เสียงกระแทกแฟ้มเอกสารบนโต๊ะกระจกนิรภัยหนาเตอะดังสนั่นจนก้องไปทั่วห้องประชุมใหญ่ชั้นห้า십ของ “ธราธร โฮลดิ้งส์” มันไม่ใช่เสียงของการทำงาน แต่เป็นเสียงคำรามกักขฬะจากความหงุดหงิดที่ไร้การควบคุมของชายผู้สวมสูทสั่งตัดเข้ารูปราคาแพง
“ผมให้เวลาพวกคุณไปตรวจสอบบัญชีกลุ่มทุนจากสวิสเซอร์แลนด์นั่นมาสามวันเต็มๆ แต่สิ่งที่ได้กลับมาคือความว่างเปล่าอย่างนั้นเหรอ!”
ธราธรผุดลุกขึ้นยืนเต็มความสูง นัยน์ตาคมกริบที่เคยใช้กวาดล้านนาณาจักรธุรกิจด้วยความเย่อหยิ่งกำลังวาวโรจน์ด้วยความโกรธเกรี้ยว เขากวาดสายตามองบรรดาผู้บริหารระดับสูงที่นั่งคอตกเหงื่อกาฬแตกพลั่กอยู่รอบโต๊ะประชุมยาวเหยียด ไม่มีใครกล้าแม้แต่จะเงยหน้าขึ้นมาสบตา มหาเศรษฐีหนุ่มผู้กุมบังเหียนอาณาจักรหมื่นล้านไม่เคยยอมรับคำว่า “พ่ายแพ้” หรือแม้แต่ความไม่สมบูรณ์แบบใดๆ ทั้งสิ้น
สำหรับเขา โลกใบนี้ขับเคลื่อนด้วยตัวเลข อำนาจ และเงินสดที่สามารถซื้อได้ทุกอย่าง แม้กระทั่งศักดิ์ศรีของคนที่เคยคุกเข่าอ้อนวอนเขาเมื่อสามปีก่อน
“ท่านประธานครับ... ทางกองทุนนิรนาม L&R Capital เพิ่งส่งจดหมายเวียนด่วนที่สุดมาถึงสำนักงานเลขาธิการเมื่อห้านาทีที่แล้วครับ” เลขานุการส่วนตัวก้าวเข้ามาด้วยขาที่สั่นเทา ยื่นซองกระดาษสีครีมหนาปั๊มตรานูนทองให้ด้วยมือที่เกร็งค้าง
ธราธรแค่นAเสียงหัวเราะในลำคออย่างดูแคลน เขาคว้าซองมาฉีกกระชากอย่างไม่ไยดี “พวกเหลือบไรที่คิดจะมาฮุบหุ้นช่วงสุญญากาศสินะ ส่งทีมกฎหมายไปจัดการฟ้องล้มละลายพวกมันซะ ฉันไม่มีเวลามาเล่นขายของกับกองทุนกระლოกพวกนี้”
“เอ่อ... เกรงว่าจะไม่ได้ครับท่าน” เลขานุการกลืนน้ำลายลงคออย่างยากลำบาก “เพราะผู้ถือหุ้นรายใหม่ที่เพิ่งกว้านซื้อหุ้นสามัญสามสิบเปอร์เซ็นต์สุดท้ายในตลาดรองเมื่อเช้านี้... ใช้สิทธิพิเศษตามมาตราสิบสี่ เข้ามานั่งเป็น ‘ประธานร่วม’ ในวาระเร่งด่วนนี้เรียบร้อยแล้วครับ”
ประโยคนั้นทำให้บรรยากาศในห้องประชุมดิ่งลึกลงสู่ความหนาวยะเยือกทันที ธราธรชะงัก นิ้วมือที่ถือเอกสารกระตุกเกร็งเล็กน้อย ก่อนที่ประตูบานคู่ด้านหลังห้องจะค่อยๆ ถูกผลักเปิดออกอย่างเชื่องช้า
ไม่มีเสียงเฮลิคอปเตอร์คำรามก้อง ไม่มีเสียงต้อนรับเกรียวกราว มีเพียงเสียงส้นสูงกระทบพื้นหินอ่อนเป็นจังหวะหนักแน่น... และเยือกเย็นราวกับเสียงฝีเท้าของยมทูตที่ก้าวเข้ามาทวงหนี้ชีวิต
ร่างเพรียวระหงในชุดสูทเข้ารูปสีดำสนิท ไร้ซึ่งเครื่องประดับใดๆ นอกจากเข็มกลัดเพชรเม็ดเล็กรูปกิ่งก้านของต้นไม้ที่ไร้ใบ รินรดาก้าวเข้ามาด้วยท่าทีสงบนิ่งดุจผืนน้ำแข็งกลางมหาสมุทรอันเวิ้งว้าง ใบหน้ารูปไข่นั้นเรียบเฉย ไร้รอยยิ้ม ไร้ความโกรธเกรี้ยว แต่แววตาคู่คมที่มองตรงมายังประธานหนุ่มกลับมีความคมกริบเสียยิ่งกว่าใบมีดโกนอาบยาพิษ
ธราธรถึงกับชะงักงัน ลลมหายใจของมหาเศรษฐีผู้เย่อหยิ่งสะดุดกึกไปชั่วขณะ ภาพหญิงสาวมอมแมม น้ำตานองหน้า ที่เคยถูกเขาเหยียดย่ำและไล่ตะเพิดออกจากคฤหาสน์เมื่ออดีต ซ้อนทับกับภาพสตรีผู้ทรงอำนาจเบื้องหน้าอย่างเลือนราง—แต่นี่ไม่ใช่ผู้หญิงคนเดิม คนนี้คือตัวแทนแห่งความพินาศที่สวมเกราะเหล็กแห่งความแค้นมาอย่างสมบูรณ์แบบ
“ยินดีที่ได้พบกันอีกครั้งนะคะ... คุณธราธร”
น้ำเสียงหวานนุ่มทว่าเย็นเยียบราวน้ำแข็งขั้วโลกเอื้อnเอ่ยขึ้น ท่ามกลางความเงียบงันที่กดดันจนแทบหายใจไม่ออก รินรดาก้าวตรงไปยังเก้าอี้ประธานฝั่งตรงข้าม—ตำแหน่งที่เคยเป็นของเขาแต่เพียงผู้เดียว—ก่อนจะค่อยๆ หย่อนตัวลงนั่งอย่างสง่างามโดยไม่ได้รับอนุญาต สายตาคู่สีนิลกวาดมองเอกสารงบการเงินบนโต๊ะด้วยความสมเพชเวทนา
ธราธรขบกรามแน่นจนสันกรามขึ้นเป็นสันนูน ความตกตะลึงถูกแทนที่ด้วยความกรุ่นโกรธที่พุ่งพล่านจนเส้นเลือดที่ขมับปูดโปน เขาตบโต๊ะเสียงดังสนั่นลั่นห้องเพื่อข่มขวัญ
“เธอเข้ามาที่นี่ได้ยังไง! รินรดา! คิดจะเล่นตลกอะไร งบการเงินบริษัทฉันไม่ใช่สนามเด็กเล่นของเธอ ไสหัวออกไปซะก่อนที่ฉันจะให้ รปภ. ลากตัวเธอออกไป!”
รินรดายังคงนิ่งสงบ เธอไม่แม้แต่จะกระพริบตา ปฏิกิริยาเกรี้ยวกราดของเขาเป็นเพียงแค่เสียงเห่าหอนของสุนัขจนตรอกในสายตาเธอ หญิงสาวค่อยๆ ยกเรียวแขนขึ้นไขว่ห้างอย่างสบายอารมณ์ ก่อนจะหยิบสมาร์ตโฟนเครื่องหรูขึ้นมาหมุนเล่นเบาๆ
“รปภ. อย่างนั้นหรือคะ?” มุมปากของเธอยกขึ้นเป็นรอยยิ้มหยันที่สวยงามแต่สะพรึงกลัว “เกรงว่าตอนนี้... รปภ. ทุกคน รวมถึงฝ่ายรักษาความปลอดภัยทั้งหมดของตึกนี้ จะอยู่ภายใต้คำสั่งของ ‘ผู้ถือหุ้นใหญ่’ อย่างฉันเรียบร้อยแล้วค่ะ”
เธอกดหน้าจอสมาร์ตโฟนเพียงครั้งเดียว พร้อมกับที่หน้าจอดิจิทัลขนาดใหญ่กลางห้องประชุมสว่างวาบขึ้น แสดงผังโครงสร้างการถือหุ้นใหม่ทั้งหมด—ชื่อของ ‘L&R Capital’ ปรากฏหราในฐานะผู้ถือหุ้นใหญ่ถึงห้าสิบเอ็ดเปอร์เซ็นต์ อำนาจเบ็ดเสร็จเด็ดขาดอยู่ในมือของผู้หญิงที่เขาเคยคิดว่าเหยียบย่ำลงดินได้ง่ายที่สุด
ธราธรหน้าซีดเผือด สีเลือดบนใบหน้าหายวับไปกับตา ความมั่งคั่งและอำนาจที่เขาสั่งสมมาทั้งชีวิตกำลังพังทลายลงต่อหน้าต่อตาด้วยน้ำมือของคนที่เขาเคยผลักไส
“เธอ... เธอซื้อหุ้นทั้งหมดนี่มาจากไหน เงินบ้าอะไรตั้งหมื่นล้าน...” เสียงของมหาเศรษฐีผู้ยิ่งใหญ่สั่นพร่าโดยไม่รู้ตัว
รินรดาค่อยๆ ลุกขึ้นยืนช้าๆ โน้มตัวลงไปข้างหน้า ใช้มือเรียวบางแตะลงบนขอบโต๊ะกระจก นัยตาคู่สวยจ้องลึกเข้าไปในดวงตาที่กำลังตื่นตระหนกของเขา กระซิบด้วยน้ำเสียงที่ดังพอให้ได้ยินกันทั่วทั้งห้อง
“เงินที่ฉันใช้ซื้อตึกนี้... ก็คือเงินปันผลที่คุီးเคยโกงบริษัทเก่าของครอบครัวฉันไปอย่างไรล่ะคะ คุณธราธร” เธอยกยิ้มมุมปากอย่างเยือกเย็น “และตอนนี้... ถึงเวลาที่ฉันจะทวงคืนทุกอย่าง... ทั้งบริษัท ศักดิ์ศรี และลมหายใจหมาๆ ของคุณแล้วค่ะ”
ทันใดนั้น เสียงสัญญาณเตือนภัยดิจิทัลดังขึ้นพร้อมกับหน้าจอหลักของบริษัทที่เปลี่ยนเป็นสีแดงฉาน ข้อความแจ้งเตือนจากระบบธนาคารกลางปรากฏขึ้นพร้อมกันทั่วทั้งเครือข่าย
[บัญชีสำรองทั้งหมดของ 'ธราธร โฮลดิ้งส์' ถูกอายัดโดยคำสั่งศาลสูงสุดตามคำร้องขอของ L&R Capital]
ธราธรเบิกตากว้างด้วยความช็อกสุดขีด เขาล้มลงไปกองกับเก้าอี้ ร่างกายสั่นเทาขณะที่มองรินรดากดปุ่มเปิดใช้งานระบบทำลายล้างอัตโนมัติบนแท็บเล็ตของเธออย่างไร้ความปรานี
ขอบคุณสำหรับการติดตามอ่านนะคะ แล้วพบกันใหม่ในตอนหน้าค่ะ
มหาเศรษฐีไร้ใจกับศัตรูที่ถูกลืม•ตอนที่ 1
หมากกระดานใหม่
ผลงานโดย ต้นไม้ริมระเบียง
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (ต้นไม้ริมระเบียง)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง มหาเศรษฐีไร้ใจกับศัตรูที่ถูกลืม นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!
