เสียงบานประตูห้องซ้อมดนตรีที่ถูกผลักเปิดออกอย่างไร้มารยาท ทำลายบรรยากาศระทึกขวัญที่กำลังก่อตัวขึ้นระหว่างคนสองคนให้พังทลายลงในเสี้ยววินาที
“ไอ้คีย์! อาจารย์เรียกมึงด่วนเลยว่ะ บอกว่าเรื่องโปรเจกต์ด่วนจี๋!”
เสียงตะโกนหอบแฮกของเพื่อนร่วมคณะวิศวะดังแทรกเข้ามา พร้อมกับร่างสูงโปร่งของเพื่อนสนิทคีย์ที่ชะوกหน้าเข้ามาในห้อง ดวงตาเบิกกว้างด้วยความตื่นตระหนกราวกับโลกกำลังจะแตก แต่พอเห็นสภาพของคีย์ที่ยืนประชิดติดตัวพริมาอยู่จนแทบจะสิงร่าง และระยะห่างระหว่างใบหน้าของทั้งคู่ที่เหลือไม่ถึงคืบ เพื่อนตัวดีก็ชะงักกึก กลืนน้ำลายลงคอเสียงดังเอื๊อก
“อะ… เอ้ย โทษที กูขัดจังหวะอะไรมึงป่ะเนี่ย?” ร่างนั้นหัวเราะแห้งๆ ยกมือขึ้นเกาหัวแกรกๆ
คีย์ถอนหายใจออกมาเฮือกใหญ่ด้วยความหงุดหงิดระคนหัวเสีย ดวงตาคมกริบตวัดกลับไปมองเพื่อนสนิทด้วยแววตาพิฆาต ชนิดที่ถ้าสายตาคมๆ นั้นแปลงเป็นมีดได้ เพื่อนคงพรุนเป็นรังผึ้งไปแล้ว
“มึงมาเร็วกว่านี้อีกนิดเดียว ศพกูคงสวยกว่านี้นะไอ้กร” คีย์เค้นเสียงลอดไรฟัน น้ำเสียงติดจะหงุดหงิดอย่างเห็นได้ชัด
พริมาอาศัยจังหวะชุลมุนนี้ผละตัวถอยหลังออกมาสามก้าวอย่างรวดเร็ว หัวใจดวงน้อยเต้นระรัวราวกับตีกลองชุดในระยะกระชั้นชิด ฝ่ามือบางรีบยกขึ้นจัดเสื้อผ้าและผมเผ้าให้เข้าที่เพื่อกลบเกลื่อนความรัญจวนใจที่ยังหลงเหลืออยู่ในกระแสเลือด เธอกลืนก้อนสะอื้นและรวบรวมสติที่กระเจิดกระเจิงกลับคืนมาอย่างยากลำบาก
“ถ้ามีธุระด่วน ก็เชิญไปจัดการให้เรียบร้อยเถอะครับ คุณวิศวกร” พริมาเชิดหน้าขึ้น เลี่ยงการสบตาโดยตรงด้วยการมองไปที่เปียโนหลังใหญ่ “ส่วนเรื่องเมื่อครู่… ถือว่าเราไม่เคยพูดอะไรกันก็แล้วกัน”
คีย์หันขวับกลับมามองคนปากแข็งที่พยายามสร้างกำแพงเหล็กกล้าขึ้นมาปิดกั้นอีกครั้ง เขากลืนคำพูดมากมายที่อัดแน่นอยู่ในอกลงไป ดวงตาคู่คมจ้องลึกเข้าไปในดวงตาคู่สวยที่ฉายแววไหวระริก แม้ปากจะบอกว่าไม่ให้ใส่ใจ แต่ร่องรอยความสั่นไหวบนพวงแก้มแดงระเรื่อนั้นมันฟ้องชัดเจนว่าเธอกำลังโกหก
“เย็นนี้… เลิกชมรมแล้ว เจอกันที่เดิม” คีย์ทิ้งประโยคคำสั่งแกมบังคับไว้แค่นั้น ก่อนจะหันหลังเดินกระแทกส้นเท้าตามเพื่อนออกจากห้องไป ปล่อยให้พริมายืนเคว้งคว้างอยู่ท่ามกลางความเงียบงันที่กลับมาเยือนอีกครั้ง
เมื่อประตูปิดสนิท แรงดึงดูดทั้งหมดคล้ายจะหายไปจากเรียวขา พริมาทรุดตัวลงนั่งบนเก้าอี้เปียโนอย่างหมดแรง เธอยกมือขึ้นกุมขมับที่เริ่มเต้นตุบๆ ความรู้สึกหวาดหวั่นจากเหตุการณ์เมื่อครู่ยังไม่ทันจางหาย ความกดดันลูกใหญ่ก็ถาโถมเข้ามาซัดซ้ำจนแทบหายใจไม่ออก
*Rrrrrrr*
เสียงริงโทนโทรศัพท์มือถือที่วางอยู่บนหลังเปียโนแผดเสียงแหลมขึ้นทำลายความเงียบ หน้าจอแสดงชื่อที่ทำให้หัวใจของเธอร่วงไปตาตุ่ม— *‘คุณแม่’*
พริมาหลับตาลงช้าๆ สูตรลมหายใจเข้าลึกที่สุดเท่าที่จะทำได้เพื่อเรียกความเข้มแข็ง ก่อนจะกดรับสายด้วยน้ำเสียงที่พยายามบังคับให้ราบเรียบที่สุด
“ค่ะแม่”
*(พริมา ลูกอยู่ที่ไหน ทำไมโทรหาแล้วไม่รับสายทันที)* น้ำเสียงราบเรียบแต่ทรงอำนาจและเต็มไปด้วยความคาดหวังดังลอดออกมาจากปลายสาย แค่คำทักประโยคแรกก็ทำให้ไหล่บางของเด็กสาวเกร็งเครียดโดยอัตโนมัติ
“พริมาซ้อมดนตรีอยู่ค่ะแม่ ใกล้จะเสร็จแล้วค่ะ มีอะไรหรือเปล่าคะ?”
*(เรื่องโต้วาทีระดับมหาวิทยาลัยที่จะจัดขึ้นเดือนหน้า แม่ส่งเอกสารรายชื่อคู่แข่งรอบชิงชนะเลิศไปให้ทางอีเมลแล้ว ลูกอ่านหรือยัง? ปีนี้หนูต้องคว้าแชมป์มาให้ได้เท่านั้นนะพริมา ห้ามแพ้เด็ดขาด ลูกก็รู้ว่าตระกูลเราไม่เคยมีคำว่าที่สอง)*
คำพูดที่ราดรดลงมาเหมือนน้ำเย็นจัดแต่แฝงด้วยไฟคุโชน ทำให้มือที่ถือโทรศัพท์สั่นระริก พริมาเม้มริมฝีปากแน่นจนห่อเลือด ความกดดันมหาศาลที่แบกรับไว้บนบ่าเล็กๆ นี้ ไม่เคยลดน้ำหนักลงเลยแม้แต่วินาทีเดียว ตั้งแต่จำความได้ เธอกลายเป็นหุ่นยนต์เชิดที่ถูกตั้งโปรแกรมให้สมบูรณ์แบบ เพื่อรักษาหน้าตาและชื่อเสียงของวงศ์ตระกูล
“พริมา… อ่านแล้วค่ะแม่” เธอตอบเสียงแผ่วเบา คล้ายก้อนสะอื้นจุกอยู่ที่ลำคอ
*(ดีมาก อย่าทำให้แม่ผิดหวังล่ะ อีกอย่างนะพริมา เรื่องผู้ชายที่จะมาคบหาดูใจกัน แม่ทาบทามลูกชายเพื่อนสนิทคุณพ่อไว้ให้แล้ว เป็นนักเรียนนอกเพิ่งกลับมา เหมาะสมกับฐานะเรามาก เสาร์นี้เตรียมตัวให้พร้อม แม่จะให้คนไปรับ)*
เปรี้ยง! ราวกับสายฟ้าฟาดลงกลางใจ พริมาเบิกตากว้าง ความรู้สึกอึดอัดพุ่งทะยานขึ้นถึงขีดสุดจนทนไม่ไหว
“แต่แม่คะ! พริมาโตแล้วนะคะ ทำไมเรื่องพวกนี้แม่ต้องเป็นคนกำหนดให้หมดเลย ชีวิตพริมานะ ไม่ใช่ตุ๊กตาไขลานของใคร!” เผลอหลุดปากพูดออกไปด้วยความอัดอั้นตันใจที่สะสมมานาน
ปลายสายเงียบไปชั่วขณะ ก่อนที่เสียงเฉียบขาดจะสวนกลับมาทันที
*(พริมา! อย่ามาขึ้นเสียงใส่แม่นะ ลูกไม่มีสิทธิ์มาต่อรองอะไรทั้งนั้น หน้าที่ของลูกคือทำตามที่ครอบครัวคาดหวัง แค่นั้น! ถ้าไม่อยากให้ชื่อเสียงที่พ่อกับแม่สร้างมาต้องพังลงเพราะความเอาแต่ใจของลูก ก็เตรียมตัวให้ดีวันเสาร์นี้!)*
*ตู๊ด… ตู๊ด… ตู๊ด…*
สายถูกตัดไปอย่างไร้เยื่อใย ทิ้งให้พริมานั่งน้ำตาคลอเบ้าอยู่ลำพัง ความรู้สึกโดดเดี่ยวและอ่อนแอซัดเข้าใส่หัวใจจนกำแพงความเข้มแข็งที่สร้างมาตลอดพังทลายลงในพริบตา หยาดน้ำใสไหลรินอาบแก้มอย่างสุดจะกลั้น เธอกอดตัวเองแน่นท่ามกลางห้องซ้อมดนตรีที่กว้างใหญ่และเหน็บหนาว
ทำไมล่ะ… ทำไมเธอไม่มีสิทธิ์แม้แต่จะเลือกทางเดินชีวิตของตัวเองเลยสักครั้ง?
เวลาล่วงเลยไปจนกระทั่งแสงอาทิตย์ยามเย็นสาดส่องผ่านกระจกหน้าต่างห้องซ้อมเป็นสีส้มอมแดง พริมาสะดุ้งตื่นจากภวังค์ความเศร้าเมื่อได้ยินเสียงฝีเท้าคุ้นเคยดังใกล้เข้ามา
แอด…
ประตูห้องซ้อมถูกเปิดออกอีกครั้ง คีย์ยืนกอดอกพิงกรอบประตู ดวงตาคมกริบกวาดตามองสภาพของประธานชมรมโต้วาทีที่นั่งกอดเข่า ดวงตาแดงก่ำ และมีคราบน้ำตาเปื้อนอยู่บนแก้มเนียน รอยยิ้มเยาะที่ตั้งใจจะเอามาแซวถูกกลืนหายไปในลำคอทันที
คีย์ขมวดคิ้วมุ่น ความกวนประสาทหายวับไปกับตา ร่างสูงสาวเท้ายาวเข้ามาประชิดตัวเธอย่างรวดเร็วโดยไม่พูดพร่ำทำเพลง
“ใครทำอะไรเธอ?” น้ำเสียงของเขาไม่ได้กวนประสาทเหมือนเคย แต่มันเจือไปด้วยความกังวลและอารมณ์บางอย่างที่คุกรุ่นอยู่ข้างใน
พริมาเงยหน้าขึ้นสบตาเขา เม้มปากแน่นเพื่อกลั้นสะอื้น ไม่อยากให้ใครเห็นความอ่อนแอของตัวเองตอนนี้ แต่ยิ่งเธอทำเป็นเข้มแข็งมากเท่าไหร่ หยาดน้ำตาก็ยิ่งไหลทะลักออกมามากขึ้นเท่านั้น
“เรื่องของฉัน… นายไม่ต้องมายุ่งหอกน่า” เธอเสียงสั่นเครือ พยายามปัดมือเขาที่จะยื่นมาแตะไหล่
คีย์ไม่สนใจคำไล่ เขาทิ้งตัวลงนั่งคุกเข่าข้างหนึ่งลงตรงหน้าเธอ มือหนาเอื้อมไปจับข้อมือบางที่กำลังพยายามปาดน้ำตาออกอย่างลวกๆ ดวงตาคมกริบจ้องลึกเข้าไปในดวงตาคู่สวยที่เต็มไปด้วยรอยร้าว
“บอกว่าไม่ต้องยุ่ง… แต่เห็นเธอนั่งร้องไห้ตาบวมแบบนี้ จะให้ฉันทำเป็นเดินหนีทำไมวะ” คีย์ถอนหายใจยาว น้ำเสียงอ่อนลงโดยไม่รู้ตัว “มีปัญหาอะไร… ไหนลองระบายให้คนปากเสียคนนี้ฟังหน่อยซิ เผื่อมันจะช่วยให้ก้อนสะอื้นในคอเธอมันหายไปได้บ้าง”
พริมามองหน้าหนุ่มวิศวะมาดนิ่งที่ยอมลดตัวลงมานั่งปลอบเธอ ทั้งๆ ที่ปกติมีแต่คอยหาเรื่องกวนประสาท ความรู้สึกอัดอั้นที่เก็บกดไว้พรั่งพรูออกมา เธออ้าปากเตรียมจะเล่าเรื่องความกดดันจากครอบครัวให้เขาฟัง เพื่อระบายความอัดอั้นตันใจทั้งหมดที่มี
ทว่า… ยังไม่ทันที่คำพูดแรกจะหลุดออกจากริมฝีปากสั่นระริก เสียงเคาะประตูกระจกหน้าร้าน พร้อมกับร่างของบุคคลที่สามที่ก้าวเข้ามาอย่างถือวิสาสะ ก็ทำให้ทั้งคู่ต้องสะดุ้งสุดตัว
“อ้าวน้องพริมา อยู่ที่นี่เองเหรอครับ? พอดีคุณแม่ฝากพี่ให้มารับกลับบ้าน…”
เสียงทุ้มของชายหนุ่มแปลกหน้าดังขึ้น พร้อมกับรอยยิ้มสุภาพที่ส่งมาให้ แต่สำหรับพริมาแล้ว รอยยิ้มนั้นกลับเปรียบเสมือนโซ่ตรวนที่กำลังดึงเธอกลับไปสู่นรกขุมเดิม ทันทีที่หันไปมองหน้าผู้มาใหม่ ดวงตาของเธอก็เบิกกว้างด้วยความตกใจสุดขีดเมื่อจำได้ทันทีว่าเขาคือใคร—ลูกชายเพื่อนสนิทของคุณพ่อ คนที่แม่เพิ่งประกาศกร้าวว่าจะให้เธอแต่งงานด้วย!
คีย์ลุกขึ้นยืนเต็มความสูง ใบหน้าหล่อเหลาบึ้งตึงขึ้นทันที รังสีความไม่พอใจแผ่ซ่านออกมาจากตัวเขาราวกับคลื่นความร้อน ดวงตาคมกริบหันขวับจ้องมองผู้มาใหม่ด้วยแววตาดุดลั่น พร้อมกับเอ่ยเสียงเย็นเยียบที่แฝงไปด้วยความคุกคามแบบที่ไม่มีใครคาดคิด
“มึงเป็นใคร… และเข้ามาในพื้นที่ส่วนตัวของคนอื่นแบบนี้ มีมารยาทพอหรือเปล่า?”
---
ขอบคุณรี้ดเดอร์ทุกคนที่แวะเวียนมาฟังเสียงหัวใจของคีย์และพริมาด้วยกันในตอนนี้นะครับ
ดีเบตหัวใจให้ตรงกับจังหวะนายวิศวะ•ตอนที่ 15
ปมในใจที่พริมาปิดบัง
ผลงานโดย คอร์ดรักกีตาร์โปร่ง
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (คอร์ดรักกีตาร์โปร่ง)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง ดีเบตหัวใจให้ตรงกับจังหวะนายวิศวะ นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!