โลหะเย็นเฉียบแนบสนิทกับข้อมือของบูรพา เสียงกุญแจมือกระทบกันดังกังวานในความเงียบงันของห้องสอบสวนใต้ดิน ทว่าชายผู้กุมอำนาจมืดมาครึ่งค่อนชีวิตกลับไม่มีท่าทีสะท้านสะเทือน รอยยิ้มมุมปากของเขายังคงเปี่ยมด้วยความเย้ยหยัน ราวกับว่าเหล็กกล้าเหล่านี้เป็นเพียงเครื่องประดับราคาถูก ไม่ใช่พันธนาการที่แท้จริง
กรินทร์ยืนกอดอกพิงผนังปูนเปลือย ดวงตาคมกริบภายใต้เงาสลัวจดจ้องร่างของบูรพาไม่วางตา ความเงียบระหว่างพวกเขายืดเยื้อราวกับสายสิญจน์ที่ดึงจนตึงเปรี๊ยะ มีเพียงเสียงเครื่องปรับอากาศที่ส่งเสียงครางหึ่งต่ำๆ เป็นฉากหลัง
"นายชนะเกมนี้แล้ว กรินทร์... หรือฉันควรเรียกว่า เด็กน้อยผู้ดิ้นรนในกองเพลิงดีล่ะ?" บูรพาเอ่ยขึ้นทำลายความเงียบ น้ำเสียงราบเรียบแต่แฝงด้วยพิษสงที่พร้อมจะกัดกร่อนความมั่นใจของผู้ฟัง
กรินทร์ไม่ตอบสนองด้วยคำพูด เขาย่างสามขุมเข้าไปใกล้โต๊ะสอบสวน กลิ่นอายความเย็นชาแผ่ซ่านออกมาจากตัวเขาจนอุณหภูมิในห้องราวกับลดฮวบลง มือเรียวเอื้อมไปวางบนพนักเก้าโน้มตัวลงกระซิบชิดริมฝีปากอีกฝ่าย
"ชัยชนะเหรอครับ... คุณบูรพา? คุณยังรู้จักผมน้อยเกินไป" สุ้มเสียงทุ้มต่ำและราบเรียบของกรินทร์เต็มไปด้วยแรงกดดัน "คุณคิดจริงๆ หรือครับว่า การจับกุมคนระดับคุณ จะทำให้โครงสร้างเน่าเฟะพวกนั้นพังทลายลงได้?"
บูรพาหัวเราะในลำคอ ดวงตาฝ้าฟางตามวัยแต่ยังคงความเจ้าเล่ห์กวาดมองกรินทร์หัวจรดเท้า "แกก็รู้ดีนี่... ว่าฉันเป็นแค่เฟืองตัวหนึ่ง เฟืองที่ต่อให้หักไป ก็มีตัวใหม่มาแทนที่ได้เสมอ และบางที... เฟืองตัวต่อไป อาจจะเหยียบย่ำซากศพของครอบครัวแกให้แหลکละเอียดกว่าเดิมก็ได้นะ"
หมัดของกรินทร์ที่ซ่อนอยู่ข้างลำตัวกำแน่นจนข้อต่อขึ้นสีขาวโพลน ภาพเหตุการณ์ในอดีต วันที่เปลวเพลิงกลืนกินบ้านและคร่าชีวิตคนที่เขารักผุดวาบขึ้นมาในหัว ความโกรธเกรี้ยวพุ่งพล่านดั่งลาวาใต้พื้นพิภพ แต่ด้วยการฝึกฝนจิตใจอันยาวนาน เขาสูดลมหายใจเข้าลึกเพื่อกดความรู้สึกนั้นลงไปภายใต้หน้ากากแห่งความเยือกเย็น
ประตูห้องสอบสวนเปิดออกอย่างเงียบเชเชียบ ลลิลเดินเข้ามาพร้อมกับแท็บเล็ตในมือ ใบหน้าของเธอเคร่งเครียดอย่างเห็นได้ชัด ดวงตาคู่สวยมองสลับระหว่างกรินทร์และบูรพาก่อนจะส่งสัญญาณบางอย่าง
"กรินทร์... เรามีปัญหาใหญ่แล้วล่ะค่ะ... เอ่อ ผมหมายถึง เรามีปัญหาใหญ่แล้วครับ" ลลิลแก้คำพูดทันทีเมื่อตระหนักถึงสถานการณ์ "บัญชีลับของบูรพาถูกถ่ายโอนไปยังเซิร์ฟเวอร์สำรองในต่างประเทศตั้งแต่สามนาทีที่แล้ว ก่อนที่หมายค้นจะอนุมัติเสียอีก"
บูรพายิ้มกว้างขึ้น รอยยิ้มที่เต็มไปด้วยชัยชนะล่วงหน้า "ฉันบอกแล้ว... ว่าพวกเธอจับได้แค่เงา"
กรินทร์หันกลับไปมองชายวัยกลางคนด้วยแววตาที่เปลี่ยนไป มันไม่ใช่ความโกรธอีกต่อไป แต่เป็นความมุ่งมั่นอันดำมืดและเด็ดเดี่ยว เขาก้มลงกระซิบข้างหูบูรพาเป็นครั้งสุดท้ายก่อนผละตัวออกห่าง
"งั้นเราก็คงต้องล่าเงานั้น... จนกว่ามันจะปรากฏตัวในแสงสว่างครับ"
ณ เบื้องบน อาคารสำนักงานใหญ่กลางเมืองหลวง ท่ามกลางสายฝนที่โปรยปรายลงมาอย่างหนักหน่วง รถยนต์สีดำสนิทคันหนึ่งจอดเทียบท่า ผู้โดยสารเบาะหลังก้าวลงมาพร้อมกับร่มคันใหญ่ ชายในชุดสูทสั่งตัดพิเศษเดินผ่านระบบรักษาความปลอดภัยอันเข้มงวดขึ้นไปยังชั้นบนสุด ชั้นที่ไม่มีใครในบริษัทล่วงรู้ว่ามีอยู่จริง
หน้าจอคอมพิวเตอร์ขนาดใหญ่แสดงภาพจากกล้องวงจรปิดภายในห้องสอบสวนที่กรินทร์และบูรพาอยู่ ชายปริศนานั่งลงบนเก้าอี้หนังราคาแพง นิ้วมือเคาะโต๊ะเป็นจังหวะเชื่องช้า ก่อนจะกดปุ่มเปิดไมโครโฟนเพื่อเชื่อมต่อสัญญาณโดยตรงไปยังหูฟังของบูรพาที่ถูกยึดไว้ แต่เจ้าหน้าที่กลับสะเพร่าไม่ได้ตรวจสอบให้ละเอียด
เสียงกระซิบแผ่วเบาดังขึ้นในโสตประสาทของบูรพา ทำให้รอยยิ้มบนใบหน้าของนักโทษกลับมาเด่นชัดอีกครั้ง
"ท่านประธานฝากบอกมาว่า... ขอบพระคุณสำหรับความเสียสละนะ, บูรพา... และเกมเพิ่งจะเริ่มต้นขึ้นจริงๆ ต่างหากล่ะ"
ขอขอบพระคุณนักอ่านทุกท่านที่ร่วมเดินทางและดำดิ่งไปกับความมืดมิดนี้ด้วยกันนะครับ แล้วพบกันใหม่ในตอนถัดไปครับ
เงาแห่งพันธนาการ•ตอนที่ 37
ชัยชนะชั่วคราว
ผลงานโดย ดันเจี้ยนมาสเตอร์ลึกลับ
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (ดันเจี้ยนมาสเตอร์ลึกลับ)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนครับ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง เงาแห่งพันธนาการ นะครับ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะครับ ขอบคุณทุกคนครับ 🙏✨"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!