ดีไซน์เนอร์ปากแซ่บกับวิศวกรสายคุมโทน•ตอนที่ 1

แปลนนี้...ฉันไม่เซ็น

ผลงานโดย สายไหมกลิ่นสตรอว์เบอร์รี
เสียงกระแทกแฟ้มเอกสารหนาปึ้กบนโต๊ะประชุมไม้สักทองตัวยาวไม่ได้ทำให้นักออกแบบสาวอย่างรินรดาสะดุ้งสะเทือนแม้แต่น้อย เธอเพียงแค่ปรายตามองสันแฟ้มสีน้ำเงินเข้มนั้นด้วยหางตา ก่อนจะตวัดปลายปากกาหมึกซึมสีดำวาดเส้นตวัดเฉียบคมลงบนกระดาษไขตรงหน้าต่ออย่างไม่แยแส “ถ้าคุณคิดว่าสถาปัตยกรรมยุคโคโลเนียลอายุกว่าเจ็ดสิบปีนี่ มันเป็นแค่กองอิฐผุพังที่รอวันทุบทำลายเพื่อสร้างคอนโดมิเนียมหรูสไตล์โมเดิร์นบாக்ซ์ล่ะก็... ฉันแนะนำให้คุณกลับไปเรียนวิชาประวัติศาสตร์สถาปัตยกรรมอนุรักษ์มาใหม่นะคะ คุณวิศวกร” น้ำเสียงหวานใสแต่แฝงความจิกกัดอย่างเจ็บแสบดังขึ้น ท่ามกลางความเงียบงันของห้องประชุมใหญ่ที่บรรยากาศมาคุเสียยิ่งกว่าท้องฟ้าก่อนพายุเข้า รินรดาเงยหน้าขึ้นสบตาคู่กรณี เส้นผมสีน้ำตาลประกายแดงที่ถูกรวบตึงเป็นหางม้าสูงช่วยขับให้ใบหน้าเฉี่ยวคมของเธอ, เรียวปากเคลือบลิปสติกสีสตรอว์เบอร์รีสด และดวงตากลมโตที่ฉายแววท้าทายดูโดดเด่นสะดุดตา ราวกับเสือสาวพร้อมขย้ำเหยื่อทุกเมื่อ ฝ่ายตรงข้าม... พรีม วิศวกรโครงสร้างหนุ่มผู้ได้ชื่อว่าเนר์ดที่สุดและหยิ่งที่สุดในบริษัทอสังหาริมทรัพย์ยักษ์ใหญ่ กำลังยืนกอดอกพิงพนักเก้าอี้ด้วยท่าทีผ่อนคลายอย่างน่าหมั่นไส้ เสื้อเชิ้ตสีขาวพับแขนขึ้นถึงข้อศอกเผยให้เห็นท่อนแขนแข็งแรงที่มีเส้นเลือดปูดโปนเล็กน้อยตามสัญชาตญาณของคนทำงานหนัก แว่นตากรอบโลหะทรงเหลี่ยมถูกดันขึ้นเล็กน้อยตามสันจมูกโด่งเป็นสันคม ดวงตาคมกริบภายใต้เลนส์สายตาคู่นั้นจ้องมองรินรดานิ่งสนิท ราวกับกำลังประเมินราคาชิ้นงานศิลปะที่ตำหนิเต็มผืน “รสนิยมแพงระยับแต่ไร้สามัญสำนึกด้านความปลอดภัย ก็ไม่ต่างอะไรกับบ้านกระดาษที่รอวันพังทับหัวคนอยู่ดีครับ... เอ่อ ดิฉันหมายถึงค่ะ” พรีมเผลอหลุดคำพูดติดปากออกมาแบบไม่ทันตั้งตัวเมื่อเห็นสายตาคาดโทษจากอีกฝ่าย ก่อนจะแก้เกมด้วยการยักมุมปากขึ้นข้างหนึ่งอย่างเยือกเย็น “แฟนซีของคุณมันทำให้อาคารหลังนี้ทรุดตัวลงมาได้ทุกวินาทีถ้าเกิดแผ่นดินไหวขึ้นมาจริงๆ รินรดา ดีไซเนอร์ผู้รักความสวยงามยิ่งกว่าชีวิตคน” “นี่คุณ!” รินรดาผุดลุกขึ้นยืนเต็มความสูง ฝ่ามือบางยันโต๊ะประชุมไว้เพื่อกดดันคู่สนทนา “อย่ามาปรักปรำฉันนะ! โครงสร้างเดิมน่ะแข็งแรงกว่ากระดูกสันหลังของคุณเสียอีก ถ้าคุณฉลาดพอที่จะอ่านบลูปรินต์ฉบับสมบูรณ์ที่ฉันรีโนเวทใหม่ ไม่ใช่เอาแต่ก้มหน้าก้มตาคำนวณตัวเลขแบบหุ่นยนต์ไร้หัวใจ คุณก็จะรู้ว่าเราเก็บโครงสร้างเหล็กดัดดั้งเดิมไว้ได้ร้อยเปอร์เซ็นต์โดยไม่ต้องรื้อถอนเสาหลักต้นนั้นทิ้ง!” “เสาต้นนั้นขึ้นสนิมไปครึ่งหนึ่งแล้วครับคุณรินรดา ถ้าผมปล่อยให้คุณเอาไฟเบอร์กลาสไปครอบทับแล้วบอกว่ามันคือศิลปะ... วันเปิดโครงการคนที่จะโดนฟ้องล้มละลายไม่ใช่บริษัทหรอกครับ แต่จะเป็นคุณที่ต้องเอาตัวเข้าคุกเพราะคดีประมาทจนมีคนตาย” คำพูดตัดพ้อที่เจือด้วยน้ำเสียงเย็นชาบาดลึกถึงขั้วหัวใจ รินรดากัดริมฝีปากแน่นจนสีลิปสติกเลือน เธอกำมือแน่นจนเล็บจิกเข้ากับฝ่ามือ ความโกรธแล่นริ้วขึ้นมาจนใบหน้าร้อนผ่าว ไม่ใช่เพราะโดนดูถูกฝีมือ... แต่เป็นเพราะสายตาคู่คมของเขาที่มองมา มันไม่ได้มีแค่ความเหยียดหยาม แต่มันมีความห่วงใยโง่ๆ ที่ซ่อนอยู่ลึกซึ้งจนเธอเกลียดชังตัวเองที่ดันสังเกตเห็นมัน ห้องประชุมตกอยู่ในความเงียบงันอีกครั้ง มีเพียงเสียงเครื่องปรับอากาศที่ทำงานเบาหวิว เมฆ เพื่อนสนิทและสถาปัตยกรรมคู่หูของรินรดาที่นั่งอยู่มุมห้อง ได้แต่ยกมือขึ้นเกาหัวแกรกๆ พยายามทำตัวให้ลีบเล็กที่สุดเพื่อไม่ให้โดนลูกหลงจากสงครามประสาทของสองคนนี้ “เอาล่ะค่ะ!” รินรดาเค้นเสียงลอดไรฟัน พยายามดึงความมั่นใจทั้งหมดกลับคืนมา เธอเชิดหน้าขึ้น สูดลมหายใจเข้าลึก “ในเมื่อเราตกลงกันไม่ได้ว่าตึกนี้จะอยู่หรือจะไป... งั้นก็เอาแบบนี้ไหมคะคุณพรีม เราไปดูหน้างานจริงกันเดี๋ยวนี้เลย ใครเถียงชนะ... แปลนของคนนั้นจะได้ไปต่อ” พรีมเลิกคิ้วสูงขึ้นเล็กน้อย แววตาคมกริบไหววูบไปชั่วขณะเมื่อมองสำรวจท่าทางเอาแต่ใจแต่มีเสน่ห์เหลือล้นของผู้หญิงตรงหน้า เขาผ่อนลมหายใจยาวเหยียด ยอมขยับตัวออกจากเก้าอี้แล้วคว้าแจ็คเก็ตสูทพาดบ่าอย่างไม่รีบร้อน “ก็ได้ครับ... ไปพิสูจน์กันให้เห็นคาตา ว่าระหว่างความดื้อรั้นของคุณ กับความจริงของผม อันไหนมันจะพังเร็วกว่ากัน” ชายหนุ่มก้าวขายาวๆ เดินตรงเข้ามาหารินรดาที่ยืนขวางทางอยู่ ระยะห่างระหว่างทั้งคู่ลดลงเหลือเพียงแค่คืบเดียว กลิ่นน้ำหอมผู้ชายเจือจางผสมกับกลิ่นกาแฟเข้มๆ ลอยปะทะจมูกจนรินรดาเผลอกลั้นหายใจโดยไม่รู้ตัว ดวงตาคมของพรีมก้มลงมองเธอในระยะประชิด ชนิดที่ว่าถ้าขยับอีกนิดปลายจมูกคงจะชนกัน รอยยิ้มมุมปากร้ายกาจถูกส่งมาให้พร้อมกระซิบเสียงต่ำด้วยความท้าทาย “แต่บอกไว้ก่อนนะครับ... ถ้าหน้างานจริงมันเละไม่เป็นท่าอย่างที่ผมคิด คุณต้องยอมรับเงื่อนไขของผมทุกอย่าง... รวมถึงการดินเนอร์ล้างตาด้วยกันสักมื้อด้วย” รินรดาเบิกตากว้างด้วยความตกใจ กำหมัดเตรียมจะซัดหน้าหล่อๆ ของวิศวกรปากร้ายสักหมัด แต่ยังไม่ทันที่เธอจะได้อ้าปากด่าทอ ประตูห้องประชุมบานใหญ่ก็ถูกผลักเปิดออกกะทันหันด้วยฝีมือของเลขาหน้าตาตื่น “คุณรินรดาคะ! คุณพรีมคะ! แย่แล้วค่ะ... เกิดเรื่องใหญ่ที่ไซต์งานประวัติศาสตร์แล้วค่ะ!” เสียงหอบเหนื่อยของเลขาทำให้ทั้งคู่ชะงัก รินรดากับพรีมสบตากันโดยอัตโนมัติ ความขัดแย้งเมื่อครู่ถูกพับเก็บใส่กระเป๋าในเสี้ยววินาที เมื่อสัญชาตญาณของคนทำงานมืออาชีพกรีดร้องว่า... สิ่งที่กำลังรอพวกเขาอยู่ข้างหน้า อาจไม่ใช่แค่ความเสียหายของโครงสร้างตึก แต่มันคือวิกฤตครั้งใหญ่ที่จะเปลี่ยนความสัมพันธ์ของทั้งคู่ไปตลอดกาล... -------------------------------------------------- ขอบคุณรี้ดเดอร์ทุกคนที่แวะมาเปิดประตูห้องประชุมมาร่วมวงเถียงกับยัยตัวแสบและวิศวกรซึนคนนี้นะคะ! ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ "สายไหมกลิ่นสตรอว์เบอร์รี" ด้วยนะคะ เจอกันตอนหน้าค่ะ!
สารจากนักเขียน (สายไหมกลิ่นสตรอว์เบอร์รี)
ดูโปรไฟล์ →

"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง ดีไซน์เนอร์ปากแซ่บกับวิศวกรสายคุมโทน นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"

ความคิดเห็น (0)

ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์

ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้

เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!

บ่มเพาะไข่ไดโนเสาร์60%