กริคลิก—เสียงปลายปากกาเน้นเส้นสีแดงฉานขีดทับลงบนแปลนกระดาษไขแผ่นใหญ่จนเกิดรอยยับย่น เป็นสัญลักษณ์เด่นชัดว่าวิศวกรสาวเจ้าของโต๊ะทำงานตัวนี้กำลังหงุดหงิดขั้นสุด
“คุณรินรดาคะ ช่วยกรุณาทำความเข้าใจภาษาไทยในฐานะเพื่อนร่วมโลกอีกสักรอบได้ไหมคะ ว่าตารางการส่งงานที่ฉันอีเมลไปเมื่อคืนตอนตีสอง ไม่ได้มีไว้ประดับให้รกความจำฮาร์ดดิสก์”
พรีมเงยหน้าขึ้นจากกระดาษแปลน แว่นตาทรงเหลี่ยมกรอบบางสะท้อนแสงไฟนีออนในสำนักงานชั่วคราวหน้าไซต์งานก่อสร้าง ดวงตาสีเข้มคมกริบจ้องเขม็งมายังดีไซเนอร์สาวที่กำลังลอยชายพิงสะโพกกับขอบโต๊ะทำงานของเธออย่างไม่สะท้านสะเทือน
รินรดาเลิกคิ้วขึ้นข้างหนึ่งอย่างยียวน เธอจงใจหมุนปากกาในมือเล่นไปมา เสื้อเชิ้ตผ้าไหมสีสว่างพับแขนขึ้นลวกๆ เผยให้เห็นข้อมือเรียวระหงที่สวมกำไลทองคำขาวเรียบหรู กลิ่นน้ำหอมกลิ่นพีชผสมวานิลลาจางๆ ลอยอบอวลตัดกับกลิ่นอับชื้นของปูนซีเมนต์และฝุ่นผงในไซต์งานอย่างสิ้นเชิง
“บอกแล้วใช่ไหมคะ... ว่าอยู่ใกล้ฉันน่ะ มันอันตราย...” รินรดาจงใจทวนประโยคที่ทิ้งค้างไว้จากเมื่อวานด้วยน้ำเสียงลากยาวแพรวพราว นัยน์ตากลมโตแพรวพราวด้วยประกายความซุกซน “อันตรายจากอะไรคะคุณวิศวกร กลัวฉันจะขโมยหัวใจ หรือกลัวว่าแบบที่ดีไซน์มันจะสวยเกินหน้าเกินตาโครงสร้างเหล็กกล้าทื่อๆ ของคุณกันแน่”
พรีมขบกรามแน่นจนสันกรามคมชัดขึ้นเล็กน้อย ผู้หญิงคนนี้มีวิธีทำให้เส้นเลือดในขมับของเธอเต้นตุบๆ ได้ภายในเวลาไม่ถึงสามวินาทีเสมอ รินรดารั้น รั้นแบบที่ต่อให้เอาคานเหล็กไอแอมมางัดก็ไม่มีวันยอมจำนน แถมยังชอบทำหน้าลอยชายท้าทายอำนาจมืดของเธออยู่เรื่อย
“ฉันพูดถึง ‘ความปลอดภัยของโครงสร้าง’ ค่ะคุณดีไซเนอร์” พรีมเน้นเสียงทีละคำอย่างอดกลั้น ขยับตัวลุกขึ้นยืนเต็มความสูงจนรินรดาต้องเงยหน้ามองเล็กน้อย ความสูงที่ต่างกันราวสิบทเซนติเมตรทำให้พรีมสามารถใช้มุมมองกดต่ำนี้ข่มขวัญอีกฝ่ายได้... หรืออย่างน้อยเธอก็คิดแบบนั้น “ตรงผนังโซน East Wing ที่คุณสั่งเจาะช่องกระจกทรงโค้งมนนั่นน่ะ มันทับแนวเสาหลักรับน้ำหนักพอดี ถ้าเกิดแผ่นดินไหวขึ้นมานิดเดียว สิ่งแรกที่จะพังลงมาทับหัวคนสั่งก็คือโซฟาหรูๆ ที่คุณเลือกมานั่นแหละค่ะ”
“โอ๊ะ! แผ่นดินไหวในกรุงเทพฯ เนี่ยนะ คะคุณพรีม” รินรดาทำเสียงสูงอุทานราวกับเรื่องนั้นเป็นเรื่องตลกขบขัน เธอขยับเข้าไปใกล้โต๊ะทำงานอีกก้าวหนึ่ง จนปลายรองเท้าส้นสูงเกือบแตะกับรองเท้าเซฟตี้หัวเหล็กของอีกฝ่าย “วิศวกรผู้รอบคอบอย่างคุณนี่จินตนาการบรรเจิดยิ่งกว่านักเขียนนิยายแฟนตาซีเสียอีกนะคะ ฉันแค่จะทำร้านกาแฟในสตูดิโอให้มันดูละมุนละไม ไม่ได้จะสร้างหลุมหลบภัยสงครามโลกสักหน่อย”
“มันไม่ใช่เรื่องเล่นๆ นะคะรินรดา!” พรีมเผลอหลุดปากเรียกชื่อจริงอย่างไร้พิธีรีตองเมื่อความอดทนขาดผึง ดวงตาคมกริบวับวาวด้วยความดุ ดุดันแต่น่าแปลกที่มันไม่ได้ทำให้รินรดาหวาดกลัวเลยแม้แต่น้อย กลับกัน... ดีไซเนอร์สาวยิ่งแย้มยิ้มกว้างขึ้น รอยยิ้มที่เคลือบด้วยความท้าทายและประกายความถูกใจบางอย่างในแววตา
“อุ๊ย เรียกชื่อฉันแบบนี้ แปลว่าเริ่มสนิทกันแล้วใช่ไหมคะเนี่ย ดีใจจัง” รินรดาแกล้งทำเป็นยกมือทาบอกอย่างเสแสร้ง ก่อนจะโน้มตัวเข้าไปใกล้ขึ้นอีกนิด จนพรีมต้องเอนตัวหนีตามสัญชาตญาณ—ไม่ใช่เพราะกลัว แต่อากาศรอบตัวมันแคบลงถนัดตาเมื่อรินรดาก้าวล้ำเส้นแบ่งเขตความเป็นส่วนตัวเข้ามา “ไหนคะ... กฎเหล็กของคุณพรีมผู้เคร่งครัด ลองร่ายยาวมาให้ฉันฟังซิว่ามีข้อห้ามอะไรอีกบ้าง เผื่อว่าฉันจะได้... หาทางทำมันให้ครบทุกข้อในวันเดียวเลย”
รอยยิ้มร้ายกาจที่มุมปากของรินรดามันช่างน่าหมั่นไส้เสียจนพรีมอยากจะคว้ากระดาษแปลนมาม้วนแล้วตีหัวทุยๆ นั้นสักที แต่ทว่า... กลิ่นน้ำหอมหวานละมุนที่ลอยเข้ามาแตะจมูกท่ามกลางกลิ่นฝุ่นปูน กลับทำให้จังหวะการหายใจของวิศวกรสาวสะดุดไปชั่วขณะ
พรีมกะพริบตาถี่เพื่อดึงสติกลับมา เธอทรุดตัวลงนั่งพับเพียบกับเก้าอี้ทำงานตามเดิม แสร้งทำเป็นกางสมุดบันทึกเล่มหนาขึ้นมาเปิดผ่านๆ เพื่อซ่อนใบหน้าที่เริ่มขึ้นสีแดงจางๆ ด้วยความเคือง—หรืออาจจะเป็นเพราะความรู้สึกอื่นที่เธอไม่อยากยอมรับ
“ฟังให้ดีนะคะ...” พรีมเคลียร์เสียงให้เป็นปกติที่สุด นิ้วเรียวยาวเคาะลงบนหน้ากระดาษ “กฎเหล็กของฉันมีอยู่สามข้อสำหรับคนที่จะเข้ามาทำงานร่วมในโซนนี้ ข้อแรก ห้ามปรับเปลี่ยนตำแหน่งเสาหรือคานรับน้ำหนักโดยไม่ได้รับลายลักษณ์อักษรจากฉันเด็ดขาด ข้อสอง ห้ามส่งแบบดราฟต์ชุ่ยๆ ตอนตีสองมาให้ฉันตรวจ และข้อสาม...”
พรีมเว้นจังหวะ เงยหน้าขึ้นสบตากับดวงตากลมโตที่กำลังจ้องมองมาอย่างรอคอย
“ห้ามเข้าใกล้พื้นที่ก่อสร้างโดยไม่สวมหมวกนิกรและรองเท้าเซฟตี้เด็ดขาด... โดยเฉพาะคุณค่ะ รินรดา”
รินรดากลั้วหัวเราะในลำคอเบาๆ อย่างนึกสนุก เธอย่อตัวลงยองๆ ให้ระดับสายตาอยู่ในระนาบเดียวกันกับพรีมที่นั่งอยู่บนเก้าอี้ ระยะห่างระหว่างใบหน้าเหลือเพียงแค่คืบเดียว จนลมหายใจอุ่นร้อนรดรินอยู่บนพวงแก้มของกันและกัน
“ข้อแรกกับข้อสองฉันพอจะพยักหน้าทำตามได้หรอกนะคะ...” รินรดาจงใจกระซิบเสียงแผ่วเบา ริมฝีปากเคลือบลิปสติกสีส้มพีชมุกขยับช้าๆ อย่างเย้ายวน “แต่ข้อสามเนี่ย... ถ้าฉันไม่ใส่หมวกนิรภัย แล้ววิ่งเข้ามาให้วิศวกรหน้าดุอย่างคุณช่วยปกป้องแทน... มันจะผิดกฎร้ายแรงมากไหมล่ะคะ”
พรีมชะงักกึก ลมหายใจติดขัด หัวใจในอกข้างซ้ายกระตุกวูบอย่างแรงกับคำพูดและสายตาแพรวพราวคู่นั้น รินรดาร้ายกาจ... ร้ายกาจเสียจนเธอตั้งรับไม่ทัน
แต่วิศวกรสาวก็คือวิศวกรสาวผู้ยึดมั่นในระเบียบ พรีมเม้มริมฝีปากแน่น กำลังจะอ้าปากเอ่ยคำพูดเผ็ดร้อนเพื่อกลบเกลื่อนความหวั่นไหวที่พุ่งพล่าน
แครก—!
เสียงฝีเท้าหนักๆ พร้อมกับแรงสะเทือนเบาๆ จากด้านหลังประตูไม้เก่าแก่ของสำนักงานชั่วคราว ทำให้ทั้งคู่ต้องผละออกจากกันราวกับโดนไฟช็อต
“คุณพรีมครับ! แย่แล้วครับ!” เสียงตะโกนหอบแฮกของโฟร์แมนคุมงานดังแทรกเข้ามาพร้อมกับการผลักประตูเปิดผางอย่างไม่ทันตั้งตัว “ทางโซนเสาหลักด้านทิศเหนือ... ปูนเกิดร้าวผิดปกติครับ! เชิญออกไปดูด่วนเลยครับ!”
พรีมผุดลุกขึ้นยืนทันที สีหน้าเย็นชาเมื่อครู่แปรเปลี่ยนเป็นความเคร่งเครียดจริงจังในเสี้ยววินาที เธอลืมเรื่องกวนใจของรินรดาไปจนหมดสิ้น รีบคว้าหมวกนิรภัยสีขาวมาสวมแล้วสาวเท้าก้าวออกไปจากห้องอย่างเร่งรีบ
รินรดายืนขึ้นเต็มความสูงเช่นกัน นัยน์ตากลมโตฉายแวววิตกกังวลขึ้นมาวูบหนึ่ง เธอรีบสาวเท้ายาวๆ ตามหลังวิศวกรสาวออกไปติดๆ ท่ามกลางบรรยากาศรอบตัวที่เริ่มตึงเครียดขึ้นมาทันตาเห็น
เสียงฝีเท้าเร่งรีบดังสะท้อนไปตามทางเดินโครงสร้างชั่วคราว พรีมเดินนำลิ่วไปยังจุดเกิดเหตุโดยมีรินรดาก้าวตามติดไม่ห่าง ทว่า... ทันทีที่ทั้งคู่เลี้ยวพ้นมุมเสาคอนกรีตขนาดใหญ่ไปยังโซนทิศเหนือ ภาพที่ปรากฏตรงหน้ากลับไม่ใช่รอยร้าวของปูนอย่างที่โฟร์แมนรายงาน
แต่กลับเป็นร่างสูงโปรดของชายหนุ่มคนหนึ่งที่ยืนรออยู่ตรงนั้น... ร่างที่รินรดาจำได้แม่นยำว่าเป็นใคร
“เมฆ...?” รินรดาอุทานออกมาด้วยความตกใจ เมื่อเพื่อนสนิทของเธอกำลังยืนยิ้มแป้นถือแฟ้มเอกสารออกแบบชุดใหม่พิงเสาอยู่ พร้อมกับหันมาส่งซิกขยิบตาให้เธออย่างมีเลศนัย
พรีมหยุดชะงักกึก หันขวับมามองหน้าดีไซเนอร์สาวสลับกับชายหนุ่มแปลกหน้าด้วยแววตาเย็นเยียบที่แผ่รังสีอำมหิตออกมาอย่างชัดเจน
“นี่มันหมายความว่ายังไงคะ รินรดา?” พรีมกดเสียงต่ำ ลมหายใจเริ่มติดขัดด้วยความกรุ่นโกรธที่พุ่งปรี๊ดขึ้นมาถึงขีดสุดเมื่อรู้ตัวว่าโดนหลอกให้ตกหลุมพราง “นี่คือ... แผนก่อวินาศกรรมโครงสร้างรูปแบบใหม่ของคุณใช่ไหม!”
ขอบคุณที่ติดตามอ่านและสนับสนุนกันเสมอนะคะ แล้วพบกันใหม่ในตอนหน้าค่ะ!
ดีไซน์เนอร์ปากแซ่บกับวิศวกรสายคุมโทน•ตอนที่ 3
กฎเหล็กของคนคุมโครงสร้าง
ผลงานโดย สายไหมกลิ่นสตรอว์เบอร์รี
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (สายไหมกลิ่นสตรอว์เบอร์รี)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง ดีไซน์เนอร์ปากแซ่บกับวิศวกรสายคุมโทน นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!