พันธะอุ่นไอรักใต้เงาจันทร์•ตอนที่ 30

พันธะรักนิรันดร์

ผลงานโดย ละอองดาวเดือนเก้า
"ถ้าคุณยังไม่ยอมวางปากกาด้ามนั้นลงภายในสามวินาที รินสัญญาว่าจะไม่ยอมให้คุณเข้าใกล้เตียงไปอีกหนึ่งสัปดาห์เต็มๆ เลยค่ะ คินน์" เสียงหวานทว่าเฉียบขาดของรินรดาทำเอาซีอีโอหนุ่มผู้ทรงอิทธิพลที่กำลังง่วนอยู่กับการเซ็นเอกสารกองโตบนโต๊ะทำงานไม้โอ๊คตัวใหญ่ชะงักกึก เขาเงยหน้าขึ้นจากกระดาษแผ่นสุดท้าย มุมปากหยักลึกยกยิ้มอย่างอ่อนโยนจนดวงตาคมกริบคู่นั้นทอประกายวับวาวราวกับมีแสงดาวซ่อนอยู่ภายใน คินน์วางปากกาลงอย่างว่าง่าย ก่อนจะดันเก้าอี้ตัวหรูถอยหลังแล้วลุกขึ้นยืนเต็มความสูง เขาก้าวเดินไปหาภรรยาสาวที่ยืนกอดอกพิงขอบประตูห้องทำงานด้วยท่าทางที่แม้จะดูดุ แต่ก็แฝงไว้ด้วยความห่วงใยจนเขารู้สึกอบอุ่นไปถึงหัวใจ "ผมแค่เคลียร์งานชิ้นสุดท้ายให้จบครับริน... พรุ่งนี้เราจะได้มีเวลาให้กันอย่างเต็มที่โดยไม่มีเรื่องเมธาหรือเอกสารพวกนี้มากวนใจเราอีก" เขาเอ่ยพลางยื่นมือหนาไปเกลี่ยปอยผมที่ตกลงมาปรกใบหน้าสวยนวลของคนรักอย่างเบามือ รินรดาไม่ได้หลบสายตา เธอขยับเข้าไปใกล้ขึ้นจนสัมผัสได้ถึงกลิ่นน้ำหอมจางๆ ที่คุ้นเคย ความทรงจำย้อนกลับไปถึงช่วงเวลาที่ทั้งคู่ต้องฝ่าฟันมรสุมชีวิต เมื่อเมธาพยายามใช้เล่ห์เหลี่ยมหวังจะฮุบบริษัทและทำลายชื่อเสียงของคินน์ ทว่าในวิกฤตเหล่านั้น มันกลับกลายเป็นบททดสอบที่ทำให้เธอกับเขาจับมือกันแน่นขึ้นกว่าเดิม "อดีตคือบทเรียนค่ะคินน์" เธอเอ่ยเสียงแผ่ว พลางลูบมือหนาที่วางอยู่บนแก้มของเธอ "เมธาได้รับผลกรรมที่เขาทำไว้แล้ว ส่วนเรา... เราก็แค่ต้องเรียนรู้ที่จะใช้ชีวิตที่เหลืออยู่ให้คุ้มค่าที่สุดเท่านั้นเอง" คินน์ดึงร่างบางเข้ามากอดไว้แนบอก ความเงียบงันภายในห้องทำงานมีเพียงเสียงหัวใจที่เต้นเป็นจังหวะสอดประสานกัน เขาฝังใบหน้าลงกับลาดไหล่มน สูดกลิ่นหอมสะอาดของสบู่ที่รินรดาใช้เป็นประจำ กลิ่นที่ทำให้เขารู้สึกว่า 'บ้าน' ไม่ได้เป็นเพียงสถานที่ แต่มันคือคนคนนี้ "คุณจำวันที่เราสัญญากันใต้แสงจันทร์ที่ระเบียงห้องในคืนที่ทุกอย่างดูมืดมนที่สุดได้ไหมครับ?" เขาถามขณะกอดกระชับร่างนั้นแน่นขึ้น "ตอนนั้นผมยังกังวลอยู่เลยว่า ผมจะสามารถปกป้องผู้หญิงที่ทั้งเก่งและเข้มแข็งอย่างคุณได้ยังไง... ทั้งที่หัวใจผมเองก็แทบจะพังทลายอยู่แล้ว" รินรดาเงยหน้าขึ้นมองคนรัก ดวงตาคู่สวยสั่นไหวด้วยความรักที่ลึกซึ้ง "คินน์คะ ความแข็งแกร่งของรินไม่ได้มาจากความสมบูรณ์แบบ แต่มันมาจากความมั่นใจว่า ต่อให้โลกทั้งใบจะหมุนเปลี่ยนไปอย่างไร คนที่ยืนอยู่ข้างรินคนนี้จะไม่ปล่อยมือกัน ไม่ว่าวันนั้นจะเป็นวันที่เงียบเหงาหรือวันที่พายุโหมกระหน่ำก็ตาม" เขาโน้มใบหน้าลงมา ประทับจุมพิตที่หน้าผากมนอย่างแผ่วเบา สัมผัสนั้นอบอุ่น ลึกซึ้ง และเปี่ยมไปด้วยความหมาย มันไม่ใช่เพียงความปรารถนาทางกาย แต่มันคือคำสัญญาที่ไม่มีวันจืดจาง คินน์จูงมือภรรยาสาวเดินออกจากห้องทำงาน เข้าสู่พื้นที่แห่งความสุขภายในบ้านที่รินรดาเป็นคนออกแบบและตกแต่งเองทุกตารางนิ้ว แสงไฟสีนวลตาในบ้านช่างดูแตกต่างจากแสงไฟนีออนที่เย็นชาในห้องทำงานของเขาเหลือเกิน ที่นี่ไม่มีศัตรู ไม่มีธุรกิจ มีเพียงร่องรอยของการสร้างตัวและถักทอความสัมพันธ์ที่เข้มแข็ง พวกเขานั่งลงบนโซฟานุ่มตัวใหญ่ในห้องนั่งเล่น รินรดาหยิบกรอบรูปใบหนึ่งขึ้นมาดู มันเป็นรูปภาพของทั้งคู่ในวันแต่งงานที่เรียบง่ายแต่เต็มไปด้วยความหมาย ในรูปนั้น คินน์มองเธอด้วยสายตาที่ท่วมท้นไปด้วยความรัก ส่วนเธอก็ยิ้มอย่างมีความสุขที่สุดในชีวิต "รินคะ... ขอบคุณนะครับที่เลือกผม" คินน์กระซิบข้างหู น้ำเสียงสั่นพร่าด้วยความตื้นตัน "ขอบคุณที่เข้ามาเป็นส่วนหนึ่งที่ขาดหายไปในชีวิตผู้ชายเย็นชาอย่างผม" รินรดาวางรูปภาพลงบนตัก แล้วเอื้อมมือไปกุมมือเขาไว้แน่น "รินต่างหากค่ะที่ต้องขอบคุณ ขอบคุณที่คอยซัพพอร์ตความฝันของริน ขอบคุณที่เข้าใจในความเป็นคนเจ้าระเบียบจนน่ารำคาญของริน และขอบคุณที่ทำให้รินรู้ว่า... การมีชีวิตคู่นั้นไม่ได้หมายถึงการเดินไปข้างหน้าคนเดียว แต่คือการได้เดินเคียงข้างคนที่เราไว้ใจที่สุดไปจนวันสุดท้ายของชีวิต" สายลมยามค่ำคืนพัดผ่านหน้าต่างบานกว้าง นำพากลิ่นหอมของดอกไม้ในสวนเข้ามาในตัวบ้าน คินน์กระชับอ้อมกอดภรรยาไว้แนบแน่น เขารู้ดีว่าชีวิตต่อจากนี้อาจจะมีปัญหาเล็กๆ น้อยๆ เข้ามาท้าทาย แต่ตราบใดที่พวกเขายังคงมีความเข้าใจและให้เกียรติกันแบบนี้ เขาก็พร้อมจะเผชิญหน้ากับทุกอย่าง "พรุ่งนี้เราไปพักผ่อนที่ทะเลกันเถอะนะคะ ที่ที่เราเจอกันครั้งแรก" รินรดาเสนอพร้อมรอยยิ้ม คินน์ยิ้มตอบ พลางจุมพิตที่หลังมือเธออย่างนุ่มนวล "ที่ไหนก็ได้ครับ ขอแค่มีคุณอยู่ข้างๆ แบบนี้... สำหรับผม มันก็คือสวรรค์บนดินแล้ว" ในค่ำคืนที่เงียบสงบ ภายใต้แสงจันทร์ที่สาดส่องลงมาดุจพยานรัก พันธะที่เชื่อมโยงหัวใจทั้งสองดวงไว้ด้วยกันนั้นไม่ใช่เพียงกฎหมายหรือความผูกพันทางสังคม แต่มันคือ 'ไออุ่น' ที่ซึมลึกอยู่ในจิตวิญญาณ เป็นความรักที่เปี่ยมด้วยความเข้าใจ ซึ่งจะเติบโตและงดงามไปตลอดกาล ดั่งดวงดาวที่ยังคงอยู่เคียงคู่กับพระจันทร์ชั่วนิรันดร์ ชีวิตคู่ของรินรดาและคินน์ไม่ได้ถูกโรยด้วยกลีบกุหลาบเสมอไป แต่มันถูกถักทอด้วยความเข้าใจ ความไว้ใจ และความรักที่เรียบง่ายแต่เปี่ยมพลัง และในตอนนี้... ทั้งคู่ก็ได้พบคำตอบแล้วว่า ความสุขที่แท้จริงนั้นไม่ได้อยู่ที่ปลายทางแห่งความสำเร็จ แต่มันอยู่ที่การได้ใช้ชีวิตร่วมกันในทุกๆ ลมหายใจที่เหลืออยู่ ละอองดาวเดือนเก้าหวังเป็นอย่างยิ่งว่าเรื่องราวของรินรดาและคินน์จะสร้างรอยยิ้มและแรงบันดาลใจให้แก่คุณผู้อ่านทุกท่านนะคะ
สารจากนักเขียน (ละอองดาวเดือนเก้า)
ดูโปรไฟล์ →

"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง พันธะอุ่นไอรักใต้เงาจันทร์ นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"

ความคิดเห็น (0)

ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์

ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้

เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!

บ่มเพาะไข่ไดโนเสาร์60%