"ข้าว่าเจ้าควรเก็บกระทะเหล็กใบนั้นเสียก่อนที่จะมีใครมาเห็นมันพังทลายทฤษฎีเวทมนตร์ของสภาเวทมนตร์จนหมดสิ้นนะ เร็น"
เสียงทุ้มต่ำแต่เจือแววเย้าแหย่ดังขึ้น ท่ามกลางบรรยากาศตึงเครียดที่ยังหลงเหลือจากแรงสั่นสะเทือนเมื่อครู่ มาดามลูน่าในชุดคลุมนักเวทสีนิลขลิบทองยืนพิงกรอบประตูห้องครัว สายตาคมกริบของเธอกวาดมองไปยังช่องบันไดศิลาเบื้องล่าง ซึ่งกลุ่มควันสีครามจางๆ ยังคงลอยอวลขึ้นมาพร้อมกลิ่นอายมานาเข้มข้นระดับภัยพิบัติ
เร็นเช็ดเหงื่อบนหน้าผากด้วยผ้าสะอาดอย่างใจเย็น ดวงตาภายใต้กรอบแว่นทรง
Modern สำรวจความเสียหายรอบร้าน “ภัตตาคารข้าวผัดอัคคี” ตั้งอยู่ที่ชั้น 3 ของดันเจี้ยนเขาวงกตหินผา ร้านอาหารขนาดกะทัดรัดที่สร้างขึ้นจากอิฐเวทมนตร์และไม้หอมทนไฟ บรรยากาศภายในยังคงอบอุ่นด้วยแสงไฟสีส้มจากตะเกียงมานา แต่ภายนอก... รอยแตกบนผนังหินและเศษซากของมอนสเตอร์ระดับสูงที่ถูกแรงระเบิดจากห้องครัวซัดกระเด็น บ่งบอกชัดเจนว่าเหตุการณ์เมื่อครู่นี้ไม่ใช่เรื่องบังเอิญ
"ถ้าข้าเก็บกระทะ แล้วใครจะจัดการกับเจ้าอสูรเพลิงครามที่ดันทะลิ่งขึ้นมาขัดจังหวะการหมักหมูแดงของข้าล่ะครับ มาดามลูน่า" เร็นตอบด้วยน้ำเสียงสุภาพเรียบร้อย แต่แววตากลับคมกริบเป็นประกาย เขาเคาะทัพพีสแตนเลสลงกับขอบกระทะเบาๆ สองครั้ง เป็นจังหวะที่ระบบแจ้งเตือนในหัวรายงานผลทันที
[ติ๊ง! กำจัดมอนสเตอร์ระดับ A 'เบฮีมอธเพลิงคราม' สำเร็จ]
[ได้รับวัตถุดิบหายาก: 'เนื้อสะโพกอัคคีบริสุทธิ์' x 1, 'แก่นพลังงานเพลิงทมิฬ' x 1]
[แต้มชื่อเสียงร้านค้าเพิ่มขึ้น 150 แต้ม (สถานะปัจจุบัน: ร้านอาหารลับที่กิลด์เริ่มจับตามอง)]
เจ้าเขี้ยวกุด เบฮีมอธจิ๋วตัวน้อยที่สวมผ้ากันเปื้อนลายลูกกวาดน่ารัก ส่งเสียงครางหงิงๆ มันคาบตะหลิวอันจิ๋ววิ่งมาคลอเคลียที่ข้อเท้าของเร็นราวกับจะประจบเอาใจหลังจากช่วยพ่นไฟควบคุมความร้อนให้เตาถ่านเมื่อครู่ เร็นก้มลงลูบหัวมันเบาๆ พลางคิดวิเคราะห์สถานการณ์อย่างรอบคอบ
โลกใบนี้ไม่ได้มีแค่ฮันเตอร์ที่หิวโหย แต่มันคือระบบนิเวศที่ขับเคลื่อนด้วยผลประโยชน์ กิลด์นักผจญภัยประจำเมืองชายแดน 'เขี้ยวพยัคฆ์' ย่อมไม่นิ่งนอนใจแน่ เมื่อจู่ๆ มี 'พื้นที่ปลอดภัย' และกลิ่นหอมชวนน้ำลายสอโชยขึ้นมาจากดันเจี้ยนชั้นที่ลึกเกินกว่าที่ฮันเตอร์ระดับทองแดงจะก้าวล่วงเข้ามาได้ ยิ่งร้านของเขาเติบโตเร็วเท่าไหร่ ความสงสัยจากเบื้องบนก็ยิ่งถาโถมเข้ามามากเท่านั้น
และแล้ว... สัญชาตญาณอันเฉียบคมของอดีตเชฟมือหนึ่งก็ไม่ทำให้ผิดหวัง
*ก๊อก... ก๊อก... ก๊อก...*
เสียงเคาะไม้เบาๆ แต่หนักแน่นดังขึ้นที่ประตูหน้าร้าน ทั้งที่ป้าย 'ปิดทำการ' สีทองแดงยังคงแขวนหว่าเว้งอยู่หน้าร้านอย่างเด่นชัด
ลูน่าหรี่ตาลงเล็กน้อย รอยยิ้มเจ้าเล่ห์ปรากฏขึ้นที่มุมปาก "ดูเหมือนแขกที่ไม่ได้รับเชิญ... หรือจะเรียกว่า 'ผู้ตรวจสอบ' จากกิลด์ใหญ่ จะมาเคาะประตูชิมอาหารของเจ้าเร็กว่าที่คิดเสียอีกนะ"
เร็นไม่ได้แสดงอาการตื่นตระหนกแม้แต่น้อย เขาวางกระทะลงบนเตาอย่างเป็นระเบียบ จัดปกเสื้อเชิ้ตสีขาวและผ้ากันเปื้อนสีดำให้เรียบร้อยไร้ที่ติ ก่อนจะผายมือเชิญอาจารย์สาวถอยไปยืนประจำจุดสังเกตการณ์
"คนทำมาค้าขาย ย่อมต้องต้อนรับลูกค้าเสมอครับ ไม่ว่าลูกค้าท่านนั้นจะถือดาบหรือถือหมายศาลก็ตามที"
เร็นก้าวเท้าเดินไปที่ประตูกลไม้โอ๊กหนา แง้มเปิดออกช้าๆ เผยให้เห็นร่างของชายหนุ่มในชุดเกราะหนังชั้นดีสลักตราสัญลักษณ์รูปพยัคฆ์เงิน ใบหน้าคมคายเคร่งขรึม ดวงตาสสีเทาดั่งพายุฝนกวาดตามองสำรวจภายในร้านอย่างรวดเร็วและแม่นยำ ทุกซอกทุกมุมถูกประเมินค่าด้วยสายตาของมืออาชีพ
"สวัสดีครับ ยินดีต้อนรับสู่ภัตตาคารข้าวผัดอัคคี น่าเสียดายที่วันนี้วัตถุดิบพิเศษหมดลงแล้ว หากท่านต้องการน้ำสมุนไพรแก้กระหาย เชิญนั่งที่มุมบาร์ได้เลยครับ" เร็นเอ่ยต้อนรับด้วยน้ำเสียงนุ่มนวลตามมารยาทของพ่อค้าผู้ดี
ผู้มาเยือนปรายตามองเร็นแวบหนึ่ง ก่อนจะยื่นตราสัญลักษณ์โลหะเงินแวววาวมาตรงหน้า น้ำเสียงของเขาแหบต่ำและเต็มไปด้วยแรงกดดันระดับฮันเตอร์แถวหน้า
"ข้าคือ 'แบรด' หัวหน้าหน่วยตรวจสอบพิเศษจากกิลด์นักผจญภัย 'เขี้ยวพยัคฆ์' มีคำสั่งให้มาตรวจสอบพื้นที่เขตหวงห้ามชั้น 3 นี้ เนื่องจากมีการใช้พลังงานมานาผิดปกติจนทำลายสมดุลดันเจี้ยน..."
แบรดหยุดพูดชั่วขณะ สายตาคมกริบกวาดเลยผ่านไหล่ของเร็นไปหยุดอยู่ที่คราบเขม่าสีครามจางๆ บนพื้นห้องครัว และกลิ่นหอมกรุ่นของกระเทียมเจียวที่ยังคงลอยวนอยู่ในอากาศ จมูกของเขาขยับเล็กน้อยโดยไม่รู้ตัว
"เจ้าเป็นใครกันแน่... พ่อค้าเร่ธรรมดา ไฉนจึงมาตั้งเตาทำอาหารอยู่ในเขตของบอนด์เบฮีมอธได้ แถมรอบตัวยังไม่มีร่องรอยการต่อสู้ด้วยอาวุธเวทมนตร์เลยแม้แต่น้อย" แบรดหรี่ตามองกระทะเหล็กในมือเร็นที่ยังมีไอร้อนระอุ
เร็นยิ้มรับบางๆ ไม่สะทกสะท้านต่อจิตสังหารที่แผ่ออกมาจากอีกฝ่ายแม้แต่น้อย เขารู้ดีว่าการใช้กำลังมีแต่จะทำให้เรื่องบานปลาย สิ่งที่พ่อค้าดันเจี้ยนต้องใช้ในการเจรจาคือ 'ผลประโยชน์' และ 'ความสมเหตุสมผล'
"ข้าก็เป็นเพียงพ่อค้าตัวเล็กๆ ที่บังเอิญผ่านมาเจอช่องว่างทางการตลาดที่ดีเท่านั้นเองครับท่านแบรด" เร็นขยับแว่นตาเล็กน้อย "หากท่านเหนื่อยล้าจากการเดินทางไกลในดันเจี้ยนอันมืดมิด ลองรับข้าวผัดไข่สูตรพิเศษสักจานไหมครับ? ข้ากล้าเอาเกียรติของเชฟเป็นประกันว่า มันจะช่วยฟื้นฟูมานาที่ท่านเสียไปได้เร็วกว่าโพชั่นเกรด A เสียอีก"
แบรดแค่นเสียงในลำคออย่างไม่แยแส "ข้าวผัดไข่? อย่ามาล้อเล่นน่า เจ้าคิดว่ากิลด์ของเราส่งหน่วยตรวจสอบมาเพื่อชิมอาหารเด็กเล่นหรือไง ชักอาวุธ... เอ๊ย ชักใบอนุญาตค้าขายในเขตดันเจี้ยนชั้นลึกของเจ้าออกมาให้ข้าตรวจสอบเดี๋ยวนี้!"
บรรยากาศในร้านลดฮวบลงจนแทบติดลบ ลูน่าที่ยืนกอดอกอยู่มุมห้องเริ่มรวบรวมมานาที่ปลายนิ้ว เปลวไฟสีม่วงอ่อนวับแวมขึ้นเงียบๆ พร้อมที่จะปะทะได้ทุกเมื่อหากชายตรงหน้ากล้าทำอะไรรุ่มร่าม
ทว่า ในจังหวะที่มือของแบรดเอื้อมไปแตะด้ามดาบข้างเอวเพื่อเตรียมใช้กำลังบังคับนั้นเอง เสียงแจ้งเตือนจากระบบที่เรารอคอยก็ดังขึ้นในโสทประสาทอย่างชัดเจน
[ติ๊ง! ตรวจพบความตั้งใจคุกคามจากบุคคลระดับหัวหน้าหน่วยกิลด์]
[เปิดใช้งานภารกิจฉุกเฉินระดับ SSS: 'สยบหัวหน้าหน่วยผู้หิวโหยด้วยจานเดียวสะท้านโลกันตร์']
[เงื่อนไขภารกิจ: ทำให้ 'แบรด' ยอมรับรสชาติข้าวผัดไข่ และเซ็นสัญญาคุ้มครองร้านค้าภายใน 10 นาที]
[บทลงโทษหากล้มเหลว: ร้านค้าจะถูกกิลด์ยึดครองและระบบจะรีเซ็ตกลับสู่จุดเริ่มต้น]
เร็นสูดลมหายใจเข้าลึกๆ รอยยิ้มสุภาพบนใบหน้ายังคงประดับอยู่ครบถ้วน แต่แววตาคู่นั้นกลับประกายแสงแห่งความท้าทายอย่างที่ฮันเตอร์หนุ่มผู้เย่อหยิ่งไม่มีวันคาดคิด
ขอบคุณรี้ดเดอร์ทุกท่านที่ร่วมเดินทางและลิ้มรสความอร่อยไปกับภัตตาคารกลางดันเจี้ยนแห่งนี้ด้วยกันนะครับ
ยอดเชฟดันเจี้ยนกับระบบอัปเลเวลด้วยข้าวผัดไข่สะท้านโลกันตร์•ตอนที่ 8
ปัญหาร้านเล็กๆ เมื่อกิลด์ใหญ่เริ่มสงสัย
ผลงานโดย พ่อค้าอาหารแห่งดันเจี้ยน
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (พ่อค้าอาหารแห่งดันเจี้ยน)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง ยอดเชฟดันเจี้ยนกับระบบอัปเลเวลด้วยข้าวผัดไข่สะท้านโลกันตร์ นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!