"ถ้าท่านยังก้าวเท้าซ้ายนำหน้าอีกเพียงครึ่งนิ้ว กลิ่นไอมานาจากรองเท้าบูทเวทมนตร์ของท่านจะไปกระตุ้นต่อมรับความร้อนของ 'สไลม์อัคคีชั้นสูง' ตัวนั้น และเราคงได้ยืนเถียงกันกลางทะเลเพลิงอุณหภูมิแปดร้อยองศาเซลเซียสแทนที่จะได้เก็บวัตถุดิบนะครับ ลูน่า"
เสียงกระซิบแผ่วเบาแต่เต็มไปด้วยความนิ่งสงบดังขึ้น ท่ามกลางความมืดสลัวและไอร้อนระอุของดันเจี้ยนชั้นที่ 3 เร็นย่อตัวลงต่ำ มือขวาถือกระทะเหล็กกล้าเคลือบพิเศษที่ถูกขัดจนเงาวับสะท้อนแสงสีส้มแดงจากลาวาเบื้องล่าง ดวงตาคมกริบกวาดมองสภาพแวดล้อมอย่างละเอียดรอบคอบ โครงสร้างทางธรณีวิทยาของชั้นนี้ประกอบด้วยหินบะซอลต์พรุนที่มีรูระบายความร้อน และมีบ่อแม็กมาขนาดเล็กกระจายตัวเป็นหย่อมๆ
มาดามลูน่าชะงักเท้าที่กำลังจะก้าวออกไป เธอกะพริบตาปริบๆ ก่อนจะลดเท้าลงวางไว้ข้างขวาตามคำเตือนอย่างแม่นยำ นักเวทสาวผู้ทรงเกียรติแห่งหอคอยเวทมนตร์เม้มปากเล็กน้อยด้วยความขัดใจระคนทึ่ง แม้เธอจะมีพลังเวททำลายล้างสูงส่งเพียงใด แต่เมื่ออยู่ในพื้นที่ปิดของดันเจี้ยนแห่งนี้ สัญชาตญาณการเอาชีวิตรอดและองค์ความรู้ด้านนิเวศวิทยาของมอนสเตอร์เธอกลับเทียบชายหนุ่มข้างกายไม่ได้เลยแม้แต่น้อย
"เจ้าเด็กนี่... รู้ได้ยังไงว่าสไลม์อัคคีพวกนี้อ่อนไหวต่อแรงสั่นสะเทือนจากมานาธาตุลมมากกว่าแรงกระแทกทางกายภาพ?" ลูน่าส่งกระแสจิตมาหาด้วยความสงสัยระคนเหนื่อยหน่าย ขณะที่ร่างระหงในชุดคลุมสีครามแนบชิดไปกับผนังหินเย็นเฉียบเพื่อซ่อนไอเวทของตนเอง
"ตำราอสูรวิทยาบทที่สี่กล่าวไว้ชัดเจนครับว่า มอนสเตอร์ตระกูลสไลม์ธาตุไฟมีโครงสร้างนิวเคลียสเหลวที่หมุนวนด้วยความเร็วสูง การรบกวนสนามแม่เหล็กไฟฟ้าจากมานาธาตุลมจะทำให้พวกมันสูญเสียการทรงตัวและพCยุงสภาพตัวเองไม่ได้ ชั่วระยะเวลาสามวินาทีนั้นแหละครับคือจังหวะทองที่เราจะตักเอาน้ำมันแก่นแท้ (Core Essence) ออกมาโดยที่ตัวมันไม่ทันระเบิดตัวเองทิ้ง"
เร็นอธิบายด้วยน้ำพักน้ำแรงที่นิ่งสนิท พร้อมกับหยิบช้อนตักแกงสเตนเลสสตีลความยาวพิเศษออกจากกระเป๋าคาดเอว ดวงตาสีดำสนิทจับจ้องไปยังก้อนเจليสีแดงฉานขนาดเท่าโต๊ะกลมที่กำลังพ องตัวยุบพองอยู่ห่างออกไปไม่ถึงห้าเมตร
เบื้องหลังของทั้งคู่ เจ้าเขี้ยวกุด (เบฮีมอธจิ๋ว) กำลังนอนขดตัวอยู่บนโขดหินอย่างสบายใจเฉิบ มันเคี้ยวเศษเห็ดเรืองแสงกร้วมๆ พร้อมกับทำเสียงฮัมในลำคอราวกับกำลังชมภาพยนตร์แอคชันรอบดึก โดยไม่สนใจเลยว่าความร้อนระดับนี้อาจทำให้เกล็ดสีดำสนิทของมันไหม้เกรียมได้หากไม่มีการลงอาคมป้องกันไว้ล่วงหน้าจากเร็น
*ติ๊ง! [ระบบตรวจพบวัตถุดิบเป้าหมาย: 'น้ำมันแก่นแท้อัคคีบริสุทธิ์' (Pure Flame Slime Oil) จำนวน 3 หน่วย ความบริสุทธิ์ 98.5%]*
*เงื่อนไขการเก็บเกี่ยว: ห้ามใช้ความรุนแรง ห้ามทำให้เซลล์นิวเคลียสแตกตัว มิฉะนั้นคุณค่าทางโภชนาการและฤทธิ์ทางยาจะลดลง 70%*
หน้าต่างโฮโลแกรมสีฟ้าใสปรากฏขึ้นเบื้องสายตา เร็นพยักหน้ารับรู้เงื่อนไขอันแสนเรื่องมากของระบบ เขารู้ดีว่าหากใช้กระทะฟาดหัวมันเหมือนมอนสเตอร์ทั่วไปในชั้นก่อนหน้า นอกจากจะไม่ได้วัตถุดิบสำหรับทำเมนูใหม่แล้ว กลิ่นเหม็นไหม้ของยางเหนียวอาจดึงดูดเจ้าบอสลับที่กำลังเดินทัพขึ้นมาเร็วขึ้นไปอีก ซึ่งเป็นสิ่งที่ไม่ควรเสี่ยงในตอนนี้เด็ดขาด
"เตรียมตัวนะครับลูน่า อีกสามวินาที... สอง... หนึ่ง..."
เร็นสะบัดข้อมือเบาๆ กระแสลมบางเบาที่ถูกบีบอัดด้วยเทคนิคการควบคุมแรงดันอากาศถูกส่งออกไปกระทบเข้ากับผิวหนืดของสไลม์อัคคีอย่างแม่นยำราวกับผ่าตัด ร่างสีแดงเพลิงชะงักกึกทันที มันส่งเสียงร้อง 'ฟู่' ยาวๆ ออกมาพร้อมกับอาการสั่นกระตุกอย่างรุนแรง นิวเคลียสสีทองอร่ามที่อยู่ใจกลางร่างลอยเด่นขึ้นมาเหนือน้ำเจลลี่ชั่วขณะ
*ฉับพลัน!*
ด้วยความเร็วที่เหนือกว่ามนุษย์ทั่วไป เร็นพุ่งตัวเข้าไปประชิด ร่างกายย่อต่ำ ช้อนสเตนเลสในมือตวัดตักเอาน้ำมันแก่นแท้สีทองคำเปลวออกจากใจกลางนิวเคลียสได้อย่างไร้ที่ติ โดยไม่ทำให้เนื้อเยื่อส่วนอื่นฉีกขาดแม้แต่น้อย
สไลม์อัคคีที่ไร้แก่นแกนหลักค่อยๆ อ่อนยวบลงกลายเป็นเพียงกองเจลใสไร้พิษภัย มันกระดิกตัวเบาๆ สองครั้งก่อนจะซึมหายลงไปในรอยแยกของพื้นหินตามวัฏจักรของดันเจี้ยน โดยที่ไม่มีการระเบิดหรือการต่อสู้รุนแรงเกิดขึ้นเลยแม้แต่น้อย
"เรียบร้อยครับ วัตถุดิบเกรดพรีเมียมสำหรับการทำ 'ข้าวผัดไข่สะท้านโลกันตร์' รอบทิศทางอยู่ในมือเราแล้ว" เร็นชูหลอดแก้วบรรจุน้ำมันแก่นแท้ส่องกับแสงลาวา รอยยิ้มพึงพอใจปรากฏขึ้นบนมุมปากของอดีตเชฟหนุ่ม
ลูน่าถอนหายใจออกมาเบาๆ เธอคลายมือที่ถือคถาเวทมนตร์ออก เผยให้เห็นเม็ดเหงื่อผุดพรายอยู่บนหน้าผากเนียน แม้จะไม่ได้ออกแรงต่อสู้ แต่การลุ้นระทึกไปกับความแม่นยำระดับมิลลิเมตรของพ่อค้าหนุ่มรายนี้ก็ทำเอาประสาทสัมผัสของมหาเวทสาวตึงเครียดไม่แพ้การเผชิญหน้ากับมอนสเตอร์ระดับผู้บัญชาการเลย
"เจ้า... เป็นมนุษย์ประหลาดจริงๆ เร็น การใช้หลักการฟิสิกส์และชีววิทยามาจัดการกับสิ่งมีชีวิตเวทมนตร์ มันไม่ใช่สิ่งที่เชฟทั่วไปเขาทำกันหรอกนะ เจ้าไปเรียนวิธีแบบนี้มาจากไหนกันแน่" ลูน่าถามด้วยความสงสัยที่สะสมมานาน ขณะที่เดินเข้าไปใกล้เพื่อสำรวจหลอดแก้วในมือเขา
"โลกที่ผมจากมา... การเอาชีวิตรอดในห้องครัวช่วงเวลาเร่งด่วนช่วงเที่ยงวันโหดร้ายกว่าดันเจี้ยนนี้เยอะครับ" เร็นตอบยิ้มๆ พลางเก็บหลอดแก้วเข้ากระเป๋าอย่างระมัดระวัง "ถ้าเราจัดการความร้อนและเวลาไม่ได้ ลูกค้าอาจจะพลิกโต๊ะร้านพังได้เหมือนกัน"
ทว่า ในขณะที่บรรยากาศกำลังผ่อนคลายลง เสียงเตือนจากระบบที่เคยดังขึ้นก่อนหน้านี้กลับส่งสัญญาณระทึกขวัญซ้ำอีกครั้งด้วยความถี่ที่สูงขึ้นจนแก้วหูแทบสั่นสะเทือน
*แจ้งเตือนฉุกเฉินระดับวิกฤต!*
*[คำเตือนระบบ: แรงสั่นสะเทือนจากชั้นที่ 4 ยืนยันการเคลื่อนตัวของ 'ราชันมังกรเพลิงทมิฬ' (Black Flame Dragon King) ระดับภัยพิบัติ B+]*
*[ระยะห่างปัจจุบัน: เหลือเพียง 300 เมตร และกำลังเร่งความเร็วขึ้นเนื่องจากกลิ่นหอมของเครื่องเทศที่ตกค้างในบรรยากาศ!]*
*[คำแนะนำจากระบบ: หนีเดี๋ยวนี้ หรือจัดเตรียมกระทะเหล็กและข้าวผัดไข่ชุดใหญ่เพื่อเจรจาขั้นเด็ดขาด!]*
พื้นหินใต้ฝ่าเท้าเริ่มสั่นสะเทือนอย่างรุนแรง เศษหินและฝุ่นละอองจากเพดานดันเจี้ยนร่วงหล่นลงมาเป็นระยะ เสียงคำรามทุ้มต่ำราวกับฟ้าผ่าดังก้องมาจากอุโมงค์มืดเบื้องล่าง แรงกดดันมหาศาลแผ่ขยายเข้ามาปกคลุมพื้นที่จนลมหายใจติดขัด
ลูน่าเบิกตากว้าง สีหน้าเปลี่ยนเป็นเคร่งเครียดในทันที เธอยกคถาขึ้นตั้งรับพร้อมร่ายวงแหวนเวทป้องกันสีครามเข้มทันที "เร็น! เจ้ามอนสเตอร์บ้านั่น... มันตามกลิ่นข้าวผัดไข่มาเร็วกว่าที่คาดไว้มาก ทางหนีถูกตัดขาดแล้ว!"
เร็นไม่แสดงอาการตื่นตระหนกแม้แต่น้อย เขานิ่งเงียบไปชั่วขณะ ดวงตาสีดำสนิทสะท้อนภาพแสงไฟสีแดงจากอุโมงค์เบื้องล่างที่กำลังสว่างวาบขึ้นทีละน้อย เขาสูดลมหายใจเข้าลึก1เฮือก กลิ่นอายของน้ำมันแก่นแท้อัคคีที่เพิ่งเก็บเกี่ยวมาส่งกลิ่นหอมกรุ่นเจือจางอยู่ในอากาศ
ชายหนุ่มค่อยๆ เอื้อมมือไปหยิบกระทะเหล็กคู่ใจขึ้นมาถือไว้มั่น ก่อนจะหันไปมองหน้าอาจารย์สาวลึกลับด้วยรอยยิ้มมุมปากที่เปี่ยมไปด้วยความมั่นใจอันน่าเหลือเชื่อ
"ใครบอกว่าเราจะหนีกันล่ะครับ ลูน่า..." เร็นกล่าวเสียงเรียบ นัยน์ตาเป็นประกายคมกราบ "ในเมื่อแขกวีไอพีระดับราชามาเยือนถึงที่... ในฐานะเชฟมือหนึ่ง ผมคงต้องเตรียม 'เมนูต้อนรับ' ที่ทำให้มันไม่มีวันลืมไปตลอดชีวิตแล้วล่ะครับ"
เบื้องหน้าอุโมงค์มืดมิด เงาสوงใหญ่ตระหง่านที่มีดวงตาสีแดงฉานคู่มหึมาค่อยๆ ก้าวพ้นความมืดออกมา เผยให้เห็นเขี้ยวโค้งงอและเกล็ดสีดำสนิทที่แผ่ไอความร้อนแผดเผาทຸກสิ่งให้มอดไหม้ และในวินาทีที่เงาดังกล่าวอ้าปากคำรามพร้อมกลิ่นอายมังกรที่กดทับทุกสรรพสิ่ง...
*ติ๊ง! [คุณปลดล็อกเควสต์ลับ: "มื้ออาหารสุดท้ายของราชาเพลิง" - เงื่อนไข: สยบมอนสเตอร์ระดับภัยพิบัติด้วยอาหารจานเดียวภายในเวลา 5 นาที หรือรับความเสียหาย 100% ทันที!]*
--------------------------------------------------
ขอบคุณรี้ดเดอร์ทุกท่านที่ติดตามการผจญภัยและร่วมชิมเมนูเด็ดไปกับเรานะครับ!
ยอดเชฟดันเจี้ยนกับระบบอัปเลเวลด้วยข้าวผัดไข่สะท้านโลกันตร์•ตอนที่ 6
วัตถุดิบหายากจากซากสไลม์อัคคี
ผลงานโดย พ่อค้าอาหารแห่งดันเจี้ยน
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (พ่อค้าอาหารแห่งดันเจี้ยน)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง ยอดเชฟดันเจี้ยนกับระบบอัปเลเวลด้วยข้าวผัดไข่สะท้านโลกันตร์ นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!