รอยร้าวบนแผ่นศิลาไม่ได้เกิดจากแรงปะทะของคมกระบี่ หากแต่เกิดจากความโกรธเกรี้ยวของกาลเวลาที่ถูกกักขังมานานนับพันปี
ประกายแสงสีเงินยวงที่ตัดผ่านความมืดมิดของอารามร้างในตอนที่แล้ว ยังคงทิ้งไอเย็นยะเยือกไว้บาดผิวเนื้อจนชาหนึบ หลี่เฟยหลงไม่แม้แต่จะกะพริบตา ปลายกระบี่ไร้ลักษณ์ในมือของเขายังคงสั่นระริกด้วยเสียงครางต่ำคล้ายกระแสจิตของสัตว์ป่ากระหายเลือด ปราณกระบี่สายหนึ่งแผ่ซ่านออกไป กรีดแทงผนังหินรอบด้านจนเศษฝุ่นผงร่วงกราวลงมาดุจหิมะโปรยปราย
"วิถีแห่งดาบที่เจ้าดึงดัน... จะพาเจ้าไปจบลงที่ใดกันแน่ หลี่เฟยหลง"
เสียงหนึ่งดังแว่วขึ้นมาจากห้วงลึกแห่งจิตสำนึก เป็นน้ำเสียงที่เยือกเย็น สูงส่ง และเปี่ยมด้วยอำนาจกดดันจนลมหายใจต้องสะดุด แม้ร่างจริงนางจะถูกจองจำอยู่ในเขตเหมันต์นิรันดร์สุดขอบฟ้า แต่ร่องรอยแห่งจิตวิญญาณของเซียนจินเยว่ยังคงผูกพันร้อยรัดอยู่กับดวงจิตของเขา นางคือสตรีเพียงผู้เดียวที่ทำให้ยอดฝีมือผู้ทะนงตนเช่นเขา ยอมลดทิฐิลงครึ่งหนึ่งในยามที่เงาจันทร์ทาบทับ
เฟยหลงแค่นหัวเราะในลำคอ ใบหน้าคมคายไร้ซึ่งความหวาดหวั่น ดวงตาดำขลับคู่นั้นสะท้อนประกายแสงสีเงินจากคมกระบี่ราวกับห้วงจักรวาลอันมืดมิด "ข้าไม่ได้เดินตามวิถีที่สวรรค์ขีดเขียน... ข้ากำลังใช้กระบี่เล่มนี้ แหวกหาเส้นทางของตนเองต่างหาก เล็ก เยว่"
เขาก้าวเข้าไปใกล้แท่นบูชาโบราณที่สลักลวดลายประหลาด รอยแยกบนศิลานั้นมิใช่รอยแตกธรรมดา หากแต่มันคือ "อักขระพันธนาการสวรรค์" ที่เลือนรางลงตามกาลเวลา เมื่อปลายกระบี่ไร้ลักษณ์สัมผัสลงบนร่องลึกของอักษรโบราณ แผ่นดินใต้เท้าก็สั่นสะเทือนเลื่อนลั่น ราวกับมังกรหลับใหลกำลังพลิกตัว
ครืนนน!
แท่นศิลาแยกตัวออกเผยให้เห็นบันไดหินดิ่งลึกลงสู่ความมืดมิดเบื้องล่าง กลิ่นอายโบราณที่อัดแน่นด้วยพลังปราณเซียนอันบริสุทธิ์แต่หนתาหนาวเหน็บจนเสียดกระดูกพวยพุ่งขึ้นมาทันที มันคือกลิ่นอายเดียวกันกับที่แผ่ออกมาจากร่างของเซียนจินเยว่ในยามที่นางใช้วิชา "เหมันต์สยบฟ้า"
*ที่นี่คือ... คุกสวรรค์ชั้นล่างที่ถูกลืมเลือน*
หลี่เฟยหลงหรี่ตาลง ไอเย็นพยายามกัดกินเส้นชีพจรของเขาอย่างดุร้าย แต่โคจรพลังลมปราณเพียงชั่วพริบตา เปลวเพลิงสีชาดแห่งอัคคีจิตวิญญาณก็ลุกโชนขึ้นรอบกาย ต้านทานความหนาวเหน็บนั้นไว้ได้อย่างสมบูรณ์แบบ เขาก้าวเดินลงไปทีละก้าว เสียงฝีเท้าก้องกังวานสะท้อนไปตามผนังถ้ำที่ถูกเคลือบด้วยผลึกน้ำแข็งใสราวกับกระจก
ยิ่งเดินลึก ศาสตร์วิชาและอักษรจารึกบนผนังยิ่งชัดเจนขึ้น มันคือบันทึกประวัติศาสตร์ที่ถูกลบหายไปจากยุทธภพ บันทึกเรื่องราวของ "นางพญาผู้ถูกจองจำในเหมันต์" เซียนจินเยว่ ผู้เคยใช้กระบี่เล่มเดียวท้าทายกฎเกณฑ์สามภพ จนถูกผนึกไว้ ณ ดินแดนรกร้างแห่งนี้เพื่อรอวันดับสลาย
"เจ้าโง่... รู้ตัวหรือไม่ว่ากำลังเดินเข้าสู่ค่ายกลมรณะ" เสียงของเซียนจินเยว่ดังชัดเจนขึ้นในห้วงความคิด น้ำเสียงของนางเจือแววตำหนิเล็กน้อย ทว่าลึกๆ แล้วกลับซ่อนความห่วงใยที่ไม่อาจเอ่ยปาก "ผนึกนี้ถูกสร้างขึ้นด้วยพลังของมหาเทพ หากเจ้าปลดปล่อยข้า... ทัณฑ์สวรรค์จะลงทัณฑ์เจ้าเป็นคนแรก"
หลี่เฟยหลงหยุดเดินเมื่อเบื้องหน้าคือประตูคุกศิลาขนาดมหึมา ลวดลายยันต์นับหมื่นแผ่นแปะทับซ้อนกันจนมองไม่เห็นเนื้อหินเดิม ตรงกลางประตูมีรอยดาบเก่าแก่ลึกสามชุ่น รอยดาบนั้นช่างคุ้นตาเสียเหลือเกิน... มันคือร่องรอยกระบี่ที่เขาเองก็เคยใช้วาดลวดลายในความฝัน
เขายกย่องรอยยิ้มหยันที่มุมปาก ชายหนุ่มวางมือข้างหนึ่งลงบนประตูศิลาที่เย็นเฉียบราวน้ำแข็งขั้วโลก
"ทัณฑ์สวรรค์รึ?" เฟยหลงกล่าวด้วยน้ำเสียงทุ้มต่ำแต่ก้องกังวาน ทะนงตนจนแม้แต่ฟ้าดินยังต้องสั่นสะเทือน "ต่อให้สวรรค์ส่งกระบี่มาล란ผลาญข้าอีกสักร้อยเล่ม หากมันทำให้ข้าได้พบกับเจ้า... ข้าก็จะใช้กระบี่ในมือนี้ สับมันให้ขาดเป็นสองท่อน!"
สิ้นเสียงคำประกาศกร้าว เขากระชากกระบี่ไร้ลักษณ์ขึ้นสุดแขน พลังปราณทั้งหมดถูกระเบิดออกมาในคราเดียว แสงสีเงินเจิดจ้าแผดเผาความมืดมิดจนสว่างวาบไปทั่วทั้งคูหาใต้พิภพ อักษรยันต์โบราณบนประตูศิลากรีดร้องเสียงแหลมสูงก่อนจะแตกสลายกลายเป็นผุยผงทีละตัว!
ทว่า... ในเสี้ยววินาทีที่ประตูคุกศิลากำลังจะเปิดออก ปราณกระบี่แปลกปลอมสายหนึ่งพุ่งแหวกอากาศเข้ามาจากด้านหลังด้วยความเร็วระดับสายฟ้าแลบ มันพุ่งตรงเข้าสู่จุดตายกลางหลังของหลี่เฟยหลงอย่างไร้ซุ่มเสียง!
เฟยหลงเบิกตากว้าง ปฏิกิริยาตอบสนองตามสัญชาตญาณยอดฝีมือทำให้เขาบิดกายหลบได้เพียงครึ่งส่วน คมกระบี่ลึกลับเฉือนผ่านหัวไหล่จนโลหิตสีแดงสดสาดกระเซ็นเคลือบแผ่นน้ำแข็งเบื้องล่างให้กลายเป็นสีชาด
เขากระโดดถอยหลังสามก้าว ตวัดสายตาดุดั่งพญายมมองไปยังเงาร่างที่ยืนขวางทางอยู่ตรงปากทางเข้าถ้ำ ร่างนั้นสวมชุดคลุมสีดำสนิท ใบหน้าถูกปกก้มด้วยหน้ากากโลหิต ทว่ากลิ่นอายที่แผ่ออกมาจากร่างนั้นกลับทำให้หัวใจของหลี่เฟยหลงกระตุกวูบ
"เจ้า... เป็นใครกันแน่?" เฟยหลงกดแผลที่หัวไหล่ น้ำเสียงเย็นเยียบราวน้ำค้างแข็ง
เงาร่างนั้นค่อยๆ เงยหน้าขึ้น พร้อมกับหัวเราะออกมาเบาๆ เสียงหัวเราะที่ทำให้วิญญาณในร่างของเซียนจินเยว่กรีดร้องด้วยความตื่นตระหนก—
"หลี่เฟยหลง... เจ้าคิดจริงๆ หรือว่าการค้นพบที่คุมขังนี้ คือโชคชะตา?"
ขอบคุณสำหรับการติดตามอ่านตอนนี้นะคะ แล้วพบกันใหม่ในตอนหน้าค่ะ
กระบี่หิมะทะลวงฟ้า กับนางพญาผู้ถูกจองจำในเหมันต์•ตอนที่ 2
หุบเขาพันปี
ผลงานโดย ชิงเสวี่ยเหมันต์
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (ชิงเสวี่ยเหมันต์)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง กระบี่หิมะทะลวงฟ้า กับนางพญาผู้ถูกจองจำในเหมันต์ นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!
