“ถ้าเขาไม่ฟื้น... ฉันจะไม่มีวันให้อภัยตัวเอง”
เสียงของรินรดาสั่นพร่าขณะที่ปลายนิ้วเรียวสวยภายใต้ถุงมือผ้าไหมสีดำ—ซึ่งเธอยังไม่ได้ถอดออกตั้งแต่กลับมาจากงานกาล่า—ไล้ไปตามแนวสันกรามคมสันที่เคยมีรอยยิ้มหยันโลกประทับอยู่ คิรากรในยามนี้ดูเปราะบางราวกับรูปปั้นแก้วที่รอวันแตกสลาย ร่างสูงใหญ่ที่เคยเป็นดั่งพยัคฆ์ร้ายในแวดวงอสังหาริมทรัพย์ บัดนี้กลับนอนนิ่งอยู่บนเตียงคนไข้สีขาวโพลนในห้องวีไอพีของโรงพยาบาลเอกชนชั้นนำ กลิ่นน้ำยาฆ่าเชื้อที่อบอวลอยู่รอบกายมันช่างขัดแย้งกับกลิ่นน้ำหอม 'Oud Wood' ประจำตัวเขาที่ยังติดจางๆ อยู่ที่ปกเสื้อเชิ้ตของเธอ
หัวใจของรินรดากระตุกวูบเมื่อนึกถึงวินาทีที่กระสุนนัดนั้นเฉียดผ่านร่างเขาไป หากไม่ใช่เพราะสัญชาตญาณที่ทำให้เธอผลักเขาจนเสียหลักในเสี้ยววินาทีสุดท้าย ป่านนี้คนตรงหน้าคงกลายเป็นเพียงร่างไร้วิญญาณ... และที่น่าสะเทือนใจยิ่งกว่า คือมือที่ลั่นไกนั้นเป็นของใคร
“อย่าเป็นอะไรไปนะคิน... ฉันยังไม่ได้บอกคุณเลยว่า ในโลกที่โหดร้ายใบนี้ คุณเป็นคนเดียวที่ฉันยอมทิ้งอีโก้ทั้งหมดที่มีเพื่อจะรัก”
เธอกระซิบชิดริมฝีปากแห้งผากของเขา กลิ่นคาวเลือดที่คละคลุ้งในห้องฉุกเฉินเมื่อครู่ยังคงหลอกหลอน ความเย็นเยียบแล่นผ่านกระดูกสันหลังเมื่อภาพใบหน้าของผู้เป็นที่รักสุดหัวใจ—คนที่เธอเทิดทูนและเชื่อใจที่สุด—ค่อยๆ เลือนหายไปแทนที่ด้วยแววตาอำมหิตที่จ้องมองมายังคิรากร เธอรู้ดีว่านี่ไม่ใช่จุดจบ แต่มันคือการประกาศสงครามที่เธอไม่อาจหลีกเลี่ยง
รินรดาลุกขึ้นยืนเต็มความสูง มือข้างหนึ่งกุมหน้าอกตนเองไว้แน่น จังหวะการเต้นของหัวใจมันผิดปกติ ไม่ใช่เพราะความกลัว แต่เป็นความโกรธแค้นที่ปะทุขึ้นราวกับลาวา เธอไม่ใช่ 'รินรดา' คนเดิมที่จะยอมก้มหัวให้ชะตากรรมที่ใครบางคนขีดเขียนขึ้นมาเพื่อทำลายชีวิตเธอและเขา
“คุณอยากเล่นเกมนี้ใช่ไหม... งั้นเรามาดูกันว่า ระหว่าง ‘ความรัก’ ของฉัน กับ ‘อำนาจ’ ของคุณ ใครจะพังพินาศก่อนกัน”
เธอขยับไปที่หน้าต่างบานใหญ่ มองออกไปเห็นแสงไฟจากตึกระฟ้าของกรุงเทพฯ ยามค่ำคืน มันช่างสวยงามแต่กลับเต็มไปด้วยพิษสง เหมือนกับชีวิตของคิรากรที่เธอเพิ่งตระหนักได้ในวินาทีนี้ว่า หากเขาหายไป ชีวิตของเธอก็ไม่ต่างอะไรกับเครื่องประดับที่ไร้ราคา เธอยอมแลกทุกอย่าง... แม้กระทั่งศักดิ์ศรีของบรรณาธิการผู้หยิ่งผยอง เพื่อปกป้องลมหายใจของชายที่เป็นทั้งศัตรูและคนรักคนนี้
*ติ๊ด... ติ๊ด... ติ๊ด...*
เสียงเครื่องวัดชีพจรดังสม่ำเสมอเป็นจังหวะเดียวกับความฟุ้งซ่านในใจ รินรดาหันกลับมามองคนที่นอนนิ่งอยู่บนเตียงอีกครั้ง ก่อนจะตัดสินใจเดินเข้าไปใกล้ แล้วโน้มตัวลงกระซิบข้างใบหู
“ตื่นขึ้นมาสิคะคิน... ตื่นมาดูว่าฉันจะจัดการกับคนที่ทำร้ายคุณยังไง”
ทว่า ทันทีที่เธอผละออกมา สายตาเธอก็เหลือบไปเห็นบางอย่างที่วางอยู่บนโต๊ะข้างเตียง—เป็นกล่องกำมะหยี่สีแดงสดที่เธอไม่เคยเห็นมาก่อน มันถูกวางไว้ในตำแหน่งที่เด่นชัดราวกับตั้งใจให้คนมาดูแลเห็น รินรดาขมวดคิ้ว มือสั่นเทาหยิบมันขึ้นมาเปิดออก
ในนั้นไม่ใช่แหวนเพชรหรือเครื่องประดับล้ำค่า แต่มันคือ ‘กุญแจทองเหลืองเก่าคร่ำคร่า’ ดอกหนึ่ง พร้อมโน้ตลายมือหวัดๆ ที่เธอจำได้ขึ้นใจว่ามันเป็นของใคร
*‘ถ้าอยากรู้ว่าทำไมฉันถึงต้องฆ่าเขา... ก็ไขประตูบานนั้นในห้องทำงานของเขาด้วยตัวเองสิ ริน...’*
ขณะที่เธอกำลังตกตะลึงกับข้อความนั้น ประตูห้องพักผู้ป่วยก็ถูกผลักเข้ามาอย่างแรงจนบานประตูชนกับผนัง รินรดารีบซ่อนกล่องกำมะหยี่ไว้ใต้ฝ่ามือ ก่อนจะหันไปเผชิญหน้ากับผู้มาเยือนด้วยแววตานิ่งสงบ—ทว่าภายในกลับพายุคลั่ง
“คุณดูเหนื่อยนะรินรดา... แต่ดูเหมือนคุณจะลืมไปว่า ในโรงพยาบาลแห่งนี้ มีคน ‘จับตาดู’ คุณอยู่ตลอดเวลา”
น้ำเสียงเยือกเย็นที่คุ้นเคยดังมาจากเงามืดหน้าประตู รินรดาตัวแข็งทื่อเมื่อเห็นร่างที่ก้าวออกมาจากเงามืด—ไม่ใช่ใครที่ไหน แต่เป็นคนที่เธอเพิ่งตัดสินใจจะ ‘ทำลาย’ ทิ้งนั่นเอง!
ความลับที่สั่นคลอนหัวใจกำลังจะถูกเปิดเผยในหน้าถัดไป...
ขอบพระคุณนักอ่านที่น่ารักทุกท่านที่ร่วมเดินทางมาถึงบทที่ 29 นี้ด้วยกันนะคะ ชฎาพรายไวน์แดงรักและขอบคุณจากใจค่ะ
ราตรีเร้นรัก: กับดักเสน่หาไฮโซ•ตอนที่ 29
วินาทีความเป็นความตาย
ผลงานโดย ชฎาพรายไวน์แดง
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (ชฎาพรายไวน์แดง)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง ราตรีเร้นรัก: กับดักเสน่หาไฮโซ นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!