“ถ้าคุณคิดว่าการถอยห่างคือทางออกของปัญหา รินบอกได้เลยว่าคุณกำลังดูถูกสติปัญญาของตัวเองและของรินอยู่ค่ะ คิรากร”
เสียงของรินรดาดังก้องในห้องทำงานส่วนตัวของคิรากรที่ Velvet Night กลิ่นวิสกี้มอลต์ชั้นดีผสมกับกลิ่นน้ำหอมแนววู้ดดี้จางๆ ของเขามันทำให้บรรยากาศที่ควรจะเคร่งเครียดกลับอบอวลไปด้วยความปรารถนาที่พยายามถูกกดทับ
คิรากรยืนพิงขอบโต๊ะทำงานไม้โอ๊คตัวยักษ์ ดวงตาคมกริบดุจเหยี่ยวคู่นั้นจ้องมองหญิงสาวตรงหน้า—บรรณาธิการสาวผู้หยิ่งทะนงในศักดิ์ศรีที่บัดนี้เส้นผมลอนสลวยดูยุ่งเหยิงเล็กน้อยจากการเดินทางที่เร่งรีบ เธอไม่ได้มาเพื่ออ้อนวอน แต่เธอมาเพื่อประกาศสงครามกับระยะห่างที่เขาสร้างขึ้น
“ผมแค่ไม่อยากให้คุณต้องจมลงไปกับความโสมมของโลกที่ผมสร้างขึ้น ริน” เสียงเขาทุ้มต่ำ แหบพร่าอย่างคนอดกลั้น “ชีวิตของคุณมันมีค่ากว่าจะมาแปดเปื้อนกับผู้ชายอย่างผม”
รินรดาก้าวเข้าไปหาเขาช้าๆ ส้นสูงราคาแพงกระทบพื้นหินอ่อนเป็นจังหวะที่มั่นคง เธอหยุดลงตรงหน้าเขาจนได้กลิ่นไอความอบอุ่นจากร่างกายของชายหนุ่ม เธอใช้นิ้วเรียวไล้ไปตามปกเสื้อเชิ้ตสีดำที่ปลดกระดุมเม็ดบนออกของเขา ก่อนจะออกแรงดึงเบาๆ ให้ร่างสูงโน้มลงมาหา
“แปดเปื้อนงั้นหรือคะ?” เธอเอ่ยชิดริมฝีปากเขา สัมผัสถึงลมหายใจร้อนผ่าวที่เป่ารดผิวหน้า “รินเลือกที่จะเปื้อนเพราะความเต็มใจค่ะ และรินก็ไม่ได้เป็นเด็กสาวไร้เดียงสาที่ต้องรอให้ใครมาปกป้องจากความมืดหม่น... รินต่างหากที่จะเป็นคนส่องไฟให้คุณเห็นว่า ทางออกของอุโมงค์ที่มืดมิดที่สุด มันอาจจะอยู่ใกล้แค่ลมหายใจของเราสองคนนี่เอง”
คิรากรหลับตาลงอย่างพ่ายแพ้ มือหนาคว้าเอวบางเข้าหาตัวจนร่างของรินรดาแนบชิดกับความแข็งแกร่งของเขา ความเย็นชาที่เขาใช้สร้างกำแพงกั้นระหว่างเรามาตลอดหลายสัปดาห์พังทลายลงในวินาทีนั้น เหลือเพียงความโหยหาที่เพาะบ่มมานานเกินไป
“คุณมันดื้อรั้นที่สุด” เขาพึมพำ ก่อนจะประทับจูบลงบนกลีบปากสีแดงสดอย่างดุดันและหิวกระหาย รินรดาตอบรับสัมผัสนั้นด้วยความเร่าร้อนไม่แพ้กัน มือของเธอสอดเข้าในกลุ่มผมหนาของเขา ดึงรั้งให้เขาเข้ามาใกล้จนแทบไม่เหลือช่องว่างระหว่างลมหายใจ
ในห้องที่เงียบงัน ความสัมพันธ์ของทั้งคู่ไม่ได้ถูกถักทอผ่านคำสัญญาหวานหู แต่มันถูกหล่อหลอมด้วยความเข้าใจที่ลึกซึ้งยิ่งกว่าเดิม คิรากรอุ้มร่างบางขึ้นไปนั่งบนโต๊ะทำงาน กองเอกสารสำคัญถูกปัดร่วงหล่นลงพื้นอย่างไม่ใยดี ความหรูหราของเฟอร์นิเจอร์ไม่ได้มีความหมายอะไรเมื่อเทียบกับความนุ่มหยุ่นของผิวเนียนละเอียดที่เขากำลังสัมผัสผ่านชุดเดรสผ้าไหมราคาแพง
“คิน... มองหน้าริน” เธอสั่งเสียงสั่น พลางใช้มือประคองใบหน้าคมสันนั้นไว้ “ไม่ว่าอะไรจะเกิดขึ้นหลังจากคืนนี้ เราจะเผชิญมันด้วยกัน ไม่ใช่แค่คุณคนเดียว”
คิรากรจ้องลึกเข้าไปในดวงตาคู่สวยที่เต็มไปด้วยความแน่วแน่ ในวินาทีนั้นเขารู้สึกเหมือนกำแพงสุดท้ายในใจได้พังทลายลง เขามอบจูบที่อ่อนโยนที่สุดเท่าที่เขาเคยให้ใครมา เป็นจูบที่แทนคำขอบคุณและคำมั่นสัญญาที่ไร้เสียง
ความสัมพันธ์ของทั้งคู่ที่เคยสั่นคลอนจากการโกหกและการปิดบัง บัดนี้กลับมาแน่นแฟ้นยิ่งกว่าเดิม ทุกสัมผัสที่แลกเปลี่ยนกันคือการถ่ายเทความเจ็บปวดและบาดแผลในอดีตออกไป ราวกับว่าพวกเขาคือจิ๊กซอว์สองชิ้นที่ถูกสร้างมาเพื่อเติมเต็มส่วนที่เว้าแหว่งของกันและกัน
ท่ามกลางบรรยากาศที่เต็มไปด้วยแรงอารมณ์และรสสัมผัสแห่งความเสน่หาที่ทวีความรุนแรงขึ้นเรื่อยๆ ทันใดนั้น... เสียงเคาะประตูห้องทำงานสามครั้งก็ดังแทรกขึ้นมาอย่างไม่เกรงใจสถานการณ์
คิรากรชะงัก ร่างหนาผละออกจากรินรดาเพียงเล็กน้อยแต่ยังคงโอบกอดเธอไว้แน่น เขาขมวดคิ้วด้วยความรำคาญใจ “ผมบอกแล้วว่าอย่าให้ใครมารบกวน”
“คุณคิรากรคะ... ขอโทษที่ต้องขัดจังหวะ แต่ทางตำรวจมาที่บาร์ค่ะ” เสียงของผู้ช่วยคนสนิทหน้าห้องดังผ่านเข้ามาด้วยความตื่นตระหนก “พวกเขาบอกว่ามีหมายค้นเรื่องคดีฟอกเงินที่คุณถูกกล่าวหา... และดูเหมือนว่า 'คนให้เบาะแส' จะเป็นคนที่คุณไว้ใจที่สุดด้วยค่ะ”
รินรดาชะงักไปในอ้อมกอดของเขา หัวใจของเธอหล่นวูบไปที่ตาตุ่มเมื่อคิรากรค่อยๆ หันมาสบตากับเธอด้วยสายตาที่เย็นเยียบจนน่าประหลาดใจ... เขาไม่ใช่คิรากรคนที่เพิ่งจูบเธอเมื่อครู่นี้ แต่เขากำลังมองเธอเหมือนคนแปลกหน้าที่พร้อมจะดับสูญ
ชฎาพรายไวน์แดงขอบคุณรี้ดเดอร์ทุกท่านที่ติดตามเดินทางมาถึงบทนี้ด้วยหัวใจที่เต้นรัวนะคะ
ราตรีเร้นรัก: กับดักเสน่หาไฮโซ•ตอนที่ 31
แสงสว่างที่ปลายอุโมงค์
ผลงานโดย ชฎาพรายไวน์แดง
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (ชฎาพรายไวน์แดง)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง ราตรีเร้นรัก: กับดักเสน่หาไฮโซ นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!