เสียงโลหะบิดตัวลั่นเอี๊ยดในสุญญากาศ ดังสนั่นก้องกังวานอยู่ในโครงสร้างเหล็กกล้าของสถานีอวกาศเซนทอรี-โฟร์ ราวกับกระดูกของยักษ์ใหญ่ที่กำลังแตกหัก อีไลจาห์ เวนน์ ไม่ได้สนใจเสียงนั้น สมองส่วนหน้าของเขากำลังคำนวณอัตราการรั่วไหลของออกซิเจนในเซกเตอร์เจ็ดอย่างรวดเร็ว ตัวเลขดิจิทัลสีแดงฉานสะท้อนอยู่ในเรตินาเทียมของแว่นตานิกริด นิ้วเรียวยาวในถุงมือสุญญากาศหนาเตอะกำลังเชื่อมแนวรอยต่อของท่อส่งความดันหลักด้วยพลาสมาอาร์ค
"ถ้าคุณตัดวงจรท่อเส้นนั้นตอนนี้ ลูกเรือในห้องกักกันทิศตะวันออกทั้งหมดจะขาดอากาศหายใจตายภายในสามสิบวินาทีนะครับ, คุณเวนน์"
น้ำเสียงนุ่มนวลแต่ราบเรียบราวกับใบมีดที่เคลือบด้วยนวมกำมะหยี่ดังขึ้นผ่านระบบสื่อสารภายใน อีไลจาห์ขมวดคิ้วเล็กน้อยโดยไม่ละสายตาจากเปลวไฟสีฟ้าครามที่กำลังหลอมโลหะ เขาปิดสวิตช์เครื่องเชื่อม หันขวับกลับไปมองผู้บุกรุกที่ยืนอยู่ตรงประตูห้องควบคุมแรงดันที่ถูกงัดเปิดออก
คัลเลน ไรท์ ยืนอยู่ที่นั่น ในชุดทูตสันติภาพสีขาวสะอาดไร้รอยเปื้อน ซึ่งดูขัดตาอย่างสิ้นเชิงกับสภาพแวดล้อมที่เต็มไปด้วยคราบน้ำมันเครื่อง สนิมเหล็ก และฝุ่นละอองในแรงโน้มถ่วงจำลอง ทูตหนุ่มไม่มีอุปกรณ์ป้องกันภัยส่วนบุคคลใดๆ นอกจากหน้ากากกรองอากาศแบบพกพาที่ห้อยอยู่ตรงคอ รอยยิ้มสุภาพประดับอยู่บนใบหน้าคมคาย ดวงตาสสีเทาเข้มคู่นั้นจ้องมองอีไลจาห์ด้วยความนิ่งสงบที่ชวนให้รู้สึกอึดอัด
"มันเป็นทางเลือกเดียวที่จะรักษาความดันของสถานีส่วนกลางไว้ได้, ท่านทูตไรท์" อีไลจาห์ตอบด้วยน้ำเสียงทุ้มต่ำและเย็นชา ปราศจากความลังเล "คณิตศาสตร์ไม่มีความเห็นอกเห็นใจ และมันไม่ได้สนใจว่ามนุษย์กี่คนที่จะต้องเสียสละเพื่อให้โครงสร้างหลักยังคงลอยอยู่ได้"
"แต่กฎบัตรสภาสหพันธ์ระบุไว้อย่างชัดเจนว่า ชีวิตมนุษย์คือสิ่งศักดิ์สิทธิ์ที่ไม่อาจนำมาคำนวณเป็นสัดส่วนความคุ้มทุนได้" คัลเลนก้าวเท้าเข้ามาในห้องควบคุมอย่างช้าๆ รองเท้าบูทไร้เสียงกระทบกับพื้นตารางโลหะ เขายืนหยุดอยู่ห่างจากวิศวกรหนุ่มเพียงแค่เอื้อมมือ "ห้องกักกันนั้นมีพลเรือนแปดสิบชีวิต รวมถึงเด็กฝึกงานจากสถานีโคจรวงโคจรต่ำ พวกเขาไม่ใช่ตัวเลขในสเปรดชีตของคุณนะครับ"
"ถ้าเราไม่ตัดท่อเส้นนั้น สถานีทั้งหมดจะระเบิด และพวกเราทั้งแปดร้อยชีวิตรวมถึงตัวคุณ จะกลายเป็นเศษซากดาวเคราะห์น้อยที่ล่องลอยอยู่ในห้วงอวกาศ" อีไลจาห์ก้าวเข้าไปประชิด ร่างกายสูงใหญ่ภายใต้ชุดช่างสีเข้มสร้างแรงกดดันทางกายภาพอย่างชัดเจน ดวงตาสีดำสนิทจ้องลึกเข้าไปในดวงตาของอีกฝ่าย "คุณเลือกจะช่วยแปดสิบคน แล้วให้แปดร้อยคนตายร่วมกับคุณด้วยความรู้สึกภูมิใจในศีลธรรมอันงดงามอย่างนั้นหรือครับ?"
คัลเลนไม่ถอยหนี เขายังคงรักษาระยะห่างที่สมบูรณ์แบบ รอยยิ้มจางๆ บนมุมปากไม่ได้ลดความจริงจังในแววตาลงเลยแม้แต่น้อย มือเรียวเอื้อมไปแตะแผงควบคุมระบบท่อส่งก๊าซที่อีไลจาห์เพิ่งซ่อมแซมเสร็จไปครึ่งหนึ่ง ปลายนิ้วของเขาอยู่ห่างจากปุ่มฉุกเฉินสีส้มเพียงไม่กี่มิลลิเมตร
"ผมไม่ได้บอกว่าจะปล่อยให้ทุกคนตาย, คุณเวนน์" คัลเลนกระซิบ เสียงของเขานุ่มนวลจนเกือบจะกลืนหายไปกับเสียงฮัมของเครื่องยนต์รีแอกเตอร์ "ผมแค่นำเสนอ... วิธีที่สาม"
อีไลจาห์หรี่ตาลง สัญชาตญาณเตือนภัยในหัวทำงานอย่างบ้าคลั่ง "ไม่มีวิธีที่สาม ระบบสำรองถูกทำลายตั้งแต่แรงกระแทกครั้งแรกเมื่อสามชั่วโมงก่อนแล้ว"
"มีสครับ... ถ้าคุณยอมสละโมดูลควบคุมแรงดันของห้องเครื่องฝั่งซ้าย ซึ่งเป็นพื้นที่เก็บกักขยะอวกาศที่ไม่ได้ใช้งานแล้ว เราสามารถเบี่ยงเบนแรงดันส่วนเกินไปที่นั่นได้โดยไม่ต้องตัดอากาศของห้องกักกัน" คัลเลนกล่าวพร้อมกับเลื่อนหน้าจอโฮโลแกรมส่วนตัวขึ้นมากลางอากาศ นิ้วเรียวตวัดข้อมูลโครงสร้างสถานีที่ถูกเข้ารหัสระดับสูงอย่างคล่องแคล่ว "ผมเพิ่งส่งรหัสผ่านเข้าใช้งานระบบสำรองนั้นให้คุณเมื่อสามวินาทีที่แล้ว ลองเช็คดูสิครับ"
อีไลจาห์ก้มมองแท็บเล็ตในมือ ข้อมูลชุดหนึ่งปรากฏขึ้นพร้อมกับรหัสผ่านที่ถูกต้องอย่างน่าเหลือเชื่อ รหัสผ่านนั้นเป็นสิทธิ์ระดับผู้ดูแลระบบสูงสุด ซึ่งแม้แต่ตัวเขาเองที่เป็นหัวหน้าวิศวกรก็ยังไม่มีสิทธิ์เข้าถึงในยามปกติ
วิศวกรหนุ่มเงยหน้าขึ้นมองคู่สนทนาด้วยความรู้สึกที่ผสมผสานระหว่างความแคลงใจและความทึ่ง "คุณเป็นใครกันแน่, ท่านทูต? ทูตสันติภาพธรรมดาไม่มีทางเข้าถึงรหัสผ่านระดับสถาปัตยกรรมหลักของเซนทอรี-โฟร์ได้... เว้นแต่ว่าหน้าที่ที่แท้จริงของคุณบนสถานีแห่งนี้ จะไม่ใช่การเจรจาทางการทูต"
คัลเลนหัวเราะเบาๆ ในลำคอ เสียงนั้นทุ้มต่ำและมีเสน่ห์อย่างประหลาด เขาโน้มตัวเข้าไปใกล้จนอีไลจาห์ได้กลิ่นจางๆ ของโคโลญจน์ราคาแพงที่ตัดกับกลิ่นอับชื้นของสถานีอวกาศอย่างสิ้นเชิง
"บางครั้ง, ความจริงก็ซ่อนอยู่หลังตำแหน่งงานที่น่าเบื่อที่สุดเสมือนกับที่ชีวิตของคุณซ่อนอยู่หลังกองระเบียบปฏิบัติการเหล่านี้นั่นแหละครับ" คัลเลนกระซิบข้างใบหูของวิศวกรหนุ่ม ลมหายใจอุ่นกระทบกับปกเสื้อ "ตอนนี้... คุณจะเลือกกดปุ่มที่ผมเสนอ หรือจะเลือกวิธีอำมหิตของคุณเอง?"
อีไลจาห์นิ่งเงียบ สมองของเขากำลังประเมินความเสี่ยงทั้งหมดในเสี้ยววินาที เคมีในร่างกายปั่นป่วนจากความใกล้ชิดที่ก้ำกึ่งระหว่างความเป็นศตวรรษและการดึงดูดทางจิตวิญญาณที่เขาไม่อาจปฏิเสธได้ นิ้วของเขาแตะลงบนแผงควบคุม เตรียมจะพิมพ์รหัสที่ทูตหนุ่มมอบให้
ทว่า ในจังหวะที่ปลายนิ้วกำลังจะสัมผัสแป้นพิมพ์โฮโลแกรม เสียงสัญญาณเตือนภัยระดับวิกฤตก็ดังแทรกขึ้นมาอย่างกะทันหัน
*ติ๊ด! ติ๊ด! ติ๊ด!*
หน้าจอหลักของห้องควบคุมดับวูบลง ก่อนจะเปลี่ยนเป็นสีแดงฉานพร้อมกับข้อความแจ้งเตือนระบบฉุกเฉินที่สั่นไหว
[ตรวจพบการเข้าถึงที่ไม่ได้รับอนุญาต: ไฟล์ลับโครงการ "โพรมีธีอุส" กำลังถูกดาวน์โหลดไปยังยานภายนอกสถานี]
อีไลจาห์ชะงักค้างกลางอากาศ เขาดึงมือกลับทันingหันแล้วหันขวับไปมองคัลเลนด้วยสายตาที่คมกริบดั่งใบมีด ทว่ารอยยิ้มบนใบหน้าของทูตหนุ่มในตอนนี้ได้มลายหายไปจนหมดสิ้น เหลือเพียงแววตาที่เยียบเย็นและเต็มไปด้วยความลับที่ลึกซึ้งยิ่งกว่าห้วงอวกาศ
"ดูเหมือนว่า... จะมีแขกไม่ได้รับเชิญอีกคนกำลังเล่นสนุกกับระบบของเราแล้วนะครับ, คุณเวนน์" คัลเลนเอ่ยด้วยน้ำเสียงเรียաբสนิท ขณะที่ประตูห้องควบคุมด้านหลังค่อยๆ เลื่อนเปิดออกเผยให้เห็นร่างเงาตะคุ่มในชุดอวกาศสีดำสนิทที่ไม่มีสัญลักษณ์สังกัดใดๆ ยืนถือปืนพลาสมาเล็งตรงมาที่พวกเขาทั้งสองคน
ขอบพระคุณทุกท่านที่ร่วมเดินทางมากับผมในตอนนี้นะครับ
ไฮเปอร์ไดรฟ์
วิศวกรขั้วลบกับทูตสันติภาพไร้เสียง•ตอนที่ 2
ผู้บุกรุกในชุดทูต
ผลงานโดย ไฮเปอร์ไดรฟ์
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (ไฮเปอร์ไดรฟ์)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนครับ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง วิศวกรขั้วลบกับทูตสันติภาพไร้เสียง นะครับ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะครับ ขอบคุณทุกคนครับ 🙏✨"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!
