กลิ่นน้ำหอมราคาแพงผสมผสานกับกลิ่นอายความกดอากาศต่ำในห้องทำงานส่วนตัวของคีธ อัครเดโช มันคือกลิ่นของอำนาจที่ทำให้คนตัวเล็กกว่าตรงหน้าแทบหยุดหายใจ พิมพ์อัปสรถอยกรูดไปจนแผ่นหลังปะทะเข้ากับชั้นหนังสือหรูหราที่เต็มไปด้วยแฟ้มเอกสารลับ เธอพยายามจะคว้ามีดพกขนาดจิ๋วที่ซ่อนอยู่ข้างขาอ่อน แต่มือหนาของเขากลับไวกว่า... เขาตวัดร่างเธอเข้าหาตัวจนช่องว่างระหว่างเรากลายเป็นศูนย์
"คิดจะทำอะไรในบ้านของฉัน?" คีธกระซิบ เสียงของเขาแหบพร่า ทว่าแฝงด้วยความเฉียบคมดุจใบมีดโกน นิ้วโป้งหยาบกร้านเกลี่ยไล้ไปตามริมฝีปากล่างที่เม้มแน่นของเธออย่างคุกคาม "ความทะเยอทะยานของเธอเกินตัวไปหน่อยไหม พิมพ์อัปสร?"
"ฉันไม่ได้ทำเพื่อตัวเอง... ฉันทำเพื่อความถูกต้อง" เธอเค้นเสียงตอบ ดวงตาคู่สวยสั่นไหวแต่ยังคงจ้องมองกลับด้วยความทระนง
คีธหัวเราะในลำคอ เสียงนั้นไม่ใช่ความขบขัน แต่มันคือการเยาะเย้ย เขาออกแรงบีบคางเธอให้เงยขึ้น บังคับให้รับแรงกดดันจากสายตาคมกริบที่เหมือนกำลังกัดกินเธอไปทั้งร่าง
"ความถูกต้องงั้นหรือ? ในโลกของฉัน... ความถูกต้องคือสิ่งที่ฉันขีดเขียนขึ้นมาเอง" เขาโน้มใบหน้าลงมาจนลมหายใจอุ่นร้อนรดรินอยู่เหนือริมฝีปากของเธอ "ข้อมูลพวกนั้น... เธอคิดว่ามันคุ้มค่ากับการที่ต้องกลายเป็น 'ของเล่น' ชิ้นหนึ่งของฉันไปตลอดชีวิตงั้นหรือ?"
"ปล่อยฉัน!" เธอคำราม พยายามผลักแผงอกแกร่งที่แข็งราวกับหินผา แต่ยิ่งขัดขืน เขากลับยิ่งกักขังเธอด้วยร่างกายที่ทาบทับลงมา
คีธเปลี่ยนจังหวะการควบคุม มือที่เคยบีบคางเลื่อนขึ้นไปรวบข้อมือทั้งสองข้างของเธอไว้เหนือศีรษะด้วยมือเพียงข้างเดียว แรงมหาศาลนั้นทำให้เธอนิ่งงัน ก่อนที่เขาจะโน้มลงมาประทับจูบที่ดุดันและหิวกระหาย มันไม่ใช่จูบที่นุ่มนวล แต่เป็นการประกาศศักดาการเป็นเจ้าของ รสสัมผัสที่ป่าเถื่อนทำให้สมองของพิมพ์อัปสรพร่าเลือน ความรู้สึกต่อต้านในใจลึกๆ ถูกความวาบหวามที่เขาป้อนให้เข้าครอบงำจนแทบสิ้นสติ
เขาลากไล้ริมฝีปากจากกลีบปากนุ่ม ลงมายังซอกคอขาวระหง ขบเม้มจนเกิดรอยจางๆ สัมผัสที่เขามอบให้มันกระชากวิญญาณเธอให้ดำดิ่งลงสู่กรงขังที่มองไม่เห็น พิมพ์อัปสรรู้สึกถึงความเปียกชื้นของอารมณ์ที่พุ่งพล่านในกาย เธอเกลียดตัวเองที่ตอบสนอง แต่ทุกตารางนิ้วที่เขาแตะต้อง มันกลับปลุกเร้าสัญชาตญาณดิบในตัวเธอให้สั่นสะท้าน
"เธอมันก็แค่สมบัติที่ฉันเก็บได้ระหว่างทาง..." คีธผละออกมามองใบหน้าที่แดงก่ำและดวงตาที่ฉ่ำวาวด้วยหยาดน้ำตาแห่งอารมณ์ เขากดจูบซ้ำๆ ลงบนจุดชีพจรที่เต้นระรัวของเธอ "นับจากวินาทีนี้ไป เธอไม่ใช่สื่อมวลชนที่วิ่งไล่ตามความจริง แต่เธอคือ 'เชลย' ของฉัน... จะใช้งานจนกว่าฉันจะพอใจ หรือจนกว่าเธอจะแหลกคามือฉันไปเอง"
"คุณ... คุณมันปิศาจคีธ" เธอหอบหายใจถี่
"ปิศาจที่เธอหนีไม่พ้นยังไงล่ะ" เขาตวัดร่างเธอยกขึ้นจนเท้าของเธอพ้นจากพื้น ก่อนจะเดินมุ่งตรงไปยังโซฟาหนังตัวใหญ่กลางห้องโดยไม่ปล่อยให้เธอมีโอกาสดิ้นรนหลุดมือ
ขณะที่เขากำลังจะโยนเธอลงบนโซฟา เสียงฝีเท้าหนักๆ ของใครบางคนก็ดังขึ้นที่หน้าประตูห้องทำงาน คีธชะงัก สายตาที่เคยจดจ้องแต่เพียงนางเอกกลับตวัดไปมองบานประตูด้วยความเย็นชา มือที่กอดรัดเอวบางกระชับแน่นขึ้นอีกครั้ง
"เจ้านายครับ..." เสียงของธันวาดังลอดผ่านเข้ามาในจังหวะที่หัวใจของพิมพ์อัปสรแทบหยุดเต้น "มีบางอย่างที่คุณต้องเห็น... เกี่ยวกับ 'ไฟล์ลับ' ที่นังนี่มันพยายามจะส่งออกไป"
คีธแค่นยิ้มที่มุมปาก แววตาคมกริบฉายแววอันตรายกว่าเดิม เขาก้มลงกระซิบข้างใบหูเธอด้วยน้ำเสียงที่ทำให้คนฟังใจหายวาบ "ดูเหมือนของเล่นของฉัน จะยังทำหน้าที่ไม่สมบูรณ์เท่าที่ควรนะพิมพ์อัปสร... เพราะถ้าฉันรู้ว่าเธอยังกล้าหักหลังฉันแม้ในนาทีที่อยู่ใต้ร่าง... ฉันคงต้องขังเธอไว้ในที่ที่ไม่มีใครมองเห็นไปตลอดกาล"
ทว่าก่อนที่คีธจะเดินไปเปิดประตู เขากลับจงใจกดสวิตช์มืดข้างผนัง จนห้องทั้งห้องตกอยู่ในความมืดสนิท... เหลือเพียงเสียงลมหายใจของเธอที่ดังระงมอยู่ในความเงียบงัน พร้อมกับความรู้สึกถึงฝ่ามือหนาที่ลูบไล้ขึ้นมาตามเรียวขาอย่างถือสิทธิ์ ในขณะที่ธันวากำลังหมุนลูกบิดประตูเข้ามา
วริศร์วิสกี้ขอขอบคุณรี้ดเดอร์ทุกท่านที่ติดตามและดำดิ่งไปกับความมืดมิดในบทนี้นะครับ
เซ็นเซอร์รัก ร้ายเกินพิกัด•ตอนที่ 2
กรงขังที่มองไม่เห็น
ผลงานโดย วริศร์วิสกี้
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (วริศร์วิสกี้)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง เซ็นเซอร์รัก ร้ายเกินพิกัด นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!
