สูตรขนมปังอบอุ่นกับนายทหารผู้ขยันเปย์•ตอนที่ 4

การต่อรองที่เหนือชั้น

ผลงานโดย เบเกอรี่มิติต่างโลก
"ถ้าพวกท่านก้าวเข้ามาเหยียบแปลงผักออร์แกนิกของฉันแม้แต่ปลายนิ้วก้อยล่ะก็ อย่าหาว่าฉันไม่เตือนนะคะว่าปุ๋ยหมักสูตรพิเศษปีนี้... กลิ่นมันค่อนข้างรุนแรงเป็นพิเศษ รับรองว่าติดตัวพวกท่านไปจนถึงงานศพครั้งหน้าแน่นอนค่ะ!" เสียงใสๆ แต่เฉียบคมดุจใบมีดโกนอาบน้ำผึ้งของรินรดา ดังขึ้นท่ามกลางความเงียบสงบของชายทุ่ง ร่างบางในชุดผ้ากันเปื้อนลายสก๊อตสีฟ้าอ่อนยืนเท้าสะเอวอยู่หน้าประตูรั้วไม้ ท่าทางของเธอมิได้มีความหวาดกลัวเลยแม้แต่น้อย ตรงกันข้าม แววตากลมโตคู่นั้นกลับพินิจพิเคราะห์ร่างของแขกผู้ไม่ได้รับเชิญทั้งสามด้วยสายประเมินราคาสินค้า—ซึ่งแน่นอนว่าตีราคาต่ำเตี้ยเรี่ยดินจนน่าสมเพช หน้าประตูรั้วไม้สนขัดมัน ป้าสะใภ้ใหญ่หรือนาง "ก[ล]อยใจ" และลูกชายหัวแก้วหัวแหวนนาม "เกริกเกียรติ" กำลังยืนหน้าดำคร่ำเครียด ประกบข้างด้วยทนายความท้องถิ่นหน้าเลือดที่พกกระเป๋าเอกสารหนังเทียมราคาถูกมาด้วย ใบหน้าของป้าสะใภ้บิดเบี้ยวด้วยความโกรธจัดจนริ้วรอยเหี่ยวย่นบนหน้าผากแทบจะรวมกันเป็นแผนที่ประเทศไทย "นังริน! นี่แกกล้าดียังไงมาพูดจาต่ำทรามกับผู้ใหญ่แบบนี้ฮะ!" ป้ากฺลอยใจกรีดเสียงแหลมจนนกตัวน้อยบนกิ่งไม้บินหนีเตลิด "ที่ดินแปลงนี้ รวมถึงบ้านหลังนี้ เป็นมรดกที่ลุงของแกทิ้งไว้ก่อนตาย มันควรจะเป็นของเกริกเกียรติลูกชายฉัน ไม่ใช่ของนังเด็กไม่มีหัวนอนปลายเท้าอย่างแกที่ถูกผัวชาวบ้านเขาซื้อตัวมาขัดดอก!" รินรดาหัวเราะในลำคอเบาๆ เสียงหัวเราะที่มีจังหวะจะโคนราวกับเสียงเคาะกุญแจเปียโน เธอไม่ได้เดือดร้อนกับคำดูถูกเหยียดหยามนั้นเลยสักนิด อันที่จริง ในโลกเก่าเธอก็เคยเจอพวกเหลือบไรสังคมมานักต่อนักแล้ว การรับมือกับญาติห่างๆ ที่จ้องจะฮุบสมบัติจึงเป็นเพียงงานอดิเรกแก้เซ็งยามเช้าเท่านั้น "โอ้โห ใช้คำว่า 'ซื้อตัวมาขัดดอก' ฟังดูลิเกโรงเล็กมากเลยนะคะป้า" รินรดายกมือขึ้นปัดเศษแป้งจางๆ ที่ติดอยู่บนแขนเสื้อออกอย่างใจเย็น "ถ้าจำไม่ผิด ตอนที่ฉันถูกส่งมาที่นี่เพื่อใช้หนี้พนันห้าแสนบาทของครอบครัวฝั่งโน้น... ใครกันนะคะที่เป็นคนเซ็นชื่อยินยอมพร้อมใจรับเงินสดไปนับจนนิ้วแทบหัก? แล้วไหนล่ะคะ 'พินัยกรรม' หรือ 'โฉนดที่ดิน' ที่ป้าอ้างนักอ้างหนา ลองหยิบออกมาให้ฉันกราบตาสักหน่อยซิคะว่ามีลายมือของลุงจริงๆ หรือเป็นรอยตีนไก่ที่ป้าแอบไปปั๊มตอนลุงแกใกล้หมดลมหายใจกันแน่" "แก!... นังเด็กปากดี!" เกริกเกียรติทนไม่ไหว พุ่งตัวเข้าหาประตูรั้วด้วยความโมโห หมายจะพังมันเข้ามาสั่งสอนสะใภ้คนใหม่ของบ้านนี้ให้หลาบจำ ทว่า... ก่อนที่รองเท้าผ้าใบราคาถูกจะทันได้แตะถูกไม้ระแนง ร่างสูงใหญ่ในชุดเสื้อยืดสีดำรัดรูปอวดมัดกล้ามเนื้อแน่นหนาและกางเกงสนามรบสีเขียวเข้มก็ก้าวออกมาจากมุมมืดของโรงเรือนเพาะชำ พันธกานต์ยืนตระหง่านอยู่เบื้องหลังภรรยา ร่างกายสูงใหญ่กว่าเกริกเกียรติเกือบเท่าตัว ใบหน้าคมเข้มดุจรูปสลักไร้ซึ่งรอยยิ้ม ดวงตาสีนิลคู่นั้นกวาดมองผู้บุกุกด้วยรัศมีคุกคามระดับนายทหารหน่วยรบพิเศษที่ผ่านสนามรบมาโชกโชน บรรยากาศรอบตัวลดฮวบลงจนติดลบในพริบตา พันธกานต์ไม่ได้พูดอะไรสักคำ เขายกมือขึ้นกอดอก ช้าๆ และทรงพลัง สายตาคมกริบจดจ้องไปที่ทนายความท้องถิ่นที่ถือกระเป๋าเอกสาร จนกระทั่งชายวัยกลางคนคนนั้นต้องกลืนน้ำลายลงคออึกใหญ่ ขาสั่นเทาจนแทบก้าวถอยหลัง "ถ้าก้าวเข้ามาอีกก้าวเดียว... ฉันจะไม่รับรองความปลอดภัยของกระดูกพวกแก" เสียงทุ้มต่ำและราบเรียบของพันธกานต์ดังขึ้นราวกับเสียงคำรามของพญาเสือโคร่ง มันไม่ใช่คำขู่ แต่มันคือคำประกาศิต ป้ากฺลอยใจหน้าซีดเผือดลงทันที นางรู้ดีว่าอดีตนายทหารคนนี้ขึ้นชื่อเรื่องความดุร้ายและไม่เกรงกลัวใคร ขนาดคนมีอิทธิพลในอำเภอเคยมาหาเรื่องเขายังต้องนอนโรงพยาบาลไปเป็นเดือน แต่ด้วยความโลภที่บังตา นางจึงกัดฟันเชิดหน้าขึ้นแล้วหันไปพยักเพยิดกับทนายความ "คะ... คุณทนาย อ่านสัญญาให้มันฟังซิ! เรามีอำนาจตามกฎหมายทุกประการ!" ทนายความฝืนยزิ้มแหยๆ เปิดกระเป๋าหยิบกระดาษแผ่นหนึ่งขึ้นมา แล้วกระแอมไอสองครั้งเพื่อเรียกความมั่นใจ "เรียนคุณรินรดาและคุณพันธกานต์... ตามเอกสารสิทธิ์ฉบับนี้ ทางตระกูล... เอ่อ..." ทนายความชะงักเมื่อสบเข้ากับสายตาของพันธกานต์ที่มองมาดุจจะกินเลือดกินเนื้อ "ทางตระกูลอัครเดชากุล มีสิทธิ์ชอบธรรมในการเวนคืนที่ดินแปลงนี้กลับคืนสู่กองมรดกกลาง เนื่องจากตรวจพบว่าการโอนกรรมสิทธิ์เมื่อสามเดือนก่อนมีข้อบกพร่องทางกฎหมาย เว้นแต่... เว้นแต่พวกท่านจะชดใช้ค่าเสียหายเป็นเงินสดจำนวนหนึ่งล้านบาทภายในวันนี้ มิฉะนั้นเราจะทำการฟ้องขับไล่และยึดทรัพย์สินทั้งหมดทันที!" รินรดายิ้มกริ่ม รอยยิ้มที่ทำให้ป้ากฺลอยใจรู้สึกหนสันหลังวาบอย่างประหลาด หญิงสาวตบมือเบาๆ สองครั้ง เสียงแปะๆ ดังสะท้อนในความเงียบ "ยอดเยี่ยมมากค่ะ ทนายท่านนี้ ท่องบทมาได้คล่องแคล่วดีแท้ สงสัยคงจะได้ค่าจ้างไม่น้อยสินะคะ" รินรดาเดินเข้าไปใกล้รั้วไม้มากขึ้น เธอกอดอกมองหน้าป้าสะใภ้ด้วยสายตาสมเพชเวทนา "แต่ก็น่าเสียดายนะคะที่พวกท่าน... ทำการบ้านมาน้อยเกินไปหน่อย" "แกหมายความว่ายังไง!" ป้ากฺลอยใจแผדเสียง รินรดาหันไปหยิบกระดาษแผ่นหนึ่งออกจากกระเป๋าผ้ากันเปื้อนของตนเอง ชูขึ้นให้ลมพัดเบาๆ ให้เห็นลายเซ็นและตราประทับสีแดงสดเด่นชัด "หมายความว่า... โฉนดที่ดินแปลงนี้ถูกเปลี่ยนชื่อเป็นกรรมสิทธิ์ร่วมของฉันกับสามีเรียบร้อยแล้ว ตั้งแต่เมื่อวานซืนค่ะ! และที่สำคัญ..." รินรดาหันไปยิ้มหวานหยาดเยิ้มให้พันธกานต์ที่ยืนซ้อนหลัง ก่อนจะหันกลับมาสบตาป้าสะใภ้ "หนี้สินห้าแสนบาทที่พวกท่านเคยกุเรื่องขึ้นมาขู่ฉัน ทางสามีของฉันได้เคลียร์จ่ายขาดลอยตัวกับเจ้าหนี้ตัวจริงไปหมดสิ้นแล้ว พร้อมมีใบเสร็จลงลายมือชื่อชัดเจน... พูดง่ายๆ ก็คือ ตอนนี้พวกท่านไม่มีสิทธิ์อะไรในที่ดินแปลงนี้แม้แต่ตารางนิ้วเดียว แถมถ้าฉันจะแจ้งข้อหาบุกุกและกรรโชกทรัพย์... ทนายความข้างๆ ป้าอาจจะต้องเปลี่ยนอาชีพไปใส่ชุดนักโทษภายในสัปดาห์นี้เลยนะคะ!" ทนายความหน้าถอดสีทันที เขาหันไปมองหน้าป้ากฺลอยใจด้วยแววตาตื่นตระหนก "นี่คุณ! คุณไม่ได้บอกผมว่าเรื่องมันซับซ้อนขนาดนี้!" "ไอ้... ไอ้นังเด็กเวร! แกกล้าหักหน้าฉันเหรอ!" ป้ากฺลอยใจสติหลุด กรีดร้องโวยวายพยายามจะปีนรั้วเข้ามาทำร้ายรินรดา แต่ทว่า พันธกานต์เคลื่อนไหวเร็วกว่าลมพัด เขาคว้าคอเสื้อของเกริกเกียรติที่ทำท่าจะช่วยแม่แล้วเหวี่ยงกระเด็นออกไปจากรัศมีสามเมตรในคราวเดียว ก่อนจะยกโทรศัพท์มือถือขึ้นมาด้วยท่าทีสบายๆ "สารวัตรสมชายเหรอครับ... ครับ ผมเอง ที่ไร่มีพวกโจรบุกรุกและพยายามทำลายทรัพย์สิน รบกวนส่งเจ้าหน้าที่มารับตัวไปสงบสติอารมณ์ที่สถานีหน่อยครับ... ครับ ขอบคุณครับ" สิ้นคำพูดนั้น ป้ากฺลอยใจและทนายความหน้าซีดเผือดจนแทบเป็นลม ทนายความรีบเก็บเอกสารยัดใส่กระเป๋าแล้ววิ่งหนีเตลิดไปก่อนใครเพื่อน ป้ากฺลอยใจที่ถูกลูกชายรั้งตัวไว้ได้แต่น้ำตาตกใน กรีดร้องสาปแช่งด้วยความแค้นเคือง "พวกแก... พวกแกจะต้องไม่ตายดี!" รินรดาโบกมือลาส่งท้ายด้วยรอยยิ้มสดใสราวกับนางฟ้าใจดี "เดินทางปลอดภัยนะคะป้า อย่าลืมแวะซื้อยาระงับประสาทกินด้วยล่ะ เดี๋ยวความดันขึ้นจะหาว่าฉันไม่เตือน!" เมื่อกลุ่มคนน่ารำคาญถอยร่นออกไปจนลับตา รินรดาจึงถอนหายใจยาวออกมาเบาๆ ก่อนจะหันกลับมาเผชิญหน้ากับสามีหนุ่มร่างยักษ์ที่ยังคงยืนนิ่งสนิท พันธกานต์ก้มมองภรรยาตัวน้อย สายตาที่เคยดุร้ายแปรเปลี่ยนเป็นความอบอุ่นล้ำลึก มือหนากร้านแดดเอื้อมมาลูบกลุ่มผมนุ่มของเธอแผ่วเบา "เก่งมาก... จัดการได้เนียบยิ่งกว่าตอนผมฝึกทหารเสียอีก" รินรดาย่นจมูกใส่เขาอย่างหมั่นไส้ "แน่นอนค่ะ ฉันไม่ใช่ผู้หญิงที่จะยอมให้ใครมาเอาเปรียบง่ายๆ หรอกนะ... ว่าแต่ คุณสามีคะ ใช้กำลังแบบนั้นเมื่อกี้ เหนื่อยไหมคะ?" พันธกานต์หัวเราะในลำคอ เสียงทุ้มต่ำน่าฟัง "ไม่เหนื่อยเลยครับ... แต่ตอนนี้ หิวแล้วล่ะ เมียจ๋า วันนี้มีเมนูอะไรเด็ดๆ ปลอบใจสามีผู้พิทักษ์ความสงบบ้างหรือเปล่า?" รินรดายิ้มเจ้าเล่ห์ เธอคว้าแขนสามีแล้วจูงเดินกลับเข้าไปในตัวบ้าน กลิ่นหอมกรุ่นของเนยสดแท้และคาราเมลที่อบอวลอยู่ข้างในลอยมาแตะจมูกทันทีที่ประตูเปิดออก บนโต๊ะไม้กลางห้องครัว พายแอปเปิ้ลโฮมเมดอบใหม่ๆ แป้งพายกรอบร่วนสีทองอร่ามกำลังส่งควันกรุ่น พร้อมด้วยไส้แอปเปิ้ลเคี่ยวกับน้ำตาลทรายแดงและซินนามอนที่ฉ่ำเยิ้ม ส่งกลิ่นหอมหวานยั่วยวนไปทั่วทั้งบ้าน ทว่า... ทันทีที่รินรดากำลังจะหยิบมีดมาตัดแบ่งพายให้สามี เสียงเคาะประตูกระจกเบาๆ จากด้านหลังบ้านก็ดังขึ้นขัดจังหวะเสียก่อน รินรดาขมวดคิ้วเล็กน้อย หันไปมองตามเสียง และเมื่อเธอเห็นเงาร่างของใครบางคนที่ยืนอยู่หลังกระจก ดวงตากลมโตก็เบิกกว้างขึ้นด้วยความตกตะลึง... -- ขอบพระคุณนักอ่านทุกท่านที่ร่วมเดินทางมากับ "เบเกอรี่มิติต่างโลก" ในตอนนี้นะคะ
สารจากนักเขียน (เบเกอรี่มิติต่างโลก)
ดูโปรไฟล์ →

"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง สูตรขนมปังอบอุ่นกับนายทหารผู้ขยันเปย์ นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"

ความคิดเห็น (0)

ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์

ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้

เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!

บ่มเพาะไข่ไดโนเสาร์60%