เสียงฉลองครบรอบสิบปีของอาณาจักรธุรกิจคีรินทร์กรุ๊ปดังระคนเสียงแก้วคริสตัลกระทบกันในห้องจัดเลี้ยงเพดานสูงตระหง่าน แสงไฟจากแชนเดอเลียร์ระยิบระยับสะท้อนภาพความมั่งคั่งที่คีรินทร์ยืนตระหง่านอยู่ตรงกลางราวกับราชาผู้ไร้พ่าย ทว่าภายใต้สูททักซิโด้สั่งตัดเข้ารูปและรอยยิ้มสุภาพที่เขายกมุมปากขึ้นต้อนรับแขกเหรื่อระดับ V.I.P. นั้น มีความกระด้างและเบื่อหน่ายซ่อนอยู่ลึกจนแทบไม่มีใครสังเกตเห็น
เขากวาดตามองไปรอบห้องด้วยความเคยชิน—ความยิ่งใหญ่ที่ไร้แก่นสาร ทุกคนเข้าหาเขาเพื่อผลประโยชน์ ทุกคำเยินยอคือหน้ากาก และทุกการสบตาคือการเมืองในคราบมิตรภาพ จนกระทั่งบานประตูไม้สักทองบานใหญ่ด้านหน้าห้องโถงถูกผลักเปิดออกด้วยแรงผลักอันนุ่มนวลแต่ทรงพลัง
เสียงดนตรีคลอเบาๆ ดูราวกับจะเงียบลงไปถนัดตา
ร่างระหงในชุดราตรีผ้าไหมสีแดงเพลิงเปิดไหล่ทิ้งชายยาวลากพื้นก้าวเข้ามา ท่าทางการเดินของเธอมั่นคง สง่างาม และเปี่ยมด้วยแรงดึงดูดสะกดสายตาทุกคู่ในห้องให้หันขวับไปมองเป็นตาเดียว ทรวดทรงนาฬิกาทรายที่ถูกโอบกระชับด้วยเนื้อผ้าชั้นดีขับเน้นความเย้ายวนให้เด่นชัด เรือนผมสีดำสนิทถูกรวบเก็บไว้ด้านหลังเผยให้เห็นลำคอระหงและต่างหูเพชรระยิบระยับล้อแสงไฟ แต่สิ่งที่ทำให้หัวใจของคีรินทร์กระตุกวูบจนแทบหยุดเต้น... ไม่ใช่ความงามที่เฉิดฉายจนบาดตาบาดใจนั้น
หากแต่เป็นใบหน้าที่เขาเคยคิดว่าจะไม่มีวันได้เห็นอีกตลอดชีวิต
*ศิรินทร์*
อดีตภรรยาผู้เคยถูกเขาผลไสไล่ส่งอย่างไร้เยื่อใย หญิงสาวที่เคยร้องไห้อ้อนวอนขอความเห็นใจในคืนวันอันหนาวเหน็บเมื่อสามปีก่อน บัดนี้เธอกลับมายืน ณ ที่แห่งนี้ด้วยสถานะใหม่ที่เหนือกว่าคำว่า "ผู้หญิงของใคร" แต่คือ "หุ้นส่วนผู้ทรงอิทธิพล" ที่ถือหุ้นใหญ่ถึงสามสิบเปอร์เซ็นต์ในโครงการยักษ์ใหญ่ที่คีรินทร์กำลังหมายปอง
แก้วไวน์ในมือของคีรินทร์สั่นน้อยๆ จนของเหลวสีแดงเข้มกระเพื่อมไหว กรามหนาขบเข้าหากันแน่นจนสันนูนขึ้นชัดเจน ดวงตาคมกริบเบิกกว้างขึ้นชั่วขณะด้วยความตกตะลึงระคนไม่อยากเชื่อ สัญชาตญาณดิบในตัวร้องเตือนภัยเสียงดังลั่น สติที่เคยควบคุมสถานการณ์ได้เสมอพังทลายลงในเสี้ยววินาที เมื่อศิรินทร์ไม่ได้เดินมาคนเดียว แต่มีแขนแกร่งของธีร์ดนัย ศัตรูตัวฉกาจทางธุรกิจโอบประคองอยู่ที่เอวคอดกิ่วอย่างสนิทสนม
"ขอต้อนรับผู้ถือหุ้นคนใหม่ของเรา... คุณศิรินทร์ และคุณธีร์ดนัยครับ" เสียงพิธีกรบนเวทีกล่าวต้อนรับด้วยความกระตือรือร้น ท่ามกลางเสียงปรบมือเกรียวกราวของเหล่าแขกเหรื่อที่ต่างฮือฮา
ศิรินทร์ไม่ได้หลบสายตาคมปลาบที่จ้องมองมาทางเธอเลยแม้แต่น้อย เธอกลับเชิดคางขึ้นเล็กน้อย มุมปากประดับด้วยรอยยิ้มเย้ายวน เย็นชา และทรงอำนาจ เป็นรอยยิ้มที่ประกาศชัดเจนว่าผู้หญิงที่เคยอ่อนแอคนเดิมได้ตายไปแล้ว และสิ่งที่กลับมาในครานี้คือเพชรน้ำงามที่ถูกหล่อหลอมด้วยความแค้น ไฟโทสะ และความสำเร็จอันหอมหวาน
คีรินทร์รู้สึกเหมือนถูกหมัดฮุกเข้าที่ลิ้นปี่จนจุก แน่นหน้าอกหายใจไม่ออก สมองอื้ออึง ภาพอดีตวันวานย้อนกลับมาทับซ้อน—ภาพที่เขาเคยเมินเฉยหยาดน้ำตาของเธอ ภาพที่เขาเซ็นใบหย่าอย่างไร้ความปรานี และภาพที่เธอเดินจากไปโดยไม่เหลือแม้แต่เงา
เขาเคยคิดว่าเธอเป็นเพียงดอกไม้ริมทางที่เขาจะเด็ดดมเมื่อไหร่ก็ได้ แต่ในนาทีนี้ ดอกไม้ดอกนั้นได้แปรเปลี่ยนเป็นหนามแหลมคมที่พร้อมจะทิ่มแทงหัวใจของเขาให้แหลกสลายคามือ
"ยินดีต้อนรับกลับบ้านนะคะ... คุณคีรินทร์"
เสียงกระซิบที่ลอยมาตามสายลมจากริมฝีปากอิบอิ่มที่อยู่ไกลลิบลิ่ว แม้จะไม่ได้ยินด้วยหู แต่นัยน์ตาคู่สวยของเธอกลับส่งสารนั้นมาถึงเขาอย่างชัดเจนแจ่มแจ้ง ร่างสูงก้าวเท้าถอยหลังไปครึ่งก้าวโดยไม่รู้ตัว มือหนากำเข้าหากันแน่นจนเล็บจิกเข้ากับฝ่ามือฝืนความเจ็บปวด เพื่อคุมสติไม่ให้พุ่งเข้าไปกระชากเธออกจากอ้อมแขนของศัตรูตัวฉกาจต่อหน้าผู้คนนับร้อย
ทว่า ในขณะที่คีรินทร์กำลังพยายามตั้งสติกับพายุอารมณ์ที่โหมกระหน่ำอยู่ในอก สายตาคมของเขากลับเหลือบไปเห็นเด็กชายตัวน้อยวัยราวๆ สามขวบเศษ หน้าตาน่ารักจิ้มลิ้ม ดวงตากลมโตและสันจมูกโด่งรั้นที่ถอดแบบพิมพ์เดียวกันกับเขาออกมาอย่างไร้ที่ติ กำลังยืนหลบอยู่หลังชายกระโปรงของศิรินทร์ และส่งยิ้มซุกซนให้เขาผ่านช่องว่างระหว่างฝูงชน...
หัวใจของคีรินทร์หยุดเต้นสนิทในวินาทีนั้นเอง
ขอบคุณรี้ดเดอร์ทุกท่านที่ติดตามและร่วมเดินทางไปในเกมแห่งความแค้นนี้ด้วยกันนะคะ หวังว่าจะชื่นชอบความสะใจในบทแรกนี้ค่ะ
กามเทพขีดเส้นตาย: รอยแค้นที่ต้องแลกด้วยจุมพิต (สูตรเดิมพันเวลา)•ตอนที่ 1
หวนคืนถิ่นเดิม
ผลงานโดย ชฎาพรายไวน์แดง
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (ชฎาพรายไวน์แดง)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง กามเทพขีดเส้นตาย: รอยแค้นที่ต้องแลกด้วยจุมพิต (สูตรเดิมพันเวลา) นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!