สูตรขนมปังอบอุ่นกับนายทหารผู้ขยันเปย์•ตอนที่ 6

ศัตรูร้ายในคราบลูกค้า

ผลงานโดย เบเกอรี่มิติต่างโลก
กลิ่นหอมกรุ่นของเนยแท้จากฝรั่งเศสและน้ำตาลคาราเมลเคี่ยวใหม่ๆ ที่ลอยอบอวลอยู่หน้าแผงค้าในตลาดสดประจำเมือง ไม่ได้เรียกเสียงฮือฮาจากลูกค้าผู้รักความอร่อยเพียงอย่างเดียว หากแต่มันกำลัง “บาดตาบาดใจ” ใครบางคนจนเส้นเลือดขมับเต้นตุบๆ “ของหน้าตาประหลาดพวกนี้... จะไปกินได้สักเท่าไหร่เชียว? ชิ้นก็เล็กนิดเดียว แถมยังขายแพงหูฉี่ คิดว่าตัวเองเป็นพ่อครัวหลวงมาจากไหนกันยะ ถึงได้กล้าตั้งราคานี้ในตลาดบ้านนอก!” เสียงแหลมสูงที่จงใจกระแทกกระทั้นดังขึ้นท่ามกลางความคึกคัก รินรดาชะీలมือที่กำลังคีบ ‘บริยอชไส้ครีมคัสตาร์ดวานิลลามาดากัสการ์’ ใส่กระทงใบตองสานอย่างประณีต เธอยังไม่เงยหน้าขึ้นทันที แต่ปล่อยให้ความเงียบชั่วขณะทำหน้าที่กดดันคู่กรณี ก่อนจะค่อยๆ ปรับรอยยิ้มการค้าบนใบหน้าให้หวานหยดจนน่าหมั่นไส้ “อ้าว นึกว่าใคร ที่แท้ก็พี่เพ็ญศรี แม่ค้าเจ้าถิ่นผู้ครองตลาดแผงลอยขนมไทยสิบปีซ้อนนี่เองนะคะ” รินรดาเอ่ยทักด้วยน้ำเสียงใสซื่อ แต่ดวงตากลับพราวระยับด้วยประกายความท้าทาย “ลมอะไรหอบมาถึงแผงของน้องได้ล่ะคะ หรือว่ากลิ่นหอมของขนมปังเนยสดมันรบกวนจมูกจนทนอยู่แผงตัวเองไม่ไหว ต้องเดินมาสูดไอน้ำตาลให้ชื่นปอดฟรีๆ ถึงที่นี่?” เพ็ญศรี หน้าตึงเปรี๊ยะจนแป้งที่โบกหนาแทบจะร่วงกราว เธอคือนางพญาประจำตลาดสดแห่งนี้ที่ผูกขาดการขายขนมหวานมานาน ไม่เคยมีใครกล้ามาเปิดแผงแข่ง ยิ่งเป็นสะใภ้ใหม่ที่เพิ่งแต่งเข้าบ้านไร่ท้ายหมู่บ้านอย่างรินรดาด้วยแล้ว ยิ่งเป็นหนามยอกอกที่เธอต้องกำจัดให้พ้นทาง “ปากเก่งนักนะยะ!” เพ็ญศรีเท้าสะเอว เชิดหน้าขึ้นจนคางแทบจะขนานกับ180องศาของท้องฟ้า “แกอย่ามาทำเป็นพูดดีไปหน่อยเลย ขนมอบฝรั่งอะไรของแก ฉันเห็นแล้วคลื่นไส้! แป้งก็คงจะแข็งโป๊กเหมือนก้อนอิฐ น้ำตาลก็คงหวานแสบไส้จนคนแก่กินเข้าไปมีหวังน้ำตาลพุ่งทะลุเพดานตายคาที่ ลูกค้าแถวนี้เขาชอบของไทยแท้ๆ โบราณๆ อย่างขนมชั้น เปียกปูน ของฉันต่างหาก ไม่ใช่ขนมขยะราคาแพงลิบลิ่วแบบนี้!” คำพูดสאดเสียเทเสียนั้นเรียกเสียงฮือฮาจากชาวบ้านที่ยืนมุงดูรอบๆ ให้เงียบกริบลงทันที หลายคนเริ่มมองหน้ากันเลิกลั่กด้วยความกลัวอิทธิมืดของแม่ค้าเจ้าถิ่น ขณะที่บางคนแอบเหลือบมองแผงขนมของรินรดาด้วยความเสียดาย เพราะกลัวว่าขนมหน้าตาน่ากินพวกนั้นจะรสชาติแย่จริงๆ ตามที่เพ็ญศรีกล่าวหา ทว่า ในวินาทีที่บรรยากาศกำลังตึงเครียดจนแทบจะตัดเฉือนได้นั้น ร,นรดากลับไม่แสดงอาการสะดุ้งสะเทือนแม้แต่น้อย เธอกลับหัวเราะเบาๆ ในลำคอ เป็นเสียงหัวเราะที่เต็มไปด้วยความมั่นใจเกินร้อย จนเพ็ญศรีชะงักไปเล็กน้อย “พี่เพ็ญศรีคะ... การที่พี่ไม่รู้จักของอร่อย ไม่ได้แปลว่าโลกใบนี้ไม่มีของสิ่งนั้นอยู่จริงหรอกนะคะ” รินรดากล่าวด้วยรอยยิ้มพิมพ์ใจ เธอหยิบถาดกระดาษไขรองขนมปังขึ้นมา ชิ้นที่เพิ่งอบเสร็จร้อนๆ จากเตาอบพลังงานมิติพิเศษ ไอร้อนบางเบายังคงลอยกรุ่น พร้อมกับกลิ่นหอมละมุนของวานิลลาแท้ที่เตะจมูกคนรอบข้างจนต้องสูดปากเข้าลึกๆ “อีกอย่าง... ขนมปังของฉันจะอร่อยหรือไม่อร่อย พี่ตัดสินจากจินตนาการอันคับแคบของตัวเองไม่ได้หรอกค่ะ เชิญพิสูจน์ด้วยตาและลิ้นของตัวเองดีกว่าไหมคะ?” รินรดาไม่พูดเปล่า เธอยกจานกระเบื้องเคลือบสีขาวลายครามที่บรรจุ ‘ชูครีมไส้นมสดฮอกไกโด’ ชิ้นอวบอ้วนโรยไอ싱สีขาวนวลราวกับหิมะยื่นไปตรงหน้าเพ็ญศรี “ฉันใจดีค่ะ ถือว่าเป็นการต้อนรับเพื่อนบ้านในตลาด ชิ้นนี้... ฉัน ‘แจกฟรี’ ให้พี่ชิมเป็นเกียรติ ถ้ามันแข็งโป๊กหรือหวานแสบไส้ตามที่พี่พูด... ฉันยินดีรื้อแผงเลิกขายและไม่เหยียบเข้ามาในตลาดนี้อีกเลยค่ะ!” เพ็ญศรีอ้าปากค้าง เธอมองจานขนมตรงหน้าที่ส่งกลิ่นหอมยวนใจจนต่อมน้ำลายทำงานอัตโนมัติ รอบตัวมีเสียงกระซิบกระซาบของชาวบ้านดังขึ้นเรื่อยๆ ว่า *“กลิ่นหอมขนาดนั้น จะไม่อร่อยได้ยังไงวะ”* และ *“แม่เพ็ญศรีกล้ากินไหมล่ะนั่น”* ด้วยความที่ศักดิ์ศรีค้ำคอและมั่นใจว่าขนมต่างชาตินี้คงไม่มีทางสู้ขนมไทยโบราณของตนได้ เพ็ญศรีจึงคว้าชูครีมลูกนั้นขึ้นมาด้วยท่าทีฮຶดฮัด ยัดเข้าปากเคี้ยวคำโตโดยไม่คิดจะปรานี ความเงียบสงัดเข้าปกคลุมบริเวณแผงค้าในทันที... ดวงตากลมโตของเพ็ญศรีเบิกกว้างขึ้นทีละน้อย สีหน้าที่เตรียมจะอ้าปากด่าทอแปรเปลี่ยนเป็นความแข็งค้าง เปลือกแป้งชูครีมด้านนอกมีความกรอบบางเบาแต่ไม่ร่วนซ้ำ ทันทีที่ฟันกระทบลงไป ความนุ่มละมุนของเนื้อแป้งก็ผสานเข้ากับไส้คัสตาร์ดนมสดที่ทะลักทะลายออกมา ละลายหายไปในปากราวกับสายไหม ความหวานละมุนกำลังดี ไม่บาดคอแม้แต่น้อย ทิ้งไว้เพียงกลิ่นหอมของนมวัวแท้และวานิลลาที่อบอวลอยู่ทั่วโพรงจมูก มัน... อร่อยฉิบหาย! อร่อยจนคนปากจัดอย่างเธอหาคำมาด่าไม่ออกเลยทีเดียว! “อ้าว เป็นยังไงบ้างคะพี่เพ็ญศรี?” รินรดาเอียงคอถามด้วยรอยยิ้มหวานหยด “อร่อยจนพูดไม่ออก หรือว่าติดใจจนอยากเหมาไปฝากสามีที่บ้านดีคะ?” เพ็ญศรีหน้าแดงก่ำ ลามไปจนถึงใบหู เธออ้าปากพะงาบๆ เหมือนปลาขาดน้ำ จะด่าต่อก็ไม่ได้เพราะหลักฐานความอร่อยยังคาอยู่เต็มปาก ทำได้เพียงสะบัดหน้าหนีด้วยความอับอายแล้วเดินหนีหายไปกับฝูงชนอย่างรวดเร็วท่ามกลางเสียงหัวเราะชอบใจของชาวบ้าน บรรยากาศความตึงเครียดมลายหายไปในพริบตา ลูกค้าที่ยืนรออยู่ต่างพากันกรูเข้ามาหน้าแผงจนแน่นขนัด เสียงแย่งกันซื้อขนมดังระงม ชูครีมและบริยอชที่เตรียมมาสำหรับขายทั้งวันถูกกวาดเกลี้ยงภายในเวลาไม่ถึงสิบนาที! รินรดาถอนหายใจเบาๆ ด้วยความโล่งอก ขณะกำลังก้มหน้าเก็บเงินใส่ตะกร้าสานไม้ไผ่ มือเรียวหนาของใครบางคนก็ยื่นถุงกระดาษบรรจุกาแฟดำหอมกรุ่นมาตรงหน้า พร้อมกับเสียงทุ้มต่ำที่คุ้นเคยเป็นอย่างดี “เหนื่อยไหมครับ... ภรรยาคนเก่งของผม” รินรดาเงยหน้าขึ้นมอง ก็พบกับพันธกานต์ สามีหนุ่มร่างสูงผิวเข้มที่ยืนยิ้มกริ่มอยู่ข้างแผง ดวงตาคมกริบคู่นั้นฉายแววภาคภูมิใจและคลั่งรักภรรยาจนปิดไม่มิด มือใหญ่วางกล่องไม้แกะสลักลวดลายประณีตลงบนโต๊ะ ก่อนจะกระซิบเบาๆ ข้างหูเธอด้วยน้ำเสียงพร่า “ผมเตรียมวัตถุดิบชิ้นใหญ่ในมิติรอไว้ให้คุณแล้ว... คืนนี้ เรามาลองทำ ‘เค้กช็อกโกแลตหน้านิ่ม’ สูตรลับของคุณกันเถอะครับ รับรองว่าคนทั้งหมู่บ้านจะต้องแย่งกันมาเคาะประตูบ้านเราแน่ๆ” ในขณะที่รินรดากำลังยิ้มรับคำเย้าแหย่นั้น สายตาก็เหลือบไปเห็นเงาร่างคุ้นเคยของชายชราในชุดสูทจีนโบราณ ท่าทางภูมิฐาน ผิดแปลกจากคนในหมู่บ้านชนบทแห่งนี้ กำลังเดินตรงดิ่งเข้ามาหยุดยืนอยู่หน้าแผงที่ว่างเปล่า พร้อมกับเอ่ยประโยคที่ทำให้รอยยิ้มบนใบหน้าของเธอแข็งค้างไปทันที “แม่หนู... ขนมปังที่เธอเพิ่งขายหมดไปเมื่อกี้... ฉันให้ราคาสูงเป็นร้อยเท่า ถ้าเธอทำให้อีกตอนนี้!” ขอขอบพระคุณนักอ่านทุกท่านที่ร่วมเดินทางมากับ "เบเกอรี่มิติต่างโลก" ในตอนนี้นะคะ
สารจากนักเขียน (เบเกอรี่มิติต่างโลก)
ดูโปรไฟล์ →

"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง สูตรขนมปังอบอุ่นกับนายทหารผู้ขยันเปย์ นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"

ความคิดเห็น (0)

ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์

ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้

เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!

บ่มเพาะไข่ไดโนเสาร์60%