กลิ่นคาวสนิมเหล็กและกลิ่นอายความอับชื้นของห้องใต้ดิน แทรกซึมผ่านประสาทสัมผัสของกรินทร์ทันทีที่เปลือกตาเปิดขึ้น
ความเงียบงันภายในห้องสอบสวนเฉพาะกิจแห่งนี้ไม่ได้แปลว่าความปลอดภัย หากแต่เป็นความสงบก่อนพายุใหญ่จะซัดสาดเข้าทำลายทุกสิ่ง เบื้องหน้าของเขาคือโต๊ะไม้สักเก่าคร่ำคร่า แสงไฟจากหลอดนีออนดวงเดียวสั่นไหวราวกับลมหายใจรวยรินของผู้ป่วยระยะสุดท้าย เสียงรองเท้าหนังกระทบพื้นปูนซีเมนต์ดังใกล้เข้ามาทีละน้อย... ช้าๆ แต่หนักแน่นและทรงพลัง จนคนฟังรู้สึกได้ถึงแรงกดอากาศที่ลดต่ำลง
"นายคิดว่าเกมนี้ นายถือไพ่เหนือกว่าอย่างนั้นหรือ กรินทร์"
เสียงทุ้มต่ำเอ่ยขึ้นจากความมืดตรงมุมห้อง ร่างสูงใหญ่ของชายวัยกลางคนในชุดสูทตัดเย็บชั้นดีก้าวออกมาจากเงาสลัว ใบหน้าเรียบเฉยไร้ความรู้สึก แต่แววตากลับคมกริบราวกับใบมีดที่อาบยาพิษ บูรพา... ผู้ทรงอิทธิพลที่คอยชักใยความเน่าเฟะทั้งหมดจากเบื้องหลัง กำลังยืนมองเขาด้วยสายตาของนักล่าที่มองเหยื่อในกรง
กรินทร์ไม่ขยับเขยื้อน ร่างกายของเขานิ่งสนิทราวกับรูปปั้นหินสลัก นิ้วเรียวยาวประสานกันบนตักอย่างใจเย็น แม้ภายในใจจะตระหนักดีว่าเวลานี้ ลลิลกำลังตกอยู่ในเป้าหมายของการตัดตอนเช่นกัน
"เกมยังไม่จบ..." กรินทร์เอ่ยตอบ น้ำเสียงราบเรียบแต่แฝงด้วยกระแสความเยือกเย็นอันน่าสะพรึงกลัว "และคนที่ถือไพ่ตาย... มักจะไม่ใช่คนที่ยืนอยู่ตรงแสงไฟเสมอไปหรอกครับ คุณบูรพา"
มุมปากของบูรพาขยับยิ้มเล็กน้อย เป็นรอยยิ้มที่ปราศจากความอบอุ่นโดยสิ้นเชิง เขายกมือขึ้นส่งสัญญาณบางอย่าง ชั่วพริบตานั้น เสียงฝีเท้าจำนวนมากก็ดังระรัวขึ้นที่ด้านนอกประตู เหล่ามือสังหารระดับพระกาฬที่ถูกส่งมาเพื่อ "เก็บกวาด" ความผิดพลาดทั้งหมดกำลังเคลื่อนพลเข้าประชิด
"ความมั่นใจเป็นสิ่งที่ดี กรินทร์..." บูรพาก้าวเข้ามาใกล้โต๊ะสอบสวนอีกก้าว แววตาเต็มไปด้วยความเหี้ยมเกรียม "แต่ความดื้อรั้นอย่างไร้ทางออก... มันมักจะนำพาความตายมาสู่คนที่นายรักเสมอ โดยเฉพาะผู้หญิงคนนั้น... เด็กสาวชื่อลลิล คนที่ถือครองกุญแจที่ฉันต้องการ"
คำพูดนั้นราวกับคมมีดที่กรีดลงบนแผลเก่าในจิตใจของกรินทร์ ภาพเหตุการณ์สูญเสียครอบครัวในอดีตแวบเข้ามาในหัว สมองของเขาประมวลผลอย่างรวดเร็วราวกับเครื่องจักร สัญชาตญาณการเอาตัวรอดและการปกป้องคนที่สำคัญที่สุดถูกปลุกเร้าจนถึงขีดสุด แต่ภายนอกเขายังคงรักษาความสุขุมไว้ได้อย่างแนบเนียน
ลลิลกำลังตกอยู่ในอันตราย และเวลาของเขามีน้อยเต็มที
ในจังหวะที่บูรพากำลังจะหันหลังเดินออกจากห้องเพื่อปล่อยให้ลูกน้องจัดการเด็ดหัวกรินทร์ ประตูเหล็กบานหนาก็ถูกกระแทกจนเปิดผางเสียงดังสนั่น ฝุ่นผงคละคลุ้งไปทั่วบริเวณ
ร่างของชายชุดดำคนหนึ่งพุ่งเข้ามาล้มกลิ้งแทบเท้าของบูรพา พร้อมกับรอยกรีดลึกที่ลำคอ เลือดสีแดงฉานไหลนองพื้นปูนอย่างไร้เสียง บูรพาชะงักกึก ใบหน้าเรียบเฉยเริ่มเปลี่ยนเป็นความตึงเครียด เขาหันขวับกลับมามองหน้ากรินทร์ที่เวลานี้มุมปากหยักโค้งขึ้นเป็นรอยยิ้มเย้ยหยันที่น่ากลัวที่สุดเท่าที่เขาเคยเห็น
"นายคิดว่าฉันมาที่นี่เพื่อรอความตายอย่างนั้นหรือครับ... คุณบูรพา" กรินทร์ลุกขึ้นยืนช้าๆ โซ่ตรวนที่ข้อมือหลุดร่วงลงพื้นเสียงดังเคร้ง "คนที่ควรจะระวังตัว... ไม่ใช่ฉัน แต่เป็นคุณต่างหาก"
ทันใดนั้น ไฟทั่วทั้งตึกก็ดับวูบลงพร้อมกัน ความมืดมิดกลืนกินทุกสิ่งรอบตัว เสียงกรีดร้องโหยหวนและเสียงปืนนัดแรกดังสนั่นขึ้นจากชั้นบน กรินทร์ก้าวผ่านความมืดออกไปอย่างไร้เสียง ทิ้งให้บูรพายืนเคว้งคว้างอยู่ท่ามกลางความตื่นตระหนก และก่อนที่บูรพาท่านผู้ทรงอิทธิพลจะทันตั้งตัว มือปริศนาก็กระชากคอเสื้อเขาจากด้านหลัง พร้อมกับเสียงกระซิบข้างใบหูที่ทำให้เลือดในกายเย็นเฉียบ—
*“เกมการตัดตอนได้เริ่มต้นขึ้นแล้ว... และฉันคือผู้ล่าตัวจริง”*
ขอขอบพระคุณนักอ่านทุกท่านที่ร่วมเดินทางและดำดิ่งไปกับความมืดมิดนี้ด้วยกันนะครับ แล้วพบกันใหม่ในตอนถัดไปครับ
เงาแห่งพันธนาการ•ตอนที่ 39
ภัยมืดจากเงามืด
ผลงานโดย ดันเจี้ยนมาสเตอร์ลึกลับ
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (ดันเจี้ยนมาสเตอร์ลึกลับ)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนครับ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง เงาแห่งพันธนาการ นะครับ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะครับ ขอบคุณทุกคนครับ 🙏✨"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!