เสียงกระดาษแผ่นบางที่ถูกฉีกออกจากสมุดบันทึกเล่มหนาดังขึ้น ท่ามกลางความเงียบงันอันน่าอึดอัดภายในคฤหาสน์หลังใหญ่ที่ครั้งหนึ่งเคยอบอุ่นไปด้วยความหวัง ก่อนจะถูกแปรเปลี่ยนให้กลายเป็นกรงขังแห่งความเย็นชา
พิมพ์ชนกไม่ได้ร้องไห้ น้ำตาของเธอมันเหือดแห้งไปตั้งแต่วินาทีที่ภาคินทร์โยนใบหย่าใส่หน้า พร้อมกับประโยคฆาตกรรมทางความรู้สึกที่ว่า *“เธอไม่ใช่คนโปรดของฉัน และไม่มีวันใช่”*
หญิงสาวยืนอยู่หน้าโต๊ะทำงานตัวใหญ่ของสามี—อดีตสามี—ในยามวิกาล บรรยากาศรอบตัววังเวงราวกับสุสานฝังศพความรู้สึก เธอก้มมองกระดาษสีขาวสะอาดในมือ หัวใจดวงน้อยที่บอบช้ำจนแทบไม่เหลือชิ้นดีกลับกระตุกวูบอย่างรุนแรง เมื่อผลตรวจทางการแพทย์ที่เพิ่งได้รับเมื่อช่วงเย็นปรากฏเด่นชัดต่อสายตา
*ตั้งครรภ์ได้หัปดาห์ที่ห้า*
ตลกสิ้นดี... ในวันที่เธอกำลังจะเดินออกจากชีวิตของเขา ในวันที่ความสัมพันธ์ของเราพังทลายลงจนไม่เหลือซาก สวรรค์กลับส่งโซ่ทองคล้องใจเส้นนี้มาผูกมัดเธอไว้กับผู้ชายใจร้ายคนนั้น
พิมพ์ชนกยกมือขึ้นโอบกอบหน้าท้องแบนราบของตัวเองโดยสัญชาตญาณ ความรู้สึกอุ่นวาบแผ่ซ่านเข้ามาในอกท่ามกลางความหนาวเหน็บ แต่มันก็ตามมาด้วยความกลัวจนตัวสั่นเทา หากภาคินทร์รู้เรื่องนี้... เขาจะทำอย่างไร? เขาจะหาว่าเธอกุเรื่องเพื่อเกาะติดอยู่กับความมั่งคั่งของตระกูลอัครเดชาโชติเหมือนที่เขาเคยกล่าวหาเธอมาตลอดหรือไม่? หรือที่ร้ายไปกว่านั้น... เขาอาจจะพรากเลือดเนื้อเชื้อไขของเธอไป เพื่อแลกกับการตัดปัญหาและความรำคาญใจ
"ไม่มีวันค่ะ... ลูกจะเป็นของพิมคนเดียว"
เสียงกระซิบแหบพร่าหลุดออกจากริมฝีปากที่สั่นระริก เธอพับกระดาษแผ่นนั้นเก็บใส่กระเป๋าเสื้อโค้ทตัวเก่งอย่างมิดชิด ดวงตากลมโตที่เคยอ่อนโยนและเต็มไปด้วยความรัก บัดนี้แปรเปลี่ยนเป็นความแข็งกร้าวและเย็นชาดุจน้ำแข็งขั้วโลก
*ยินดีต้อนรับสู่โลกแห่งความจริงนะคะ... ภาคินทร์*
คำพูดที่เธอทิ้งไว้ให้เขาเมื่อตอนเย็นดังสะท้อนก้องอยู่ในโสตประสาท มันไม่ใช่คำขู่ แต่มันคือคำประกาศิตของการเริ่มต้นการเอาคืนในแบบที่เขาไม่มีวันตั้งตัว
พิมพ์ชนกหันหลังให้ห้องทำงานนั้นอย่างไร้เยื่อใย เธอเดินลากกระเป๋าเดินทางใบเล็กก้าวออกจากคฤหาสน์ตระกูลอัครเดชาโชติในยามวิกาล โดยไม่มีแม้แต่เสียงร่ำลา ไม่มีแม้แต่เงาของภาคินทร์ที่ขังตัวเองอยู่ห้องทำงานอีกมุมหนึ่งของบ้าน ทิ้งไว้เพียงความว่างเปล่า และความลับชิ้นใหญ่ที่จะพลิกผันชะตากรรมของคนทั้งคู่ไปตลอดกาล
...
ห้าปีต่อมา
ณ สולาใจกลางกรุงเทพมหานคร อาคารสำนักงานสถาปนิกชื่อดังระดับประเทศอบอวลไปด้วยกลิ่นอายความทันสมัย พิมพ์ชนกในชุดสูทเข้ารูปสีเทาเข้มสะท้อนภาพลักษณ์ของหญิงสาวผู้ประสบความสำเร็จ เธอไม่ใช่พิมพ์ชนกคนเดิมที่อ่อนแอและยอมให้ใครเหยียบย่ำอีกต่อไปแล้ว รอยยิ้มมั่นใจและแววตาเด็ดเดี่ยวทำให้เธอกลายเป็น "คุณพิม" ที่ลูกน้องต่างเกรงขามและนับถือ
"คุณพิมคะ แบบแปลนโครงการรีสอร์ทที่ภูเก็ต ทางคุณกันตภณส่งมาให้ตรวจรอบสุดท้ายแล้วค่ะ" เลขานุการสาวก้าวเข้ามาพร้อมแฟ้มเอกสารในมือ
"ค่ะ ขอบคุณมากนะคะคุณเกด เดี๋ยวฉันดูต่อเองค่ะ" พิมพ์ชนกรับแฟ้มมาพลิกดูอย่างพินิจพิเคราะห์ ชื่อของ 'กันตภณ' ปรากฏเด่นชัดในฐานะสถาปนิกคู่บุญที่คอยช่วยเหลือและเคียงข้างเธอมาตลอดในช่วงเวลาที่ยากลำบาก เขากลายเป็นเพื่อนสนิท เป็นที่ปรึกษา และเป็นผู้ชายอบอุ่นคนเดียวที่เข้ามาเติมเต็มรอยร้าวในใจของเธอ โดยที่เธอไม่เคยเปิดช่องว่างให้หัวใจได้เจ็บปวดอีกเลย
แต่ทว่า... โลกกลมๆ ใบนี้มักเล่นตลกกับโชคชะตาเสมอ
ก๊อก ก๊อก ก๊อก!
เสียงเคาะประตูห้องทำงานดังขึ้น ก่อนที่ประตูกระจกจะถูกผลักเปิดออกโดยผู้จัดการฝ่ายประสานงาน สีหน้าของอีกฝ่ายดูตื่นตระหนกจนเห็นได้ชัด
"คุณพิมคะ... มีแขกสำคัญมาขอพบค่ะ เขาอ้างว่าเป็นตัวแทนจากกลุ่มทุนใหญ่ที่เพิ่งชนะการประมูลที่ดินแปลงติดกับเรา และ... และเขาต้องการพบคุณพิมเป็นการส่วนตัวค่ะ"
พิมพ์ชนกขมวดคิ้วเล็กน้อยด้วยความสงสัย "ใครกันคะ ทำไมต้องพบฉันเป็นการส่วนตัวด้วย ให้เขาไปคุยกับฝ่ายเจรจาธุรกิจสิคะ"
"เอ่อ... คือว่า..." เลขานุการกลืนน้ำลายลงคออย่างยากลำบาก ก่อนจะเบี่ยงตัวหลีกทางให้ร่างสูงสง่าของใครบางคนก้าวเข้ามาหยุดยืนอยู่ตรงหน้าประตู
ลมหายใจของพิมพ์ชนกสะดุดกึกทันที โลกทั้งใบคล้ายหยุดหมุน
ร่างสูงในชุดสูทสีดำสนิทตัดเย็บอย่างประณีต เรือนผมสีดำสนิทรับกับใบหน้าหล่อเหลาที่ยังคงความคมคายและเย่อหยิ่งไว้เช่นเดิม ดวงตาคมกริบคู่นั้นกวาดมองเข้ามาในห้องทำงาน ก่อนจะหยุดนิ่งอยู่ที่ใบหน้าของเธอ รังสีความกดดันและอำนาจมืดแผ่ซ่านออกมาจากตัวผู้ชายคนนั้น จนแทบทำให้บรรยากาศในห้องอึดอัดหายใจไม่ออก
ภาคินทร์... สามีเก่าที่เธอทิ้งใบหย่าและหายตัวไปอย่างไร้ร่องรอยเมื่อห้าปีที่แล้ว!
มุมปากหยักลึกยกยิ้มขึ้นเล็กน้อย เป็นรอยยิ้มที่ไม่ได้ไปถึงดวงตา แต่มันเต็มไปด้วยความหมายล้ำลึกและอันตรายดุจสัตว์ป่าที่ล่าเหยื่อจนมุม
"ไม่ได้เจอกันนานเลยนะคะ... พิมพ์ชนก" เสียงทุ้มต่ำทรงเสน่ห์เอ่ยขึ้นช้าๆ ขณะก้าวเข้ามาประชิดโต๊ะทำงานของเธอ โดยที่สายตาคมกริบคู่นั้นไม่มีทีท่าว่าจะละไปจากใบหน้าของเธอเลยแม้แต่น้อย "ภรรยาหนีเที่ยวเก่งแบบนี้... รู้ไหมคะว่าสามีเขาตามหาจนพลิกแผ่นดินเลยนะ"
พิมพ์ชนกกำมือแน่นใต้โต๊ะ เล็บจิกเข้ากับฝ่ามือเพื่อเรียกสติและความเยือกเย็นกลับคืนมา เธอมองสบตาอดีตสามีด้วยแววตาที่นิ่งสนิท ไร้ซึ่งความหวาดกลัวอย่างที่เขาคาดคิด
"ขอโทษด้วยนะคะคุณภาคินทร์ แต่เราหย่ากันขาดตามกฎหมายไปตั้งแต่ห้าปีที่แล้ว... คุณไม่มีสิทธิ์มาเรียกฉันว่าภรรยาอีกต่อไป" เธอเชิดหน้าขึ้น เอวาคำพูดด้วยน้ำเสียงราบเรียบแต่เชือดเฉือนคมกริบ
ภาคินทร์หัวเราะในลำคอเบาๆ ก้าวเข้าไปใกล้เธออีกก้าว จนระยะห่างแทบไม่เหลือพื้นที่ "งั้นเหรอคะ... แต่สำหรับฉัน ใบหย่าบ้าๆ นั่น ไม่มีค่าอะไรเลย ถ้าฉันยังไม่ได้ทวงของของฉันคืน..."
เข้มข้น บีบคั้น และเชือดเฉือน—เกมการแก้แค้นและการแย่งชิงหัวใจได้เริ่มต้นขึ้นแล้ว
ทว่า ในขณะที่สงครามประสาทระหว่างคนทั้งคู่กำลังปะทุขึ้น ประตูห้องทำงานก็ถูกผลักเปิดออกอีกครั้งด้วยฝ่ามือเล็กๆ ของเด็กชายวัยสี่ขวบหน้าตาน่ารักน่าเอ็นดู ที่วิ่งดุ๊กๆ เข้ามาพร้อมกับถุงขนมในมือ
"มัมมี่ฮะ! น้องโปรดหิวน้ำจัง... เอ๊ะ?"
เด็กชายหยุดชะงักเมื่อเห็นผู้ชายแปลกหน้าตัวโตยืนอยู่ข้างๆ มารดา ดวงตากลมโตสุกใสถอดแบบพิมพ์ชนกมาไม่มีผิดเพี้ยน หันไปมองหน้าภาคินทร์สลับกับพิมพ์ชนกด้วยความสงสัย
ภาคินทร์ชะงักกึก สายตาดุจเหยี่ยวเบนไปมองเด็กชายตัวน้อยที่ยืนอยู่ตรงหน้า ร่างสูงแข็งทื่อราวกับถูกสาปให้กลายเป็นหิน เมื่อกวาดสายตามองโครงหน้า คิ้ว และริมฝีปากของเด็กชายคนนั้น—มันคือสำเนาถูกต้องของตัวเขาเองในวัยเด็กไม่มีผิดเพี้ยน!
หัวใจของประธานหนุ่มผู้เย็นชาหยุดเต้นไปชั่วขณะ ขณะที่ความจริงอันน่าตกตะลึงกระแทกเข้าใส่หน้าอย่างจัง
*เด็กคนนี้... คือลูกของเขาอย่างนั้นหรือ?*
ติดตามตอนต่อไปใน "กาลครั้งหนึ่งคุณเคยเป็นโลกทั้งใบ"
---
ขอบคุณรี้ดเดอร์ทุกคนที่อยู่เคียงข้างและสนับสนุน "ชานมไข่มุกหวานร้อย" เสมมานะคะ!
กาลครั้งหนึ่งคุณเคยเป็นโลกทั้งใบ•ตอนที่ 2
ความลับใต้เงาความมืด
ผลงานโดย ชานมไข่มุกหวานร้อย
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (ชานมไข่มุกหวานร้อย)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง กาลครั้งหนึ่งคุณเคยเป็นโลกทั้งใบ นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!
