กามเทพขีดเส้นตาย: รอยแค้นที่ต้องแลกด้วยจุมพิต (สูตรเดิมพันเวลา)•ตอนที่ 7

รอยร้าวในธุรกิจ

ผลงานโดย ชฎาพรายไวน์แดง
เสียงกระแทกแฟ้มเอกสารหนาลงบนโต๊ะไม้สักทองดังสนั่น หักล้างความเงียบงันภายในห้องประชุมใหญ่ของศิรินทร์กรุ๊ปจนแทบเป็นเศษเสี้ยว คีรินทร์ยืนค้ำโต๊ะด้วยสองมือ เส้นเลือดที่ข้อมือปูดโปนตามแรงอารมณ์ที่พยายามสะกดกลั้น ดวงตาคมกริบที่เคยฉายแววเย่อหยิ่งและเย็นชาในอดีต บัดนี้กลับแดงก่ำด้วยความโกรธเกรี้ยวและตื่นตระหนก เมื่อตัวเลขในรายงานทางการเงินล่าสุดฟ้องชัดเจนว่าหุ้นในมือของเขากว่าสี่สิบเปอร์เซ็นต์กำลังถูกกว้านซื้ออย่างเงียบเชียบและรวดเร็ว "ฝีมือคุณใช่ไหม... ธีร์ดนัย" คีรินทร์เค้นเสียงลอดไรฟัน สายตาดุดันหันไปจ้องมองชายหนุ่มผู้มีรอยยิ้มเย็นเยียบประดับอยู่บนริมฝีปากอย่างเหนือกว่า ธีร์ดนัยไขว่ห้างพิงพนักเก้าอี้ด้วยท่าทางสบายอารมณ์ เขาสวมสูทตัดเย็บอย่างประณีต ดวงตาคมปลาบมองอดีตซีอีโอผู้ยิ่งใหญ่ด้วยความสมเพชเจือความสะใจ "อย่าใช้คำว่าฝีมือผมเลยครับ... เรียกว่าเป็นการลงทุนที่คุ้มค่าจะดีกว่า ในเมื่อคุณดูแลอาณาจักรนี้ไม่ไหว ก็ควรปล่อยให้คนที่มีปัญญามากกว่าเข้ามาบริหารแทน... จริงไหมครับ คุณศิรินทร์" ประโยคท้ายสุด ธีร์ดนัยเบนสายตาไปยังหัวโต๊ะฝั่งตรงข้าม ที่ตรงนั้น... ศิรินทร์นั่งไขว่ห้างอย่างสง่างามในชุดสูทกระโปรงเข้ารูปสีเพิร์ลออฟไวท์ ใบหน้ารูปไข่แต่งแต้มด้วยเครื่องสำอางบางเบาแต่เฉียบคม ริมฝีปากอิ่มเคลือบลิปสติกสีแดงก่ำคล้ายไวน์ชั้นดีแย้มยิ้มเพียงน้อยนิด ดวงตากลมโตคู่สวยที่เคยไหวระริกด้วยหยาดน้ำตาแห่งความชอกช้ำในวันที่ถูกเขาเขี่ยทิ้งอย่างไร้เยื่อใย บัดนี้กลับนิ่งสนิท ทอประกายอำนาจเย็นชาและทรงพลังจนน่าเกรงขาม ศิรินทร์ไม่ตอบคำถามของธีร์ดนัยด้วยวาจา เธอเพียงแค่ยกแก้วกาแฟเซรามิกขึ้นจิบช้าๆ ปล่อยให้ความเงียบทำหน้าที่กรัดกร่อนความมั่นใจที่เหลืออยู่เพียงน้อยนิดของอดีตสามี ภาพของคีรินทร์ในยามนี้ช่างน่าสมเพชเสียจนเธอแทบไม่อยากเชื่อสายตา ผู้ชายที่เคยเหยียบย่ำหัวใจเธอจนไม่เหลือชิ้นดี ผู้ชายที่เคยบอกว่าเธอไม่มีวันทัดเทียมเขาได้... กำลังยืนหอบหายใจกระชั้นชิดอยู่ตรงหน้า พ่ายแพ้ต่อเกมธุรกิจที่เธอและธีร์ดนัยร่วมมือกันวางหมากเอาไว้อย่างแยบยล "คุณเงียบทำไม ศิรินทร์!" คีรินทร์ทนไม่ไหวอีกต่อไป เขาพุ่งพรวดเข้าไปใกล้เก้าอี้ของหญิงสาว มือหนายื่นออกไปหมายจะคว้าข้อมือเรียบเนียนนั้น แต่กลับต้องชะงักค้างกลางอากาศเมื่อศิรินทร์ตวัดสายตาขึ้นมองด้วยความรังเกียจอย่างไม่ปิดบัง "กรุณารักษามารยาทด้วยค่ะ คุณคีรินทร์" เสียงหวานใสแต่เย็นเยียบจนน่าขนลุกเอ่ยขึ้น "ที่นี่ไม่ใช่บริษัทของคุณอีกต่อไป และฉันก็ไม่ใช่ภรรยาที่จะยอมให้คุณโวยวายใส่ได้ตามอำเภอใจ" ถ้อยคำนั้นเปรียบเสมือนคมมีดที่กรีดลงบนกลางใจของคีรินทร์ ความเจ็บปวดแปลบปลาบแล่นริ้วขึ้นมาจนเขาหายใจไม่ออก ภาพวันเก่าๆ ที่เขาเคยหมางเมิน ทอดทิ้งเธอให้อยู่ลำพังในคฤหาสน์หลังใหญ่ ย้อนกลับมาทิ่มแทงซ้ำแล้วซ้ำเล่า เขากระเสือกกระสนสร้างความยิ่งใหญ่เพื่ออะไร ในเมื่อสุดท้ายแล้ว... สิ่งที่มีค่าที่สุดอย่างเธอ เขากลับผลักไสให้ออกจากชีวิตด้วยมือของตัวเอง ธีร์ดนัยลุกขึ้นยืนเต็มความสูง รอยยิ้มมุมปากยังคงร้ายกาจ "เกมนี้ยังไม่จบหรอกนะคีรินทร์ พรุ่งนี้เช้า... การประชุมผู้ถือหุ้นนัดพิเศษจะชี้ชะตาว่าใครจะได้นั่งเก้าอี้ประธานคนใหม่ เตรียมตัวเก็บข้าวของออกจากห้องทำงานของคุณได้เลย" พูดจบ ธีร์ดนัยก็ก้าวเข้าไปใกล้ศิรินทร์ โน้มตัวลงกระซิบกระซาบด้วยน้ำเสียงกระ่อนกระเทือนอารมณ์ พร้อมกับมือหนาที่ถือวิสาสะแตะลงบนลาดไหล่บางอย่างถือสิทธิ์ "คืนนี้... เรามีเรื่องต้องฉลองความสำเร็จกันยาวๆ นะครับคนสวย" ศิรินทร์ปรายตามองมือของธีร์ดนัย ก่อนจะปัดออกเบาๆ อย่างนิ่มนวลแต่เด็ดขาด "ไว้ค่อยคุยกันเรื่องนั้นค่ะ ธีร์ดนัย" ความสนิทสนมกลมเกลียวของทั้งคู่ที่แสดงออกต่อหน้าต่อตา ยิ่งทำให้ไฟโทสะในอกของคีรินทร์โหมกระหน่ำจนแผดเผาทุกสติสัมปชัญญะ เขาเกลียดรอยยิ้มนั้น เกลียดสายตาที่ศิรินทร์ใช้มองผู้ชายคนอื่น เกลียดความจริงที่ว่าเขากำลังจะสูญเสียทุกอย่าง... ทั้งอำนาจ เกียรติยศ และผู้หญิงคนเดียวที่เขารู้ตัวในวินาทีนี้แล้วว่า... ขาดไม่ได้ ร่างสูงใหญ่เดินดุ่มๆ ออกจากห้องประชุมโดยไม่สนใจสายตาใคร ทิ้งให้ความกดดันอันหนักอึ้งสลายไปกับความเงียบ เมื่อประตูห้องประชุมปิดสนิท ศิรินทร์ถอนหายใจยาวออกมาเบาๆ ความแข็งกร้าวในดวงตาเมื่อครู่เจือจางลง เหลือเพียงความเหนื่อยล้าที่สะสมมาเนิ่นนาน เธอลุกขึ้นยืนเตรียมจะหยิบกระเป๋าเอกสารเพื่อกลับเพนต์เฮาส์ส่วนตัว แต่เสียงฝีเท้าหนักๆ ที่ดังย้อนกลับเข้ามา พร้อมกับแรงกระชากที่ข้อศอก ทำเอาเธออุทานออกมาด้วยความตกใจ ร่างบางถูกดึงเข้าไปปะทะกับแผงอกกว้างของคนที่ควรจะออกไปแล้ว คีรินทร์กักตัวเธอไว้กับผนังห้องกระจกใส ปลายจมูกโด่งคมฝังลงกับซอกคอหอมกรุ่นอย่างถือวิสาสะ ลมหายใจร้อนผ่าวรดรินผิวเนื้ออ่อนจนศิรินทร์สะท้านเฮือก "ปล่อยนะ! คุณบ้าไปแล้วรึไง!" ศิรินทร์ดิ้นรนสุดแรง สองมือพยายามทุบตีแผงอกหนา แต่คีรินทร์กลับยิ่งกระชับกอดแน่นขึ้น ราวกับเธอกำลังจะหลุดลอยหายไปจากอ้อมแขน "ใช่... ผมมันบ้า!" เสียงทุ้มต่ำพร่าสั่น เจือไปด้วยความร้าวรานที่อัดอั้นมานาน "บ้าที่เพิ่งรู้ว่าตัวเองโง่แค่ไหน บ้าที่ปล่อยให้ผู้หญิงที่เป็นดั่งดวงใจหลุดมือไป... ศิรินทร์... กลับมาหาผมเถอะนะ ผมยอมแพ้แล้ว ยอมทุกอย่างแล้ว..." ริมฝีปากร้อนจัดทาบทับลงมาปิดกั้นคำปฏิเสธทั้งหมดอย่างไร้ความปรานี มันไม่ใช่จูบแห่งการบังคับขู่เข็ญแบบในอดีต แต่เป็นจูบที่เต็มไปด้วยหยาดน้ำตาแห่งความสำนึกผิด ความเวทนา และความโหยหาที่กัดกินหัวใจจนแทบแหลกสลาย ศิรินทร์เบิกตากว้างด้วยความคาดไม่ถึง รสสัมผัสที่คุ้นเคยปลุกเร้าไฟปรารถนาและบาดแผลเก่าให้ปะทุขึ้นพร้อมกัน กลิ่นอายบุหรี่จางๆ ผสมผสานกับกลิ่นกายเฉพาะตัวของผู้ชายที่เธอเคยรักสุดหัวใจ ทำให้สติที่พยายามประคับประคองมาตลอดพังทลายลงในชั่วพริบตา เรียวลิ้นร้อนสอดแทรกเข้ามาเกี่ยวพัน กวาดต้อนความหวานล้ำภายในโพรงปากอย่างเอาแต่ใจ มือหนาข้างหนึ่งเลื่อนลงมาโอบกระชับเอวคอดกิ่วให้แนบชิดยิ่งขึ้น จนแทบไม่มีช่องว่างระหว่างเรือนร่าง สัมผัสวาบหวามที่คุ้นเคยไล่ลามไปทั่วแผ่นหลัง ทำเอาเข่าของหญิงสาวแทบทรุดลงไปกองกับพื้น ลมหายใจขาดห้วง เสียงครางประท้วงในลำคอถูกกลืนหายไปกับรสจูบที่ลึกซึ้งและเร่าร้อนขึ้นเรื่อยๆ จนแทบหลอมละลาย ท่ามกลางความมืดสลัวของห้องประชุมที่เงียบงัด อารมณ์ดิบเถื่อนและโหยหาเข้าครอบงำคนทั้งคู่ แรงต้านทานในตอนแรกแปรเปลี่ยนเป็นการตอบสนองอย่างลืมตัว มือเรียวบางที่เคยผลักไส ค่อยๆ เปลี่ยนเป็นจิกเกร็งลงบนไหล่กว้างของอดีตสามี ดึงรั้งเขาให้เข้ามาสัมผัสความแนบชิดที่ขาดหายไปนานแรมปี เพลิงรักที่ถูกกักเก็บไว้ใต้ซากปรักหักพังของความแค้นกำลังโหมกระพือขึ้นอีกครั้งในค่ำคืนนี้... ทว่า... ในวินาทีที่ศิรินทร์กำลังจะเคลิบเคลิ้มไปกับรสสัมผัสอันวาบหวามและหอมหวาน เสียงเคาะประตูกระจกสามครั้งดังขึ้นขัดจังหวะ พร้อมกับร่างของเลขานุการส่วนตัวที่ผลักประตูเข้ามาโดยไม่ทันตั้งตัว "คุณศิรินทร์คะ... มีพัสดุด่วนส่งตรงถึงคุณค่ะ ระบุว่าเป็นเอกสารลับจาก..." เลขานุการสาวชะงักกึก เมื่อเห็นภาพประธานสาวคนสวยกำลังแนบชิดอยู่กับอดีตสามีในสภาพเสื้อผ้าหลุดลุ่ยเล็กน้อย ศิรินทร์ผุดลุกขึ้นด้วยความตกใจ ใบหน้าหวานแดงก่ำด้วยความกระดากอาย รีบจัดเสื้อผ้าให้เข้าที่อย่างรวดเร็ว "วางไว้บนโต๊ะค่ะ..." ศิรินทร์เอابانเสียงสั่นพร่า พยายามปรับลมหายใจให้เป็นปกติ เลขานุการสาวก้มหน้าด้วยความเกรงใจ รีบวางซองเอกสารสีน้ำตาลหนาปึกไว้บนโต๊ะทำงาน ก่อนจะรีบหมุนตัวเดินออกไปและปิดประตูให้อย่างรู้หน้าที่ คีรินทร์ยืนหอบหายใจหนักหน่วง มองหน้าอดีตภรรยาด้วยแววตาอาลัยอาวรณ์ แต่ศิรินทร์กลับเบือนหน้าหนี ซ่อนร่องรอยความหวั่นไหวไว้ภายใต้ใบหน้าเรียบเฉย เธอย่างสามขุมเข้าไปหยิบซองเอกสารบนโต๊ะขึ้นมาเปิดออกอย่างช้าๆ ดวงตากลมโตคู่สวยกวาดมองข้อความในกระดาษแผ่นแรกผ่านๆ ก่อนที่เรียวคิ้วสวยจะขมวดเข้าหากันด้วยความสงสัย เมื่อหยิบกระดาษแผ่นถัดมาขึ้นมาดู... ลมหายใจของเธอก็สะดุดกึก ร่างกายแข็งทื่อราวกับถูกสาปให้กลายเป็นหิน นั่นคือผลตรวจอัตพันธุกรรม (DNA) ฉบับจริง... ระหว่างเด็กชายตัวน้อยวัยสี่ขวบ... กับชื่อของบิดาผู้ให้กำเนิดที่ปรากฏหราอยู่บนบรรทัดสุดท้าย ศิรินทร์หน้าซีดเผือด มือเรียวสั่นเทาจนแทบถือกระดาษไม่อยู่ เมื่อเงยหน้าขึ้นสบตากับคีรินทร์ที่มองมาด้วยความงุนงง เธอก็พบว่า... ความลับที่เธอเพียรซ่อนเร้นมาตลอดหลายปี บัดนี้ได้หลุดร่วงลงมาอยู่ตรงหน้าเขาแล้ว! --------------------------------------------------- ขอบคุณรี้ดเดอร์ทุกคนที่ร่วมเดินทางและอินไปกับเกมรักเกมแค้นครั้งนี้ด้วยกันนะคะ - ชฎาพรายไวน์แดง
สารจากนักเขียน (ชฎาพรายไวน์แดง)
ดูโปรไฟล์ →

"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง กามเทพขีดเส้นตาย: รอยแค้นที่ต้องแลกด้วยจุมพิต (สูตรเดิมพันเวลา) นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"

ความคิดเห็น (0)

ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์

ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้

เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!

บ่มเพาะไข่ไดโนเสาร์60%