กลิ่นคาวสนิมเหล็กและกลิ่นอับชื้นของเรือนไม้เก่าคร่ำคร่า คละคลุ้งปะปนกับกลิ่นฉุนกึกของสมุนไพรต้มเคี่ยวที่แห้งกรังติดก้นหม้อ นี่ไม่ใช่กลิ่นน้ำยาฆ่าเชื้อหรือเสียงเครื่องชีพจรไฟฟ้าในห้องไอซียูโรงพยาบาลมหาวิทยาลัยอันล้ำสมัยที่ซูเหม่ยคุ้นเคย
ปลายนิ้วเรียวยาวที่เคยตวัดมีดผ่าตัดด้วยความแม่นยำระดับปรมาจารย์ ขยับไหวอย่างยากลำบากบนฟูกนอนปักลายดอกโบตั๋นที่ซีดเซียวจนแทบมองไม่เห็นเค้าโครงเดิม ความเจ็บแปลบราวนับพันเข็มพุ่งพล่านไปตามเส้นประสาททุกตารางนิ้ว ตั้งแต่ลำคอระหงลามไปจนถึงทรวงอก ราวกับมีเพลิงกัลป์แผดเผาแผ่วเบาอยู่ภายใน
"ฟื้นแล้วหรือเพคะ พระชายา..."
เสียงแหบพร่าและสั่นเทาของชุนเซียง สาวใช้คนสนิทดังขึ้นจากมุมมืดของห้อง ใบหน้าซีดเผือดอาบหยาดน้ำตา ดวงตาบวมเป่งบ่งบอกถึงความหวาดกลัวที่ถูกกักข็งไว้มานานแรมคืน นางรีบคลานเข่าเข้ามาประคองร่างที่ไร้เรี่ยวแรงของซูเหม่ยให้พิงกับหมอนปักลายเป็ดแมนดารินที่ขาดวิ่น
ซูเหม่ยหอบหายใจกระชั้น ความทรงจำอันแปลกประหลาดไหลทะลักเข้าสู่ห้วงสมองดั่งกระแสน้ำเชี่ยว—ร่างนี้คือ ซูเหม่ย บุตรีเสนาบดีฝ่ายซ้ายผู้ถูกบังคับให้ตบแต่งเข้ามาในจวนฉินอ๋องเพื่อเป็นตัวประกันทางการเมือง และต้องทนรองรับความเกลียดชังอันไร้ขอบเขตจากสวามีผู้เย็นชาดั่งศิลา นามว่า ฉินอ๋องเฟยหลง
และก่อนที่สติของเจ้าของร่างเดิมจะดับวูบลง นางเพิ่งซด "ยาบำรุงโลหิต" ถ้วยนั้นเข้าไป... ถ้วยที่อนุภรรยาผู้แสนอ่อนหวานอย่าง หลี่ม่าน นำมามอบให้ด้วยรอยยิ้มอาบยาพิษ
"น้ำ..." เสียงของซูเหม่ยแหบแห้งราวนากระดาษทรายถูไถ นางป้องคอตัวเอง ปรมาจารย์ด้านศัลยกรรมเช่นนางย่อมวิเคราะห์อาการตนเองได้อย่างรวดเร็ว ชีพจรเต้นอ่อนและเร็ว ปลายเล็บเริ่มเขียวช้ำ อาการเช่นนี้... พิษไป๋หลิง พิษโบราณไร้สีไร้กลิ่นที่ออกฤทธิ์กัดกร่อนอวัยวะภายในอย่างช้าๆ
ชุนเซียงรีบประคองถ้วยกระเบื้องเคลือบแตกบิ่นมาจ่อริมฝีปาก ทว่ายังไม่ทันที่หยดน้ำจะแตะปลายลิ้น ประตูไม้แกะสลักด้านนอกก็ถูกถีบกระเด็นเปิดผางด้วยแรงมหาศาล!
*ปัง!*
เสียงไม้ลั่นเปรี๊ยะดังสนั่นหวั่นไหว แรงลมกรรโชกพัดพาความหนาวเหน็บยามราตรีเข้ามาภายในห้องจนเปลวเทียนวูบไหวเกือบดับ บุรุษผู้ก้าวเข้ามาเยื้องกรายแผ่รังสีสังหารที่กดดันจนอากาศรอบกายแทบแข็งตัว อาภรณ์สีดำสนิทปักดิ้นลายมังกรทะยานเมฆสะท้อนแสงจันทร์สลัว คมดาบยาวที่เหน็บข้างกายส่งเสียงกระทบฝักเบาๆ ยามเจ้าตัวก้าวเดิน ใบหน้าคมคายดั่งรูปสลักหล่อเหลาแต่เย็นชาไร้ความรู้สึก ดวงตาคมกริบดั่งพญาอินทรีคู่นั้นกวาดมองร่างบนเตียงด้วยความรังเกียจเดียดฉันท์ ราวกับกำลังมองสิ่งปฏิกูลชิ้นหนึ่ง
ฉินอ๋องเฟยหลง... สามีผู้ไม่เคยแม้แต่จะชายตามองนางตั้งแต่คืนเข้าห้องหอ
"ยังไม่ตายอีกหรือ..." สุ้มเสียงทุ้มต่ำทรงอำนาจเอ่ยขึ้น เยียบเย็นราวน้ำแข็งขั้วโลก ริมฝีปากหยักลึกยกยิ้มหยันที่มุมปาก "ตื่นขึ้นมาสร้างความวุ่นวายอันใดอีกเล่า ซูเหม่ย แสร้งทำเป็นถูกวางยาพิษเพื่อให้เปิ่นหวังใส่ใจเช่นนั้นรึ? มุกตลกตื้นเขินของเจ้า ช่างน่าสมเพชสิ้นดี"
ซูเหม่ยหรี่ตาลงเล็กน้อย ความเจ็บปวดที่ลำคอถูกกดทับด้วยสติอันเฉียบคม นางมิใช่สตรีอ่อนแอในห้องหอที่จะยอมให้ใครมาเหยียบย่ำศักดิ์ศรี ไม่ว่าจะเป็นโลกยุคศตวรรษที่ยี่สิบเอ็ดหรือในยุคสมัยโบราณอันคร่ำครึ ชีวิตของนางมีค่าเกินกว่าจะมาตายด้วยน้ำมือของอนุภรรยาโง่เขลาและบุรุษผู้หูเบา
นางค่อยๆ เงยหน้าขึ้นสบตากับฉินอ๋องตรงๆ ไม่มีแววตาหวาดกลัว ไม่มีคราบน้ำตาอ้อนวอน มีเพียงนัยน์ตาสนเท่ห์และเยnชาที่ฉาบไว้ด้วยรอยยิ้มบางเบา ราวกับกำลังประเมินราคาสินค้าชิ้นหนึ่ง
"ท่านอ๋องทรงปรีชาสามารถยิ่งนัก..." ซูเหม่ยเอ่ยขึ้นด้วยน้ำเสียงแหบพร่า ทว่ากังวานชัดทุกถ้อยคำ ริมฝีปากซีดเซียวแย้มยิ้มเย้ยหยัน "มองไม่เห็นแม้แต่ความจริงที่อยู่ตรงหน้า แต่กลับตัดสินสุนัขที่เห่าหอนได้เร็วกว่าความจริง... สมแล้วที่ผู้คนต่างเล่าลือกันว่า ท่านอ๋องผู้เกรียงไกรทรงมีสายตาที่กว้างไกลดั่งกบในกะลาหลุมลึก"
*พรืด!*
บรรยากาศภายในห้องดิ่งวูบลงสู่จุดเยือกแข็งในเสี้ยววินาที ฉินอ๋องเฟยหลงชะงักฝีเท้าที่กำลังจะก้าวเข้าไปใกล้ ดวงตาคมกริบหรี่แคบลงจนเหลือเพียงเส้นเดียว รังสีอำมหิตพวยพุ่งออกจากร่างหนาจนชุนเซียงหมอบกราบลงกับพื้นด้วยความหวาดกลัวตัวสั่นเทิ้ม สตรีตรงหน้ากล้าดีอย่างไร... สตรีผู้เคยแต่ก้มหน้าซับน้ำตาผู้นี้ กล้าต่อปากต่อคำกับเขาด้วยวาจาเชือดเฉือนเช่นนี้ตั้งแต่เมื่อใดกัน?
"เจ้าว่ากระไรนะ..." เฟยหลงก้าวเข้าไปประชิดเตียงในสามก้าว มือหนาดั่งคีมเหล็กพุ่งไปบีบคางมนของซูเหม่ยไว้แน่น แรงบีบนั้นมากพอที่จะทำให้กระดูกแตกละเอียดได้ ทว่าซูเหม่ยกลับไม่ส่งเสียงร้องแม้แต่น้อย นางเพียงแค่เลิกคิ้วขึ้นเล็กน้อย ปล่อยให้ปลายนิ้วเย็นเฉียบของเขาบดขยี้ผิวเนื้อ โดยที่ดวงตาสองข้างยังคงจ้องลึกเข้าไปในดวงตาของเขาอย่างไม่หลบเลี่ยง
"หม่อมฉันบอกว่า... ยาพิษถ้วยนี้ งดงามและพิถีพิถันมากเพคะ" ซูเหม่ยกล่าวลอดไรฟันที่ขบเข้าหากันเพื่อสะกดกลั้นความเจ็บ "ไป๋หลิงเจือจางในน้ำต้มรากบัว ออกฤทธิ์ทำลายปอดช้าๆ ภายในสามวัน... หากท่านอ๋องทรงคิดว่านี่คือแผนเรียกร้องความสนใจ ไฉนไม่ลองดื่มถ้วยที่เหลือบนโต๊ะนั้นดูเล่าเพคะ? เผื่อว่าพระองค์จะได้ทรงตาสว่างขึ้นมาบ้างว่า ใครกันแน่ที่กำลังชักใยอยู่เบื้องหลังความเน่าเฟะในจวนหลังนี้!"
เฟยหลงนิ่งงึดไปชั่วขณะ สัมผัสได้ถึงความผิดปกติบางอย่างจากแววตาคู่นั้น มันไม่ใช่แววตาของคนสิ้นคิด แต่มันคือแววตาของนักล่าที่กำลังรอจังหวะขย้ำเหยื่อคืน ทว่าก่อนที่เขาจะได้เอաբาปากเค้นความจริง อนุภรรยาหลี่ม่านก็ก้าวเข้ามาพร้อมกับถ้วยกระเบื้องในมือ ใบหน้างดงามฉาบด้วยคราบน้ำตาและความตื่นตระหนก
"ท่านอ๋องเพคะ! อย่าทรงฟังพระชายาเพคะ นางคงจะสติฟั่นเฟือนไปแล้ว... หม่อมฉันเพียงแค่นำยาบำรุงมาให้ด้วยความหวังดี แต่นางกลับ..." หลี่ม่านทรุดกายลงคุกเข่าร่ำไห้สะอึกสะอื้นอย่างน่าสงสาร
ซูเหม่ยแค่นหัวเราะในลำคอ นางกวาดสายตามองหลี่ม่านผู้เสแสร้ง ก่อนจะปรายตามองฉินอ๋องผู้ถูกชักจูงได้ง่ายดายยิ่งกว่าหุ่นเชิด
"ความหวังดีงั้นรึ..." ซูเหม่ยยกมือขึ้นปัดมือของเฟยหลงออกอย่างไม่แยแส ก่อนจะค่อยๆ ยันกายลุกขึ้นยืนบนพื้นไม้เย็นเฉียบ แม้ร่างจะเซถลาแต่นางก็ยังยืนหยัดได้อย่างมั่นคง นางยื่นมือไปหยิบถ้วยกระเบื้องที่เหลืออยู่บนโต๊ะขึ้นมาพินิจพิเคราะห์ด้วยแววตาผู้เชี่ยวชาญ
เฟยหลงมองการกระทำนั้นโดยไม่ขัดขวาง เขายืนกอดอกจ้องมองนางด้วยความรู้สึกประหลาดที่ก่อตัวขึ้นในอก—ความรู้สึกที่ไม่อาจละสายตาไปจากสตรีผู้นี้ได้เลย
ซูเหม่ยยกถ้วยชาขึ้นจรดริมฝีปาก กลิ่นหอมจางๆ ลอยเข้าจมูก นางไม่ได้คิดจะดื่มมันเข้าไป แต่นางกำลังจะใช้มันเพื่อตบหน้าคนทรยศทั้งสองคนในจวนนี้ให้ฉิบหายกันไปข้างหนึ่ง
ทว่า... ในจังหวะนั้นเอง เสียงฝีเท้าหนักหน่วงขององครักษ์ประจำตัวก็ดังขึ้นที่หน้าประตู พร้อมกับเสียงรายงานที่ทำให้ทุกคนในห้องต้องหยุดหายใจ
"ท่านอ๋องพ่ะย่ะค่ะ! ราชasek... พระราชโองการด่วนจากในวังหลวง ส่งตรงถึงพระชายาซูเหม่ยพ่ะย่ะค่ะ!"
ส้มหวานมิติลับขอขอบคุณรี้ดเดอร์ทุกท่านที่ติดตามอ่านและร่วมเดินทางไปในมิตินี้ด้วยกันนะคะ
ท่านอ๋องอย่าร้ายสิคะ หมอหญิงผู้นี้ไม่อยากหย่า•ตอนที่ 1
วิญญาณสลับร่างในเรือนร้าง
ผลงานโดย ส้มหวานมิติลับ
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (ส้มหวานมิติลับ)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง ท่านอ๋องอย่าร้ายสิคะ หมอหญิงผู้นี้ไม่อยากหย่า นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!