"รื้อทิ้งซะ"
คำพูดเพียงสามคำสั้นๆ ลอยละลิ่วตกลงกลางความเงียบงันของไซต์งานโครงสร้างคอนกรีตเปลือย เสียงนั้นไม่ได้ดังกระโชกโฮกฮาก แต่มันมีน้ำหนักมากพอที่จะทำให้เศษฝุ่นละอองในอากาศราวกับหยุดนิ่ง รินรดาถึงกับชะงักปลายปากกาหมึกซึมในมือ สมุดสเกตช์เล่มหนาถูกปิดพับลงอย่างช้าๆ เธอนับหนึ่งถึงสามในใจเพื่อสะกดกลั้นอารมณ์พะว้าพะวังที่กำลังตีรวนขึ้นมาเป็นริ้วๆ
บุคคลที่สามที่ก้าวเข้ามาพร้อมรอยยิ้มเย็นเยียบไม่ใช่ใครอื่น... เขาก็คือ 'ภาคภูมิ' สถาปนิกอาวุโสและกรรมการบริหารบริษัทที่พ่วงตำแหน่งญาติห่างๆ ของประธานบริษัท ผู้ซึ่งเคยพยายามปัดตกโปรเจกต์มินิมอลคอมเพล็กซ์ชิ้นนี้ตั้งแต่รอบพรีเซนต์ต์แรกด้วยเหตุผลโบราณคร่ำครึว่า 'มันดูเหมือนโกดังสินค้ามากกว่าตึกสำนักงาน'
"คุณภาคภูมิมีปัญหาอะไรรึเปล่าคะ ถึงได้ออกคำสั่งให้รื้อคานโค้งรับน้ำหนักตัวนี้ทิ้ง ทั้งที่ในแบบแปลนวิศวกรรมผ่านมาตรฐานการคำนวณความปลอดภัยระดับสากลแล้ว" รินรดาหันขวับไปเผชิญหน้า รอยยิ้มการค้าถูกฉาบไว้บนริมฝีปากอิ่มสีพีชอย่างเยือกเย็น ดวงตากลมโตเป็นประกายท้าทายไร้ความเกรงกลัว
"มาตรฐานสากลอะไรกันรินรดา คุณก็รู้ว่าที่นี่ประเทศไทย และสไตล์ลอฟท์ผสมมินิมอลแบบดิบๆ เปลือยๆ ของคุณมันใช้งานจริงไม่ได้จริงในฤดูมรสุม คานส่วนนี้มันกินพื้นที่และดูเกะกะสายตาผู้ถือหุ้นใหญ่" ภาคภูมิยกมือขึ้นกอดอก เชิดหน้าขึ้นเล็กน้อยด้วยความเหนือกว่า สายตาคมกริบมองกวาดตั้งแต่หัวจรดเท้าของหญิงสาวด้วยความดูแคลน "ผมในฐานะกรรมการดูแลภาพรวมโครงการนี้ มีสิทธิ์ขาดในการอนุมัติแบบ และผมสั่งให้คุณแก้ใหม่ทั้งหมด... เอาแบบตึกกระจกทรงกล่องสี่เหลี่ยมธรรมดาๆ ทั่วไปนี่แหละ เซฟงบและดูแลง่ายกว่ากันเยอะ"
คำว่า 'ธรรมดาๆ ทั่วไป' เหมือนสลักระเบิดเวลาที่ถูกดึงออก รินรดากำด้ามปากกาในมือแน่นจนข้อต่อปลายนิ้วขาวซีด เธอเกลียดที่สุดคือพวกไดโนเสาร์เต่าล้านปีที่เก่งแต่สั่งการบนหอคอยงาช้างโดยไม่เข้าใจจิตวิญญาณของงานออกแบบแม้แต่น้อย
"ถ้าคุณภาคภูมิอยากได้ตึกกล่องสี่เหลี่ยมธรรมดาๆ ไร้รสนิยมแบบนั้น ทำไมไม่ไปจ้างเด็กปีหนึ่งมาทำแทนล่ะคะ จะเสียเงินจ้างสตูดิโอระดับท็อปอย่างพวกเรามาทำไมตั้งแต่แรก" น้ำเสียงหวานใสแต่เชือดเฉือนทิ่มแทงทุกโสตประสาท รินรดาก้าวเท้าเข้าไปประชิดตัวชายวัยกลางคนทีละน้อย "สุนทรียะในการออกแบบไม่ใช่เรื่องที่จะเอามาลดทอนตามอำเภอใจใครได้นะคะ งานชิ้นนี้คือหัวใจของแบรนด์ ถ้าแก้ตามที่คุณต้องการ มันก็เป็นได้แค่ตึกคอนกรีตดักดานที่ไม่มีจิตวิญญาณ!"
"นี่คุณรินรดา! กล้าดียังไงมาพูดจาสามหาวกับผู้ใหญ่!" ภาคภูมิหน้าดำคร่ำเครียด นิ้วชี้สั่นเทด้วยความโกรธจัดที่ถูกเด็กสาวรุ่นลูกหักหน้าต่อหน้าคนงานก่อสร้างนับสิบชีวิต
ในจังหวะที่บรรยากาศกำลังคุกรุ่นจนแทบระเบิดเป็นจุล ร่างสูงใหญ่ในชุดเสื้อเชิ้ตพับแขนและสวมหมวกนิรภัยสีขาวก็ก้าวเข้ามาแทรกกลางระหว่างคนทั้งคู่ ร่างของธันวาสูงโปร่งจนบังรัศมีการปะทะสายตานั้นไว้อย่างมิดชิด เขายกมือขึ้นปัดฝุ่นตามไหล่ตัวเองหน้าตาเฉยราวกับเรื่องตรงหน้าเป็นเพียงละลายฝอยละออง ไม่มีความตระหนกตกใจใดๆ เจืออยู่ในแววตานิ่งสงบนั้นเลยแม้แต่น้อย
"ใจเย็นๆ ครับคุณภาคภูมิ แดดร่มลมตกแบบนี้ เลือดลมอาจจะเดินไม่สะดวก" ธันวาเอ่ยด้วยน้ำเสียงเรียบเรื่อย ทว่าแฝงความกดดันอันทรงพลังไว้ในที เขานมหันมามองสถาปนิกสาวตัวแสบแวบหนึ่ง มุมปากหยักลึกยกยิ้มหยันนิดๆ แบบที่เห็นแล้วอยากจะคว้าอิฐแถวนั้นมาปาใส่หน้าซะจริงๆ "ส่วนเรื่องแบบแปลน... ในฐานะวิศวกรผู้ควบคุมงานก่อสร้างตัวจริง ผมขอแย้งว่า คานโค้งตัวที่ว่านี้มีความจำเป็นทางโครงสร้างขั้นเด็ดขาด ถ้าทุบทิ้งตามที่คุณภาคภูมิสั่ง... โครงสร้างรับน้ำหนักของปีกตึกด้านตะวันตกอาจจะพังครืนลงมาได้ทั้งแถบภายในสามปีแรก"
ภาคภูมิชะงักอึ้ง อ้าปากพะงาบๆ เหมือนปลาขาดน้ำ "คุณธันวา! นี่คุณเข้าข้างยัยเด็กนี่งั้นเหรอ?"
"ผมไม่ได้เข้าข้างใคร ผมเข้าข้างความถูกต้องและงบประมาณของบริษัทครับ" ธันวาหันไปสบตาภาคภูมิด้วยสายตานิ่งสนิทที่ทรงพลังสะกดข่ม "ถ้าคุณภาคภูมิยืนยันจะให้รื้อทิ้งจริงๆ รบกวนทำเรื่องเซ็นชื่อรับรองความเสี่ยงด้านวิศวกรรมโครงสร้างด้วยตัวเองลงในเอกสารราชการด้วยนะครับ เผื่อวันหน้าตึกถล่มลงมาจริงๆ... ชื่อแรกที่จะต้องติดคุกหัวโต จะได้ไม่ใช่ชื่อผมหรือชื่อของคุณรินรดา"
ความเงียบสงัดเข้าปกคลุมพื้นที่ก่อสร้างทันที ประโยคราบเรียบแต่เฉียบคมราคมมีดโกนของธันวาทำเอาภาคภูมิถึงกับกลืนไม่เข้าคายไม่ออก ใบหน้าของชายวัยกลางคนแดงก่ำด้วยความอับอายและโกรธเกรี้ยวแต่ทำอะไรไม่ได้ เพราะกฎหมายความปลอดภัยทางวิศวกรรมคือสิ่งที่ไม่ว่าใครก็ไม่มีทางกล้าเอาอนาคตไปเสี่ยง
"ฝากไว้ก่อนเถอะพวกคุณ!" ภาคภูมิสะบัดหน้าพรืด หมุนตัวเดินกระแทកเท้าหนีหายออกไปทางประตูรั้วไซต์งานอย่างหัวเสีย ทิ้งให้ฝุ่นผงฟุ้งกระจายตามแรงก้าวเดิน
เมื่อร่างของสถาปนิกอาวุโสลับสายตาไปแล้ว บรรยากาศรอบตัวก็ยิ่งเงียบงัดลงไปอีก รินรดายืนนิ่ง ขบกริมฝีปากล่างเบาๆ อย่างใช้ความคิด เธอเหลือบมองชายหนุ่มที่ยืนอยู่ใกล้จนได้กลิ่นหอมสะอาดเจือกลิ่นอายฝุ่นปูนจางๆ จากตัวเขา
"ใครใช้ให้คุณมาช่วยพูดแก้ตัวให้ฉันล่ะคะ?" รินรดาเชิดหน้าขึ้น เอ่ยน้ำเสียงห้วนสั้นเพื่อกลบเกลื่อนความรู้สึกประหลาดบางอย่างที่กำลังตีตื้นขึ้นมาในอก "ถึงคุณไม่พูด ฉันก็มีวิธีตอกกลับตาแก่นั่นให้หงายเงิบไปหลายวันอยู่แล้ว"
ธันวาแค่นหัวเราะในลำคอ ดวงตาคมกริบก้มลงมองสถาปนิกสาวตัวเล็กที่ชอบทำตัวเป็นแมวป่าพยศ "ปากเก่งให้มันตลอดรอดฝั่งเถอะครับคุณสถาปนิก ถ้าผมไม่ยื่นมือเข้ามาขัดจังหวะเมื่อกี้ ป่านนี้คุณคงโดนสั่งพักงานยาวไปจนโปรเจกต์เจ๊งไม่เป็นท่าแล้วมั้ง"
"ปากเสีย..." รินรดาพึมพำเบาๆ แต่ไม่ได้เถียงกลับอย่างเคย เพราะลึกๆ ในใจเธอก็รู้ดีว่าเขาพูดความจริง
ธันวาขยับก้าวเข้ามาใกล้เธออีกหนึ่งก้าว ระยะห่างระหว่างกันลดลงจนเหลือเพียงคืบเดียว ไออุ่นจากร่างกายของวิศวกรหนุ่มแผ่ซ่านเข้ามาปะทะผิวกายจนรินรดาต้องผถอยหลังเล็กน้อยโดยสัญชาตญาณ ทว่าแผ่นหลังของเธอกลับชนเข้ากับเสาคอนกรีตเปลือยเสียแล้ว ธันวาใช้มือข้างหนึ่งท้าวกับเสาปูนกักตัวเธอไว้ในวงแขน สายตาดุดันเมื่อครู่แปรเปลี่ยนเป็นความลึกล้ำยากจะคาดเดา
"แต่มีข้อหนึ่งที่คุณเข้าใจผิด..." เสียงทุ้มต่ำกระซิบแผ่วเบาอยู่ใกล้ใบหู จนเส้นขนอ่อนลุกชันไปหมด
"อะ... อะไรของคุณ ถอยไปห่างๆ เลยนะ" รินรดาใจเต้นรัวระส่ำจนกลัวว่าอีกฝ่ายจะได้ยินเสียงมัน พยายามดันแผงอกกว้างของเขาออกแต่ไม่เป็นผล
ธันวาโน้มใบหน้าลงมาหาช้าๆ จนลมหายใจอุ่นร้อนเป่ารดแก้มเนียน ปลายจมูกโด่งคมเฉียดผ่านเส้นผมสลวยไปนิดเดียว เขาจ้องลึกเข้ามาในดวงตาคู่สวยที่กำลังตื่นตระหนกอย่างปิดไม่มิด
"ผมไม่ได้ช่วยคุณเพราะสงสาร..." ธันวาเว้นจังหวะ ปลายเสียงทุ้มพร่ากระซิบชิดริมฝีปากอิ่ม "แต่ผมทนเห็นใครมาทำลาย... งานออกแบบที่คุณทุ่มเทหัวใจใส่ลงไปไม่ได้ต่างหากล่ะครับ"
ระหว่างที่สมองของรินรดากำลังประมวลผลคำพูดอันแสนอันตรายและชวนใจสั่นระรัวนั้น ปลายสายตาของเธอก็เหลือบไปเห็นเงาร่างของหัวหน้าคนงานคนสนิทที่กำลังวิ่งหน้าตื่นถือม้วนกระดาษพิมพ์เขียวชุดใหญ่พุ่งเข้ามาหาพวกเขาด้วยความเร่งรีบ พร้อมกับตะโกนเสียงหลงลั่นไซต์งาน
"คุณธันวาครับ! คุณรินรดา! แย่แล้วครับ... แบบแปลนฐานรากโซน B ที่เพิ่งอนุมัติไปเมื่อเช้า จู่ๆ ก็มีลายเซ็นคำสั่งด่วนที่สุดส่งตรงมาจากท่านประธานใหญ่... สั่งระงับการก่อสร้างทั้งหมดทันทีครับ!"
ธันวาชะงักกึก ดวงตาคมกริบหรี่แคบลงทันที รินรดาเบิกตากว้างด้วยความตกใจสุดขีด... ประธานใหญ่ผู้ไม่เคยปรากฏตัวมาหลายปี จู่ๆ ทำไมถึงสั่งระงับงานในมือเธอตอนนี้?
________________________________________
ขอบคุณรี้ดเดอร์ทุกคนที่แวะมาโดเนทและกดหัวใจให้นะคะ นิยายเรื่องนี้ยังมีปมแซ่บๆ รอให้ฟินจิกหมอนอีกเพียบ ฝากติดตามตอนต่อไปกันด้วยนะคะ!
ดีไซน์รัก ปักหมุดหัวใจ•ตอนที่ 2
กฎเหล็กกับความดื้อรั้น
ผลงานโดย ไวโอเล็ตการ์เด้น
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (ไวโอเล็ตการ์เด้น)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง ดีไซน์รัก ปักหมุดหัวใจ นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!
