เซฟโซนของยัยตัวแสบคือวิศวกรเครื่องกล•ตอนที่ 24

ทริปดูงานที่ต่างจังหวัด

ผลงานโดย สการ์เล็ตโรส
เสียงเคาะรองเท้าส้นสูงกระทบพื้นหินอ่อนดังฉับไวแข่งกับจังหวะเต้นของหัวใจที่กระหน่ำรัวอยู่ในอก ไอริณเกือบจะก้าวถอยหลังไปชนแผงอกอุ่นของรินรดาอยู่แล้ว หากไม่10เพราะมือเรียวภายใต้เสื้อช็อปสีเข้มของวิศวกรสาวจะคว้าข้อมือเธอไว้เสียก่อน แรงดึงกระชากเพียงนิดเดียวทำให้ร่างของสถาปนิกสาวผู้มั่นใจในตัวเองสูงลิ่วเซถลาเข้าไปแนบชิดกับโครงสร้างเหล็กดัดข้างเสาลิฟต์แบบไม่ได้ตั้งตัว กลิ่นน้ำหอมกลิ่นวานิลลาเจือจางปะปนกับกลิ่นเหงื่อจางๆ และกลิ่นเหล็กอุ่นจากตัวรินรดา ทำให้ไอริณเผลอกลั้นหายใจโดยอัตโนมัติ “บอกแล้วไงคะว่าอย่าเล่นอะไรเกินเบอร์” เสียงกระซิบต่ำทุบตรงข้างหู แฝงแววระอาแต่นัยน์ตากลับพราวระยับด้วยความตื่นเต้นไม่แพ้กัน รินรดาชำเลืองมองป้ายบอกชั้นลิฟต์ที่กำลังเคลื่อนลงมาจากชั้นบนด้วยความเร็วสูง “คุณพ่อคุณกำลังมาตรวจไซต์งานกะทันหันแบบนี้... ถ้าเห็นเราสองคนยืนเถียงเรื่องแบบแปลนโครงสร้างกันอยู่ตรงมุมอับสายตา คิดว่าท่านจะมองว่าเรามาทำงาน หรือมาทำสงครามประสาทคะ คุณไอริณ” “ปล่อยก่อนเถอะน่ารินรดา มือคุณนี่หนีบเป็นคีมไฮโดรลิกหรือไง เจ็บนะคะ” ไอริณสะบัดข้อมือเบาๆ แต่ไม่ได้ถอยหนีไปไหน ไกลขนาดนี้ ชิดขนาดนี้... ถ้าขยับอีกนิดปลายจมูกคงจะชนกันแล้ว ปมปัญหาเรื่องพ่อของรินรดาที่มักจะเข้มงวดและไม่เคยเห็นงานดีไซน์ของเธออยู่ในสายตา กลายเป็นเรื่องรองไปเสียสนิทเมื่อเทียบกับแรงดึงดูดประหลาดที่กำลังตรึงพวกเธอไว้ด้วยกัน ติ๊ง! เสียงสัญญาณลิฟต์เปิดดังขึ้นพร้อมกับการปรากฏตัวของร่างสูงท้วมในชุดสูทสีเข้มของผู้ทรงอิทธิพลแห่งวงการอสังหาริมทรัพย์ ท่านประธานบริษัทก้าวออกมาพร้อมกับทีมผู้บริหารและ... ร่างสูงโปร่งของบิดารินรดาที่ตีหน้าเคร่งเครียดมาแต่ไกล “อ้าว รินรดา... ไอริณ ทำไมมายืนอัดกันอยู่ตรงนี้ล่ะไซต์งานยังไม่เรียบร้อยดีนะ” เสียงทุ้มทรงอำนาจเอ่ยทักขึ้น ทำให้ทั้งคู่ต้องรีบผละออกจากกันอย่างรวดเร็วราวกับโดนไฟช็อต ไอริณจัดปกเสื้อสูทของตัวเองให้เข้ารูปอย่างลวกๆ พยายามปั้นสีหน้าให้เป็นปรกติที่สุด ในขณะที่รินรดาเปลี่ยนโหมดกลับมาเป็นวิศวกรสาวมาดนิ่งผู้ถือตรรกะเคร่งครัดในเสี้ยววินาที “ดิฉันกำลังอธิบายเรื่องการรับน้ำหนักของคานเหล็กชั้นสองให้คุณไอริณฟังค่ะ ท่านประธาน” รินรดาเอ่ยด้วยน้ำเสียงราบเรียบ ไร้พิรุธ “เนื่องจากดีไซน์ของคุณไอริณมีความซับซ้อนเรื่องเคิร์ฟโค้ง ทางวิศวกรรมจึงต้องจำกัดขอบเขตเพื่อความปลอดภัยสูงสุดค่ะ” ไอริณลอบเบ้ปากเล็กน้อยด้วยความหมั่นไส้ในความปากแข็งของอีกฝ่าย แต่ก็ยอมพยักหน้ารับลูกเสริมทัพทันที “ใช่ค่ะ พอดีฉันรั้นอยากจะได้ความโค้งแบบฟรีฟอร์ม แต่คุณรินรดาก็ใจแข็งยิ่งกว่าคอนกรีตเสริมเหล็ก คอยเบรกฉันตลอดทางเลยค่ะคุณพ่อ” ท่านประธานหัวเราะร่วนชอบใจ “ดีแล้วๆ สถาปนิกกับวิศวกรต้องถ่วงดุลกันแบบนี้แหละ ถึงจะออกมาเป็นตึกที่สวยและปลอดภัย งานที่ต่างจังหวัดรอบนี้ฉันฝากพวกเธอสองคนด้วยนะ... ห้ามตีกันจนสร้างไม่เสร็จล่ะ” คำว่า ‘ต่างจังหวัด’ ทำให้ไอริณชะงักไปเล็กน้อย เธอลืมไปสนิทเลยว่าสัปดาห์นี้พวกเธอต้องแพ็กกระเป๋าเดินทางไปตรวจไซต์งานก่อสร้างรีสอร์ตริมผาที่จังหวัดเชียงรายร่วมกันสามวันสองคืน และการเดินทางที่ต้อง ‘ใกล้ชิด’ กันนอกสถานที่แบบนั้น... มันไม่ใช่แค่เรื่องงานธรรมดาแน่ๆ หลังจากกลุ่มผู้บริหารเดินตรวจงานและลับสายตาไปแล้ว ความเงียบก็กลับมาปกคลุมพื้นที่หน้าลิฟต์อีกครั้ง รินรดาถอนหายใจยาวเหยียด ยกมือขึ้นเสยผมปรกหน้าผากอย่างเหนื่อยอ่อน ก่อนจะหันมามองคนข้างตัวด้วยหางตา “ถอนหายใจแบบนั้นหมายความว่ายังไงคะคุณวิศวกร กลัวฉันไปสร้างความวุ่นวายที่เชียงรายหรือไง” ไอริณกอดอกเชิดหน้าขึ้น ท่าทางอวดดีแบบนั้นมักจะทำให้รินรดาอยากแกล้งให้เข็ดขัดอยู่เรื่อย “เปล่าค่ะ... แค่คิดว่าการไปติดเกาะกลางหุบเขา, อยู่ในรีสอร์ตที่ยังสร้างไม่เสร็จ, และต้องนอนห้องพักใกล้กันกับคนหัวรั้นอย่างคุณ ฉันคงต้องเตรียมยาพาราเซตามอลไปเป็นโหลๆ” รินรดาตอบเสียงเรียบ แต่ริมฝีปากหยักกลับยกยิ้มมุมปากนิดๆ ชวนให้หมั่นไส้ “ปากเก่งนักนะ! เดี๋ยวเจอสถาปนิกสายป่วนอย่างฉันเข้าไป รินรดานิ่งเป็นหินคนนี้อาจจะสติหลุดกลางดอยเลยก็ได้ใครจะไปรู้” ไอริณก้าวเข้าไปประชิดตัวอีกรอบ นิ้วเรียวจิ้มเบาๆ ที่อกเสื้อช็อปของคนตัวสูงกว่า “เตรียมตัวรับมือให้ดีก็แล้วกันค่ะ คุณวิศวกรเครื่องกล” รถตู้สีดำคันหรูพุ่งทะยานออกจากกรุงเทพฯ มุ่งสู่ภาคเหนือตั้งแต่รุ่งสาง บรรยากาศภายในรถเงียบสงบ มีเพียงเสียงเพลงแจ๊สเบาๆ จากวิทยุคลื่นโปรดของไอริณที่เปิดคลอไปตลอดทาง รินรดารับหน้าที่เป็นคนขับในรอบแรกเนื่องจากไอริณอ้างว่าตื่นเช้าเกินไปจนสมองยังไม่แล่น ขออนุญาตงีบเอาแรงก่อน ดวงตากลมโตแอบลืมขึ้นมองเสี้ยวหน้าด้านข้างของคนที่ตั้งใจขับรถ รินรดายามสวมแว่นสายตากรอบบางเพื่อขับรถดูมีเสน่ห์ไปอีกแบบ สันจมูกโด่งรั้นริมฝีปากที่เม้มเข้าหากันเล็กน้อยยามใช้สมาธิ ทุกอย่างมันช่างดูน่ามองจนไอริณเผลอมองเพลินโดยไม่รู้ตัว “ถ้ามองจนหน้าฉันทะลุ มารับหน้าที่ขับรถแทนไหมคะ” เสียงทุ้มเอ่ยขึ้นท่ามกลางความเงียบ โดยที่ดวงตาคู่คมยังคงมองตรงไปข้างหน้าบนถนนหลวง ไอริณสะดุ้งเล็กน้อย รีบเบือนหน้าหนีออกไปมองนอกหน้าต่างทันที “ใครมองคุณกัน อย่าหลงตัวเองน่ารินรดา ฉันแค่สำรวจวิสัยทัศน์รอบตัวต่างหาก” “ค่ะ... สำรวจด้วยหางตาแถมยังจ้องซะนานสองนาน” รินรดาแกล้งแซובהเบาๆ ก่อนจะหักพวงมาลัยเลี้ยวเข้าจุดพักรถข้างทาง “ลงไปยืดเส้นยืดสายหน่อยค่ะ ขับมาสามชั่วโมงแล้ว เดี๋ยวคุณจะปวดหลังเอา” อากาศบริสุทธิ์ของช่วงบ่ายวันนั้นอบอวลไปด้วยกลิ่นอายธรรมชาติเมื่อเดินทางมาถึงเขตภูเขา รินรดาเลือกจองรีสอร์ตสไตล์โมเดิร์นลอฟท์ที่ตั้งอยู่กึ่งกลางระหว่างตัวเมืองกับไซต์งานก่อสร้าง แม้ตัวรีสอร์ตจะยังตกแต่งไม่เสร็จสมบูรณ์ แต่โซนห้องพักแขกวีไอพีถูกจัดเตรียมไว้เรียบร้อยแล้วเพื่อต้อนรับทีมออกแบบ แต่ปัญหาใหญ่ก็ตามมาทันทีเมื่อพนักงานต้อนรับยื่นกุญแจห้องให้ “ขออภัยด้วยนะคะคุณสถาปนิกและคุณวิศวกร ทางเราเกิดข้อผิดพลาดในการจองห้องพัก... ห้องสวีทวิวเขาเหลือว่างแค่ห้องเดียวค่ะ ส่วนห้องเตียงเดี่ยวธรรมดาแอร์เสีย ช่างกำลังซ่อมอยู่ คาดว่าคืนนี้คงใช้การไม่ได้ค่ะ” ไอริณเบิกตากว้าง หันขวับไปมองหน้ารังรดาที่ยืนนิ่งสงบเป็นรูปปั้น “ห้องเดียว? หมายความว่ายังไงคะ รีสอร์ตระดับนี้เนี่ยนะห้องพักเต็ม?” รินรดานิ่งคิดไปครู่หนึ่ง ก่อนจะหันไปพยักหน้ารับกับพนักงาน “ไม่เป็นไรค่ะ เดี๋ยวเราพักห้องเดียวกันนี่แหละ จัดการคีย์การ์ดมาได้เลยค่ะ” “เดี๋ยวๆๆ รินรดา! จะบ้าหรือไง ให้เรานอนห้องเดียวกันเนี่ยนะ!” ไอริณโวยวายเสียงหลงทันทีเมื่อเดินเข้ามาในห้องพักกว้างขวางที่มีเตียงคิงไซส์ขนาดใหญ่เพียงเตียงเดียวตั้งตระหง่านอยู่กลางห้อง “ฉันไม่นอนร่วมเตียงกับคุณหรอกนะ!” “แล้วคุณอยากไปนอนตากน้ำค้างยุงกัดข้างนอกไหมล่ะคะ คุณไอริณ” รินรดาโยนกระเป๋าเดินทางลงบนโซฟา ก่อนจะปลดกระดุมเสื้อช็อปออกตัวหนึ่งเผยให้เห็นคอเสื้อด้านใน ท่าทางสบายๆ นั้นช่างขัดแย้งกับอาการหัวร้อนของไอริณเสียเหลือเกิน “เตียงก็ออกจะกว้าง แบ่งกันคนละครึ่งสิคะ หรือว่า... คุณกลัวว่าตัวเองจะห้ามใจไม่ไหวเวลานอนใกล้ฉันกันแน่” คำพูดเย้าแหย่ที่เจือความท้าทายเล็กๆ ทำให้ไอริณเลือดขึ้นหน้า เธอเดินดุ่มๆ เข้าไปประชิดตัววิศวกรสาวจนแผ่นหลังของรินรดาเกือบจะชนกับหัวเตียง ดวงตากลมโตวาวโรจน์ด้วยความท้าทาย “ฉันเนี่ยนะจะห้ามใจไม่ไหว? ฝันไปเถอะรินรดา คนอย่างไอริณไม่มีวันพ่ายแพ้ให้กับความใกล้ชิดไร้สาระแบบนี้หรอก!” รินรดาไม่ถอยหนี กลับโน้มใบหน้าลงมาหาช้าๆ ระยะห่างระหว่างกันลดลงจนแทบไม่เหลือพื้นที่ให้อากาศหายใจ ปลายนิ้วเรียวอุ่นจัดของวิศวกรสาวเอื้อมไปเกลี่ยปอยผมที่ตกลงมาปรกแก้มของสถาปนิกสาวแผ่วเบา สัมผัสนั้นเบาราวกับขนนกแต่กลับทำให้ผิวเนื้อบริเวณที่โดนสัมผัสร้อนรุ่มขึ้นมาทันที “งั้นก็พิสูจน์ให้ฉันเห็นสิคะ... ว่าคุณแน่จริงอย่างปากว่าหรือเปล่า” เสียงกระซิบพร่าต่ำชิดริมฝีปากในบรรยากาศยามเย็นที่แสงอาทิตย์สีส้มสาดส่องผ่านกระจกใสเข้ามาอาบไล้เรือนร่างทั้งสอง ทำให้หัวใจที่เคยเต้นเป็นจังหวะปกติของไอริณหลุดลอยไปไกล ทว่าในจังหวะที่หัวใจกำลังเต้นระรัวและดวงตาทั้งคู่กำลังประสานกันอย่างมีความหมาย เสียงโทรศัพท์มือถือบนโต๊ะหัวเตียงก็ดังขึ้นทำลายความเงียบกริบนั้น รินรดาเหลือบสายตาไปมองหน้าจอเพียงแวบเดียว สีหน้าผ่อนคลายเมื่อครู่ก็เปลี่ยนเป็นความเคร่งเครียดขึ้นมาทันที... สายเรียกเข้าจากเบอร์แปลกที่ไม่แสดงตัวตน แต่ข้อความสั้นๆ ที่เด้งขึ้นมาบนหน้าจอกลับทำให้ลมหายใจของเธอสะดุดกく *[ความลับเรื่องงบประมาณก่อสร้างที่หายไป... อยู่ที่ห้องทำงานของคุณพ่อคุณ คืนนี้ระวังตัวไว้ให้ดี]* *** (ขอบคุณรี้ดเดอร์ทุกคนที่อยู่เคียงข้าง "สการ์เล็ตโรส" และเดินทางมาถึงตอนที่ 24 นี้ด้วยกันนะคะ!)
สารจากนักเขียน (สการ์เล็ตโรส)
ดูโปรไฟล์ →

"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง เซฟโซนของยัยตัวแสบคือวิศวกรเครื่องกล นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"

ความคิดเห็น (0)

ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์

ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้

เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!

บ่มเพาะไข่ไดโนเสาร์60%