"คุณไม่ได้กำลังกักขังฉันไว้ในห้องทำงานเพื่อคุยเรื่องแบบแปลนอาคารหรอกใช่ไหมคะ คุณคินน์?"
รินรดาเอ่ยขึ้นท่ามกลางความเงียบงันที่กดทับอยู่ในห้องทำงานส่วนตัวของซีอีโอหนุ่ม กลิ่นอายของไม้มะฮอกกานีและจางจางของน้ำหอมกลิ่นแซนดัลวู้ดที่เขามักใช้โอบล้อมกายเธอไว้จนหายใจติดขัด เธอขยับตัวถอยหลังจนแผ่นหลังบางปะทะเข้ากับขอบโต๊ะทำงานไม้ตัวใหญ่ สายตาของเขาที่จ้องมองมานั้นราวกับกรงขังที่มองไม่เห็น มันไม่ได้เย็นชาเหมือนเวลาที่เขาอยู่ต่อหน้าพนักงานคนอื่น แต่มันกลับร้อนแรงและเย้ายวนจนน่าหวาดหวั่น
คินน์ไม่ได้ตอบคำถามนั้นทันที เขาสาวเท้าเข้ามาใกล้จนระยะห่างระหว่างเขากับเธอกลายเป็นศูนย์ มือหนาข้างหนึ่งยันขอบโต๊ะไว้ข้างตัวเธอ กักขังร่างเล็กไว้ในอ้อมแขนอย่างถือสิทธิ์
"รินรดา..." เสียงของเขาต่ำพร่า ลากยาวผ่านอากาศที่ดูเหมือนจะเบาบางลงทุกที "ผมเคยบอกคุณไปแล้วไม่ใช่เหรอ ว่าในห้องนี้... เรื่องของงานเป็นเพียงข้ออ้าง"
รินรดาเม้มริมฝีปากแน่น หัวใจเจ้ากรรมเต้นกระหน่ำจนกลัวว่าเขาจะได้ยิน เธอพยายามดึงสติให้กลับมาจดจ่อกับความเป็นมืออาชีพ ทั้งที่ในความเป็นจริง สติสัมปชัญญะของเธอกำลังถูกแผดเผาด้วยความใกล้ชิดที่เกินเลยขอบเขต
"เรามีข้อตกลงกันแล้ว เรื่องนี้ไม่ควรรวมเรื่องส่วนตัว..."
"กฎน่ะมันมีไว้ให้คนอื่นทำตาม แต่สำหรับผม..." คินน์ขยับใบหน้าเข้ามาใกล้จนปลายจมูกเกือบจะสัมผัสกัน "ผมไม่เคยสนใจกฎที่ตัวเองเป็นคนเขียน ถ้ามันจะทำให้ผมเข้าใกล้คุณได้น้อยลงแม้แต่นิ้วเดียว"
นิ้วชี้เรียวยาวของเขาเชยคางมนของเธอขึ้นช้าๆ สัมผัสนั้นแผ่วเบาทว่าหนักแน่นดุจคำประกาศิต รินรดารู้สึกเหมือนถูกตรึงด้วยสายตาคู่นั้น ความหนาวเหน็บที่เคยเกาะกุมหัวใจจากเหตุการณ์เมื่อครู่ถูกแทนที่ด้วยความอบอุ่นวาบหวามที่ลุกลามไปทั่วสรรพางค์กาย เธอรู้อยู่เต็มอกว่านี่คือกับดัก แต่ความหอมหวานที่เขามอบให้กลับทำให้เธอยอมจำนนที่จะก้าวเข้าสู่ความมืดมิดนั้นด้วยความเต็มใจ
"คุณกำลังทำให้ฉันไขว้เขว" เธอพึมพำ น้ำเสียงขาดห้วงและสั่นพร่า
"นั่นคือสิ่งที่ผมต้องการ"
คินน์โน้มตัวลงต่ำ ริมฝีปากของเขาเฉียดผ่านใบหูของเธอจนเธอต้องขนลุกเกรียวไปทั้งตัว รินรดาสัมผัสได้ถึงไออุ่นที่แผ่ออกมาจากร่างกายของเขา มันต่างจากความเย็นชาที่เขาแสดงออกต่อโลกภายนอกอย่างสิ้นเชิง เขามีมุมที่เปราะบางและอ่อนโยนเก็บไว้ให้เพียงคนเดียวที่เขาอนุญาตให้เข้าใกล้... และเขากำลังทำให้เธอเชื่อว่าเธอคือคนคนนั้น
รินรดาตัดสินใจรวบรวมแรงเฮือกสุดท้ายดันแผงอกของเขาออกเบาๆ ไม่ใช่เพราะเธอไม่อยากถูกสัมผัส แต่เพราะเธอกลัว... กลัวว่าถ้าหากเธอยอมปล่อยใจให้จมดิ่งไปมากกว่านี้ เธอจะไม่เหลือทางถอยกลับไปสู่โลกของความจริงที่เต็มไปด้วยเล่ห์เหลี่ยมของเมธาอีกต่อไป
"อย่าทำแบบนี้เลยค่ะ" เธอสบตาเขา แววตาสั่นระริก "ถ้าเมธาเห็น หรือถ้าใครรู้ว่าความสัมพันธ์ของเรามันข้ามเส้นไปแล้ว สิ่งที่คุณพยายามปกป้องมาตลอดจะพังทลายลงในพริบตา"
คินน์ชะงัก สายตาที่เคยอ่อนโยนเปลี่ยนเป็นเคร่งขรึมในเสี้ยววินาที เขารู้ดีว่าความลับที่เมธาพยายามขุดคุ้ยนั้นอันตรายเพียงใด และการที่เขามอบหัวใจให้รินรดาก็เปรียบเสมือนการส่งจุดอ่อนที่สุดไปวางไว้บนมือของศัตรู
"ผมจะปกป้องคุณ" เขาเอ่ยด้วยน้ำเสียงเด็ดขาด "ต่อให้ต้องแลกด้วยทุกอย่างที่ผมมี ผมจะไม่ยอมให้ใครมาแตะต้องคุณ หรือทำให้คุณต้องเสียใจ"
ทว่าในวินาทีที่บรรยากาศกำลังจะลึกซึ้งเกินควบคุม เสียงเคาะประตูห้องก็ดังขึ้นอย่างกระแทกกระทั้นขัดจังหวะความเงียบที่แสนอึดอัดนั้น ทั้งสองคนผละออกจากกันราวกับโดนไฟช็อต คินน์หันไปปรับท่าทีให้กลับมาเป็นซีอีโอผู้สุขุมอีกครั้งในชั่วพริบตา
"เข้ามา" เสียงของเขาเปลี่ยนเป็นเรียบนิ่ง ไร้อารมณ์
ประตูเปิดออกอย่างรวดเร็วพร้อมกับการปรากฏตัวของเมธา ชายหนุ่มก้าวเข้ามาพร้อมรอยยิ้มที่ดูเย้ยหยันและดวงตาที่จับจ้องมายังรินรดาอย่างมีเลศนัย ในมือของเขาถือซองเอกสารสีน้ำตาลที่ดูเหมือนจะเป็นอาวุธร้ายแรงที่เขาตั้งใจจะนำมาตัดสินทุกอย่างในวันนี้
"ขอโทษที่ขัดจังหวะเวลาอันแสนหวานนะครับ ท่านประธาน" เมธาหัวเราะร่วนในลำคอ "แต่ผมคิดว่าสิ่งที่ผมเพิ่งเจอมาในห้องเก็บข้อมูลน่าจะทำให้คุณเลิกสนใจเรื่อง... เรื่องส่วนตัว แล้วหันมาดูหายนะที่กำลังจะมาเยือนบริษัทเราก่อนดีกว่า"
คินน์หรี่ตาลง รังสีอำมหิตแผ่กระจายออกมาจากตัวเขาจนรินรดารู้สึกได้ถึงความกดดันที่พุ่งสูงขึ้น รินรดาเห็นมือของคินน์กำหมัดแน่นที่ข้างตัว ความสงบเยือกเย็นที่เขาพยายามรักษาไว้ดูเหมือนจะเริ่มพังทลายเมื่อเห็นสีหน้าผู้ชนะของเมธา
เมธาเดินตรงเข้ามาวางซองเอกสารลงบนโต๊ะทำงานของคินน์ ก่อนจะก้มลงกระซิบข้างหูของรินรดาด้วยน้ำเสียงที่ทำให้เธอต้องเย็นวาบไปถึงสันหลัง
"คุณคงไม่รู้สินะรินรดา ว่าชายที่ยืนอยู่ตรงหน้าคุณ... ไม่ได้รักใครนอกจากเงาของตัวเอง และคุณ... ก็เป็นเพียงแค่เครื่องมือที่เขาใช้เพื่อปิดบังรอยแผลเป็นที่น่าอับอายเท่านั้น"
รินรดาเบิกตากว้าง ความหนาวเหน็บที่เคยจากไปกลับมาเกาะกุมหัวใจอีกครั้งเมื่อเห็นสายตาของคินน์ที่มองมาที่เธอมันไม่ได้มีความอบอุ่นหลงเหลืออยู่เลย... มันมีเพียงความหวาดระแวงและความเงียบงันที่แสนน่ากลัว
ขอบพระคุณนักอ่านทุกท่านที่ร่วมเดินทางและตกหลุมรักไปพร้อมกับตัวละครในบทนี้นะคะ แล้วพบกันใหม่ในตอนถัดไปค่ะ
ละอองดาวเดือนเก้า
พันธะอุ่นไอรักใต้เงาจันทร์•ตอนที่ 7
สัมผัสที่เกินเลย
ผลงานโดย ละอองดาวเดือนเก้า
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (ละอองดาวเดือนเก้า)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง พันธะอุ่นไอรักใต้เงาจันทร์ นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!