"ฉันให้เวลาคุณอีกสามวินาทีค่ะ... คุณธนา"
น้ำเสียงของลีลาวดีราบเรียบราวกับผิวน้ำในบึงลึก ไร้ซึ่งระลอกคลื่นแห่งความโกรธเกรี้ยว แต่มันกลับทรงพลังพอที่จะทำให้ห้องประชุมใหญ่ของบริษัทอสังหาริมทรัพย์ระดับประเทศเงียบกริบ ชนิดที่แม้แต่เสียงลมหายใจก็ยังฟังดูดังเกินไป
เอกสารโครงการมูลค่าหมื่นล้านถูกเลื่อนข้ามโต๊ะไม้มะฮอกกานีราคาแพงระยับ ปลายเล็บที่แต่งแต้มด้วยสีนู้ดเรียบหรูเคาะลงบนกระดาษแผ่นนั้นเบาๆ เป็นจังหวะ ราวกับเสียงนาฬิกานับถอยหลังสู่ความพินาศของชายวัยกลางคนตรงหน้า
ธนา เมฆินทร์ กลืนน้ำลายลงคออย่างยากลำบาก เม็ดเหงื่อกาฬผุดพรายขึ้นตามไรผม แม้เขาจะเป็นถึงประธานกรรมการบริหารผู้กุมอำนาจเบ็ดเสร็จในเครือพระนครพัฒนา แต่ในนาทีนี้ สายตาสีเข้มภายใต้กรอบแว่นสายตาของสถาปนิกสาวรุ่นลูกกลับทำให้เขารู้สึกเหมือนกำลังยืนอยู่ริมหน้าผาอันสูงชัน โดยมีเพียงปลายนิ้วของเธอที่เกี่ยวชายเสื้อเขาเอาไว้—พร้อมจะปล่อยลงไปได้ทุกเมื่อ
"คุณลี... เรื่องนี้เราคุยกันได้นะครับ" ธนากลืนคำอีโก้ทั้งหมดลงท้อง รอยยิ้มจอมปลอมที่เคยใช้กดหัวคู่แข่งทางธุรกิจมานับไม่ถ้วนบิดเบี้ยวจนน่าเกลียด "พื้นที่ตรงนั้น... โซนริมแม่น้ำเจ้าพระยา มันติดปัญหาเรื่องผังเมืองและข้อพิพาทกรรมสิทธิ์ที่คุณก็รู้ว่ามันซับซ้อนเกินกว่าจะขึ้นโครงการระดับไฮ엔ด์ได้ในตอนนี้..."
"ข้อพิพาทเหรอคะ?" ลีลาวดีทวนคำพร้อมกับมุมปากที่ยกขึ้นน้อยมาก ชนิดที่เรียกว่ารอยยิ้มก็ไม่ใช่ การเยาะหยันก็ไม่เชิง "ถ้าหมายถึงที่ดินสามสแปลงสุดท้ายที่ถูกตระกูลของคุณพยายามกว้านซื้อด้วยวิธีสกปรก เพื่อจะเอามาบีบให้บริษัทของฉันยอมถอนตัวจากโปรเจกต์ 'The Crown' ล่ะก็... ฉันเกรงว่าคุณคงเข้าใจผิดถนัดแล้วล่ะค่ะ"
เธอเอนหลังพิงพนักเก้าอี้หนังแท้ ท่าทางผ่อนคลายแต่แฝงไว้ด้วยความดุดันแบบผู้ล่า
"ที่ดินตรงนั้น ตอนนี้อยู่ในมือของบริษัทโฮลดิ้งไร้ชื่อเสียงแห่งหนึ่ง... ที่บังเอิญว่ามีฉันถือหุ้นใหญ่ร้อยเปอร์เซ็นต์เต็มค่ะ"
ธนาเบิกตากว้างจนแทบหลุดออกจากเบ้า สมองของนักธุรกิจเขี้ยวลากดินประมวลผลอย่างรวดเร็วและตระหนักได้ในเสี้ยววินาทีว่า เขาตกหลุมพรางที่ถูกขุดล่อไว้ตั้งแต่ก้าวแรกที่ก้าวเข้าสู่สนามแข่งขันนี้แล้ว ตระกูลเมฆินทร์ทุ่มเงินไปกว่าครึ่งคลังเพื่อซื้อที่ดินรอบข้าง หวังจะฮุบโปรเจกต์นี้ต่อจากเธอ แต่กลับกลายเป็นว่าเขากำลังถือครองขยะชิ้นโตที่ไม่มีทางพัฒนาอะไรได้เลย หากไม่ได้รับความยินยอมจากสถาปนิกสาวตรงหน้า
"คุณ... คุณทำแบบนี้ทำไม!" ธนาตบโต๊ะลุกขึ้นยืนด้วยความบันดาลโทสะ ลืมสิ้นมาตรandศรีของนักธุรกิจผู้ทรงอิทธิพล "คุณกำลังทำลายเศรษฐกิจ! ทำลายพันธมิตร! คุณคิดว่าแค่มีเงินไม่กี่ร้อยล้านแล้วจะเที่ยวไล่บดขยี้ใครก็ได้งั้นเหรอ!"
"เงินไม่กี่ร้อยล้านเหรอคะ?"
เสียงทุ้มต่ำแต่ทรงอำนาจดังขึ้นจากมุมมืดของห้องประชุม
ภาคินก้าวเท้าออกมาจากเงาสลัว ร่างสูงสง่าในชุดสูทตัดเย็บพิเศษรับกับใบหน้าคมคายที่ประดับด้วยรอยยิ้มเจ้าเล่ห์ เขาคือทายาทคนเดียวของกลุ่มเคียงฟ้า กรุ๊ป อาณาจักรหมื่นล้านที่ทรงอิทธิพลที่สุดในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ และเป็นคนที่คนในแวดวงธุรกิจต่างรู้ดีว่า 'แตะต้องไม่ได้' มากที่สุด
ภาคินเดินตรงเข้าไปยืนเคียงข้างลีลาวดี มือหนาวางลงบนพนักเก้าอี้ที่เธอนั่งอยู่ ราวกับการแสดงความเป็นเจ้าandและพร้อมปกป้องในคราวเดียวกัน เขากวาดสายตามองธนาด้วยแววตาสมเพชเวทนา
"ขอโทษทีนะคุณธนา พอดีว่าเงินที่น้องลีใช้เล่นสนุกเมื่อเช้านี้... ไม่ใช่เงินไม่กี่ร้อยล้านหรอกครับ แต่มันคือวงเงินฉุกเฉินจากกองทุนส่วนบุคคลที่ผมเพิ่งโอนเข้าบัญชีเธอไปเมื่อคืน... สักแปดหมื่นล้านเห็นจะได้มั้งครับ? พอจะซื้อบริษัทกะโหลกกะลาของคุณได้สักร้อยรอบพอดี"
ห้องประชุมทั้งห้องตกอยู่ในความเงียบงันยิ่งกว่าเดิม ธนาขาอ่อนแรงจนต้องทรุดตัวลงนั่งกับเก้าอี้ ร่างกายสั่นเทาด้วยความตื่นตระหนกและหวาดกลัวอย่างถึงที่สุด เขารู้จักชื่อเสียงของภาคินดี
นี่ไม่ใช่แค่การแข่งขันทางธุรกิจ แต่มันคือการประกาศสงครามล้างบาง และพวกเขากำลังเหยียบย่ำศักดิ์ศรีของเขาให้จมดินอย่างเลือดเย็นที่สุด
ลีลาวดีไม่ได้สนใจท่าทีใกล้ตายของธนา เธอหยิบสมาร์ทโฟนขึ้นมาปลดล็อกหน้าจอด้วยระบบสแกนใบหน้า นิ้วเรียวสวยกดแตะหน้าจาสองสามครั้งก่อนจะวางคว่ำลงบนโต๊ะ
"โปรเจกต์ 'ภาพร่างบนกองเพลิง' เริ่มต้นอย่างเป็นทางการแล้วนะคะ คุณธนา" ลีลาวดีเอ่ยด้วยน้ำเสียงนุ่มนวล แต่เย็นยะเยือกถึงกระดูกดำ "ทางเลือกของคุณมีแค่สองอย่าง... เซ็นใบลาออกจากตำแหน่งประธานซะ หรือจะรอให้ฉันยื่นฟ้องล้มละลายบริษัทของคุณภายในสามสิบวินาทีนี้ดีคะ?"
นาฬิกาดิจิทัลบนผนังห้องส่งเสียงติ๊ก... ติ๊ก... ราวกับเสียงเคาะโลงศพ
ธนามือกำหมัดแน่น ใบหน้าซีดเผือดไร้สีเลือด เขารู้ดีว่าไม่มีทางรอด ไม่ว่าทางไหนก็มีแต่ความพินาศ
ในวินาทีที่ธนากำลังจะเอื้อมมือไปหยิบปากกาด้วยมือที่สั่นเทา เสียงเคาะประตูก็กรีดแทรกบรรยากาศตึงเครียดขึ้นเสียก่อน—ก๊อก ก๊อก ก๊อก
ประธานกรรมการอาวุโสแห่งตระกูลเมฆินทร์ ผู้ซึ่งควรจะนอนพักรักษาตัวอยู่ที่โรงพยาบาลเอกชนชื่อดัง ปรากฏตัวขึ้นที่หน้าประตูโดยมีบอดี้การ์ดร่างยักษ์คอยพยุง แต่สิ่งที่ทำให้หัวใจของธนาและทุกคนในห้องหล่นวูบไปอยู่ที่ตาตุ่ม... คือซองเอกสารสีน้ำตาลในมือชราภาพ ที่ถูกยื่นเข้ามาพร้อมกับเสียงแหบพร่าแต่ทรงอำนาจ
"ไม่ต้องเซ็นหรอก... ธนา"
ชายชราผู้เป็นตำนานแห่งวงการหันมามองลีลาวดีด้วยแววตาซับซ้อน ก่อนจะโยนซองเอกสารลงบนโต๊ะตรงหน้าเธอ
"เพราะแกไม่มีสิทธิ์แม้แต่จะไล่เขาออก... ในเมื่อหุ้นสามสิบเปอร์เซ็นต์สุดท้ายของบริษัทนี้ ถูกโอนกรรมสิทธิ์ให้คุณลีลาวดี เรียบร้อยแล้ว ตั้งแต่เมื่อสามนาทีที่แล้ว"
ขอบคุณรี้ดเดอร์ทุกคนที่ร่วมเดินทางเข้าสู่เกมแห่งการแก้แค้นนี้ไปพร้อมกับเอนเนอร์จีที่ร้อนแรงนะคะ หวังว่าจะชอบตอนเปิดฉากนี้นะคะ!
สถาปนิกไร้พ่ายกับทายาทร้อยล้านผู้ซ่อนคม•ตอนที่ 1
ภาพร่างบนกองเพลิง
ผลงานโดย ต้นไม้ริมระเบียง
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (ต้นไม้ริมระเบียง)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง สถาปนิกไร้พ่ายกับทายาทร้อยล้านผู้ซ่อนคม นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!
