“คุณจะเอาแบบนี้จริงๆ เหรอคะ คีย์?”
เสียงของริสาสั่นพร่าไม่ใช่เพราะความกลัว แต่มันคือความเดือดดาลที่พุ่งปรี๊ดจนแทบจะทะลุเพดานห้องอัดมืดทึม เธอวางไมโครโฟนลงเสียงดัง ‘ปัง’ จนคนคุมเครื่องเสียงข้างๆ สะดุ้งโหยง
คีย์ที่นั่งเอนหลังอยู่บนเก้าอี้หนังราคาแพงหมุนตัวกลับมา สายตาคมกริบภายใต้กรอบแว่นจดจ้องที่เธอเหมือนกำลังมองแมลงตัวหนึ่งที่บังอาจบินเข้ามาในพื้นที่ส่วนตัวของเขา
“ถ้าหูของคุณยังมีปัญหาแยกแยะไม่ได้ว่าอะไรคือ ‘อารมณ์’ และอะไรคือ ‘การตะโกน’ ผมว่าเราควรเลิกคุยเรื่องดนตรีแล้วไปคุยเรื่องการฝึกโสตประสาทเบื้องต้นกันดีกว่านะคะ คุณริสา”
ประโยคที่จิกกัดจนเลือดซิบทำเอาริสาแค่นหัวเราะ เธอเดินอาดๆ เข้าไปประจันหน้ากับโต๊ะคอนโซลตัวยักษ์ที่กั้นกลางระหว่างเขากับเธอ
“ฉันรู้นะคะว่าคุณเก่ง คุณเป็นโปรดิวเซอร์มือทองที่ใครๆ ก็กราบกราน แต่โน้ตตัวนี้ ท่อนฮุคนี้ มันคือจิตวิญญาณของเพลง! คุณจะให้ฉันร้องแบบไร้อารมณ์เหมือนหุ่นยนต์ที่ถูกตั้งโปรแกรมไว้แค่เพราะคุณอยากให้มันออกมา ‘เนี๊ยบ’ ตามบรรทัดฐานแคบๆ ในสมองคุณเหรอคะ?”
“เพลงที่ดี ไม่ใช่เพลงที่ใช้แค่ความรู้สึกพร่ำเพ้อแบบเด็กไร้เดียงสา แต่มันคือการควบคุมทุกองค์ประกอบให้อยู่ในจุดที่สมบูรณ์แบบที่สุดต่างหาก” คีย์ลุกขึ้นยืน ร่างสูงโปร่งของเขาสร้างแรงกดดันมหาศาล เขาโน้มตัวลงมาจนระยะห่างระหว่างใบหน้าเหลือเพียงคืบ กลิ่นน้ำหอมไม้หอมจางๆ จากตัวเขาตีเข้าจมูกเธอจนริสาชะงักไปครู่หนึ่ง “คุณมันก็แค่นักร้องที่เน้นขายเสน่ห์ไปวันๆ แต่ไม่เคยเข้าใจหรอกว่า ‘ศิลปะ’ ที่แท้จริงเขาทำกันยังไง”
“ศิลปะเหรอคะ?” ริสาเหยียดยิ้ม ท้าทายสายตาที่เย็นชาคู่นั้นอย่างไม่เกรงกลัว “ศิลปะมันไม่มีกฎตายตัวหรอกค่ะคีย์ ถ้าคุณอยากได้หุ่นยนต์ คุณก็ไปหา AI มาทำเพลงเถอะค่ะ แต่อย่ามาบังคับให้ฉันต้องฆ่าความรู้สึกในเพลงทิ้งเพียงเพราะคุณกลัวที่จะเห็นมัน ‘หลุดกรอบ’”
ห้องอัดทั้งห้องเงียบสนิท เสียงเครื่องปรับอากาศที่ดังหึ่งๆ ดูจะกลายเป็นเสียงที่ดังที่สุดในวินาทีนี้ ทั้งคู่จ้องตากันราวกับจะกินเลือดกินเนื้อ แต่ในความตึงเครียดนั้น ริสากลับสัมผัสได้ถึงประกายบางอย่างในแววตาของคีย์ มันไม่ใช่ความเกลียดชัง แต่มันคือความพยายามอย่างหนักที่จะกักขัง ‘บางอย่าง’ เอาไว้ไม่ให้ระเบิดออกมา
คีย์ขยับตัวเข้ามาใกล้กว่าเดิมจนลมหายใจอุ่นๆ รินรดพวงแก้มใส เขาใช้ปลายนิ้วยาวเรียวแตะที่ขอบไมโครโฟนเบาๆ ก่อนจะลดระดับลงมามองริมฝีปากที่กำลังเม้มเข้าหากันของหญิงสาว
“ถ้าคุณคิดว่าตัวเองแน่จริง...” คีย์ลดเสียงต่ำลง กระซิบใกล้ใบหูจนคนฟังขนลุกซู่ “ก็พิสูจน์ให้ผมเห็นสิ ว่า ‘ทฤษฎีแรงดึงดูด’ แบบที่คุณพร่ำบอกน่ะ มันมีจริง หรือมันก็แค่ ‘อคติ’ ที่คุณสร้างขึ้นมาเพื่อกลบเกลื่อนความกลัวที่จะยอมรับว่า… คุณควบคุมอะไรไม่ได้เลยเมื่ออยู่ต่อหน้าผม”
ริสาใจเต้นรัวจนแทบจะทะลุออกมานอกอก เธอไม่ยอมถอย แต่กลับก้าวเข้าไปหาอีกก้าว จนหน้าอกของเธอเกือบจะสัมผัสกับอกกว้างของชายหนุ่ม
“ได้ค่ะ” เธอท้าทายด้วยน้ำเสียงที่สั่นระริกแต่เปี่ยมด้วยความมั่นใจ “ฉันจะร้องให้คุณฟัง ในแบบที่ต่อให้คุณจะเย็นชาแค่ไหน คุณก็ไม่มีวันลืมมันได้ลง”
คีย์ชะงักไปเล็กน้อย ดวงตาคู่คมวูบไหวราวกับถูกกระชากหน้ากากที่สวมไว้ให้หลุดออก เขาไม่พูดอะไรต่อ แต่กลับเอื้อมมือไปกดปุ่ม ‘Record’ ด้วยจังหวะที่เด็ดขาด ก่อนจะหันมาพยักหน้าให้เธออย่างท้าทาย
ริสาเดินกลับไปที่ไมโครโฟน สูดลมหายใจเข้าลึกๆ เธอหลับตาลง ภาพของความคาดหวังที่เขามีต่อเธอ และกำแพงน้ำแข็งที่เขาสร้างขึ้น เริ่มหลอมละลายกลายเป็นตัวโน้ตที่ค่อยๆ ถักทอขึ้นในลำคอ เมื่อดนตรีอินโทรเริ่มบรรเลงด้วยเปียโนที่หนักหน่วงแต่แฝงไปด้วยความเปราะบาง ริสาก็เริ่มเปล่งเสียงร้องออกมา...
เสียงของเธอไม่ได้สมบูรณ์แบบตามตำรา แต่มันดิบ สด และทรงพลังจนน่าขนลุก คีย์นิ่งค้างไป นิ้วที่เตรียมจะปรับค่าเสียงบนคอนโซลหยุดกะทันหัน เขาเผลอกลั้นหายใจโดยไม่รู้ตัว ทุกคำร้องที่พุ่งออกมาจากปากของหญิงสาวตรงหน้า เหมือนมีเข็มพิษเคลือบน้ำผึ้งที่ทิ่มแทงเข้าสู่หัวใจที่เคยด้านชาของเขาอย่างจัง
ในขณะที่ริสากำลังดิ่งลึกไปกับอารมณ์เพลงจนแทบจะถอนตัวไม่ขึ้น ประตูห้องอัดที่ควรจะปิดตายกลับถูกผลักเข้ามาอย่างแรงจนเกิดเสียงดังสนั่น
“คีย์! นายทำบ้าอะไรอยู่ ทำไมถึงยังไม่ส่งเดโม่ออกไปให้ฝั่งผู้บริหาร!”
เสียงห้าวทุ้มของชายร่างสูงใหญ่ที่ก้าวเข้ามาทำลายบรรยากาศอันน่าหลงใหลลงจนสิ้นซาก ริสาสะดุ้งสุดตัวหยุดร้องเพลงทันที ขณะที่คีย์หันขวับไปมองด้วยสายตาเย็นเยียบที่พร้อมจะฆ่าคนได้ทุกเมื่อ
ชายแปลกหน้าที่เพิ่งเข้ามาหยุดกึกเมื่อเห็นสถานการณ์อันน่าอึดอัด เขาเลิกคิ้วขึ้นมองริสาที่ยืนหน้าแดงก่ำอยู่หน้าไมโครโฟน ก่อนจะหันมาแสยะยิ้มที่มุมปาก “โอ้... โทษทีทีไม่ได้เคาะประตู พอดีฉันไม่รู้ว่านายกำลัง ‘ติวเข้ม’ นักร้องใหม่อยู่ข้างในนี้”
คีย์กำหมัดแน่นจนเส้นเลือดที่ขมับปูดขึ้นมา เขาไม่ได้ตอบโต้ แต่แววตาที่มองริสานั้นกลับเปลี่ยนไป... มันไม่ใช่ความโกรธ แต่มันคือความกระวนกระวายที่เขากำลังพยายามซ่อนมันไว้จากสายตาของบุคคลที่สาม
ขอบคุณที่ติดตามการเดินทางของยัยตัวป่วนกับนายโปรดิวเซอร์สุดซึน แล้วมาลุ้นกันต่อนะคะว่าเขาจะผ่านวิกฤตนี้ไปได้อย่างไร!
เซฟโซนสุดกวนกับยัยตัวป่วนระดับท็อป•ตอนที่ 2
ทฤษฎีแรงดึงดูดหรือแค่อคติ
ผลงานโดย พีชชี่เบอร์รี่
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (พีชชี่เบอร์รี่)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง เซฟโซนสุดกวนกับยัยตัวป่วนระดับท็อป นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!
