตาที่หนักอึ้ง สิ่งแรกที่ปะทะสายตาคือเพดานหญ้าคาที่รั่วซึมเห็นแสงตะวันรำไร กลิ่นอับชื้นของดินและกลิ่นเหม็นหืนจากกองฟางเตะจมูกจนเธอต้องเบือนหน้าหนี นี่ไม่ใช่คอนโดหรูใจกลางเมืองที่เธอเพิ่งปิดดีลธุรกิจพันล้านเมื่อคืนวาน... นี่คือที่ไหนกัน?
"นังสะใภ้ตัวดี! มัวแต่นอนอืดอยู่ได้ คิดว่าสามีที่ไปเป็นทหารจะส่งเงินมาเลี้ยงดูมึงไปจนตายหรือไง? ฝันไปเถอะ! ตราบใดที่ฉันยังเป็นเจ้าของบ้านตระกูลหาน มึงก็เป็นแค่แรงงานไร้ค่าที่รอวันถูกเขี่ยทิ้ง!"
หญิงชราในชุดเสื้อผ้าสีซีดจางถ่มน้ำลายลงพื้นก่อนจะสะบัดหน้าเดินกระแทกเท้าออกไป ทิ้งไว้เพียงความเงียบงันที่น่าอึดอัดและเศษซากความทรงจำที่เริ่มไหลบ่าเข้ามาในหัวราวกับน้ำป่า
เหม่ยอิง... หญิงสาวผู้มีชีวิตแสนอาภัพในยุค 1970 ถูกครอบครัวสามีทอดทิ้งให้มาอยู่กระท่อมท้ายหมู่บ้านเพียงลำพังหลังได้รับข่าวว่าสามี 'หานเจี้ยนกั๋ว' หายสาบสูญในภารกิจ ความหิวโหยและความโทรมของร่างกายทำให้เจ้าของร่างเดิมสิ้นใจไปเมื่อครู่นี้ และเป็นจังหวะเดียวกับที่จิตวิญญาณของนักธุรกิจหญิงผู้มั่งคั่งได้เข้ามาแทนที่
เธอสูดลมหายใจเข้าลึก พยายามยันกายลุกขึ้นนั่ง ความหิวโหยกัดกินไปถึงกระเพาะ แววตาของเหม่ยอิงที่เคยอ่อนแอแปรเปลี่ยนเป็นความเยือกเย็นและเฉียบคม เธอเหลือบมองฝ่ามือที่หยาบกร้านจากการทำงานหนัก ก่อนจะเพ่งสมาธิไปที่ความรู้สึกประหลาดในจิตใจ... มิติลับฟาร์มส่วนตัวที่เธอเคยสร้างขึ้นในโลกก่อน บัดนี้มันยังคงอยู่!
แสงสีทองจางๆ วาบขึ้นในดวงตาเพียงชั่วครู่ เหม่ยอิงรับรู้ได้ถึงผืนดินอุดมสมบูรณ์และแหล่งน้ำสะอาดที่อยู่ภายในมิติ แต่สิ่งที่สำคัญที่สุดในตอนนี้คือ 'การเอาตัวรอด'
เธอพยุงร่างที่ไร้เรี่ยวแรงเดินไปที่มุมกระท่อม เห็นเพียงข้าวสารเก่าๆ ที่มีมอดขึ้นจนแทบกินไม่ได้ เธอแค่นยิ้มออกมาเล็กน้อย "จะให้ฉันเก็บผักป่าประทังชีวิตอย่างนั้นหรือ? หึ... ในเมื่อคนพวกนั้นมองข้ามหัวฉันไปแล้ว ก็อย่าหวังว่าจะได้เห็นความอ่อนแอจากฉันอีก"
ในมิติของเธอมีเมล็ดพันธุ์พืชผักสวนครัวชั้นดีและเครื่องปรุงที่เธอสะสมไว้ แต่การจะนำออกมาใช้ในที่แห่งนี้ต้องรอบคอบที่สุด เหม่ยอิงตัดสินใจเดินออกไปหลังกระท่อม ผืนดินที่นี่แห้งแล้งและเต็มไปด้วยหิน แต่ด้วย 'สัมผัส' จากมิติ เธอพบว่าใต้ดินนั้นมีสายน้ำแร่ไหลผ่านจุดที่เธอเหยียบอยู่
ทันใดนั้น เสียงฝีเท้าหนักแน่นที่คุ้นเคยก็ดังขึ้นใกล้กระท่อม เป็นจังหวะการเดินที่มั่นคงและเปี่ยมด้วยอำนาจ กลิ่นอายของความตายและสนามรบปะทะเข้ากับสัญชาตญาณของเธอ ชายร่างสูงใหญ่ในชุดเครื่องแบบทหารที่เปรอะเปื้อนด้วยฝุ่นโคลนยืนตระหง่านอยู่ตรงหน้า
เขามีใบหน้าคมสันที่ดูเคร่งขรึม ดวงตาดุดันคู่นั้นกวาดมองเธอด้วยความสับสนและระแวดระวัง ก่อนจะเอ่ยน้ำเสียงทุ้มต่ำที่ฟังดูแหบพร่า
"เหม่ยอิง... ผมกลับมาแล้ว"
เขาคือหานเจี้ยนกั๋ว สามีที่ทุกคนต่างบอกว่าตายไปแล้ว แต่ทว่า... เขากลับมาพร้อมกับแผลฉกรรจ์ที่ข้างเอว และความลับบางอย่างที่ซ่อนอยู่ในแววตาคู่นั้น
ในขณะที่เหม่ยอิงกำลังจะเอ่ยปากถาม ความเงียบของหมู่บ้านก็ถูกทำลายลงด้วยเสียงกรีดร้องของแม่สามีที่วิ่งหน้าตั้งเข้ามาพร้อมตะโกนก้อง
"นังนั่นมันขโมยข้าวสาร! พวกมึงดูสิ! ฉันเพิ่งเห็นมันเอาข้าวดีๆ ออกมาปรุงอาหาร... กลิ่นมันหอมฟุ้งไปทั่วกระท่อม!"
เหม่ยอิงขมวดคิ้ว เธอไม่ได้ทำอะไรเลย แต่กลิ่นหอมของ 'ซุปไก่ตุ๋นโสม' ที่เธอแอบใช้มิติปรุงขึ้นเพื่อฟื้นฟูร่างกายตัวเอง กลับตลบอบอวลไปทั่วบริเวณจนคนทั้งหมู่บ้านต้องแห่กันมาดู!
ขอบคุณที่ร่วมเดินทางไปกับผมในบทแรกของเรื่องราวนี้ หวังว่ารสชาติของความแค้นและความรักที่กำลังก่อตัวจะทำให้ทุกท่านอิ่มเอมใจนะครับ – ลมทะเลพัดรัก
สูตรลับฉบับแม่ครัวสวนหลังบ้านกับนายทหารผู้คลั่งรัก•ตอนที่ 1
ฟื้นจากความตายในกระท่อมซอมซ่อ
ผลงานโดย ลมทะเลพัดรัก
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (ลมทะเลพัดรัก)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง สูตรลับฉบับแม่ครัวสวนหลังบ้านกับนายทหารผู้คลั่งรัก นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!
