เชฟกระทะร้อนสะท้านยุค 70 กับสามีนักรบผู้หิวโหย•ตอนที่ 9

จัดการพวกสูบเลือด

ผลงานโดย หลินฮวายุคปฏิรูป
"ถ้าพวกท่านยังกล้าก้าวขาเข้ามาเหยียบธรณีประตูบ้านของฉันอีกแม้แต่ก้าวเดียว ฉันจะสาดน้ำล้างพริกแกงเผ็ดนรกนี่ใส่หน้าให้เสียโฉมกันไปข้างหนึ่งเลย!" เสียงตวาดแหลมสูงแต่ทรงพลังของหลินหว่านเอ๋อร์ดังสนั่นหวั่นไหว สะท้อนก้องไปทั่วลานบ้านดินอัดแน่นจนฝูงไก่ในเล้าข้างบ้านถึงกับกระพือปีกพับๆ วิ่งหนีตายกันอลหม่าน กลิ่นหอมฉุนรุนแรงของพริกแห้งคั่วและกระเทียมเจียวที่นางตั้งใจตำเตรียมไว้ทำเครื่องแกงลอยฟุ้งตลบอบอวล ผสมผสานกับควันสีเทาจางๆ ที่ลอยกรุ่นจากเตาฟืน ยิ่งขับเน้นให้บรรยากาศการเผชิญหน้าในยามสายนี้ระอุยิ่งกว่าอุณหภูมิในกระทะเหล็ก ป้าสะใภ้ใหญ่จาง—ผู้มีศักดิ์เป็นพี่สะใภ้ของสามี—ชะงักเท้าที่กำลังจะก้าวข้ามธรณีประตูค้างเติ่ง ใบหน้ายับย่นราวกับฟักทองตากแห้งบิดเบี้ยวด้วยความโกรธเกรี้ยวจนเนื้อตัวสั่นเทา นางอุตส่าห์หอบหิ้วตะกร้าไม้ไผ่ใบใหญ่หวังจะมาขนมันสำปะหลังแห้งและแป้งสาลีชั้นดีที่ได้ข่าวว่าครอบครัวของจางหย่งเหอเพิ่งได้รับแจกจากทางการหลบหลีกไปซ่อนไว้ แต่วันนี้นังสะใภ้ตัวดีกลับไม่ยอมก้มหัวให้อีกต่อไปแล้ว "หลินหว่านเอ๋อร์! แกมันนังเด็กปากไม่สิ้นกลิ่นน้ำนม กล้าดียังไงมาไล่ญาติผู้ใหญ่ของสามีตัวเองแบบนี้!" ป้าสะใภ้ใหญ่แผדเสียงแหลมปนสะอื้นปลอมๆ พรางใช้มือเหี่ยวย่นตบต้นขาตัวเองฉาดใหญ่ เรียกคะแนนความน่าสงสารจากชาวบ้านที่เริ่มมามุงดูหน้าบ้าน "พ่อแม่แกตายจากไปไม่ทันสั่งสอนหรือไง ถึงได้ไร้สัมมาคารวะขนาดนี้ บ้านนี้มันก็เป็นของตระกูลจางเหมือนกัน พวกฉันจะมาหยิบของแค่นี้ทำเป็นหวงแหน สมบัติผลัดกันชมแท้ๆ!" หลินหว่านเอ๋อร์แค่นHหัวเราะในลำคอ ดวงตากลมโตฉายแววเยาะหยันอย่างไม่คิดจะไว้หน้า นางวางสากไม้ในมือลงบนเขียงเสียงดัง *ปัง!* จนคนฟังสะดุ้งโหยง "สมบัติผลัดกันชมงั้นหรือคะ? งั้นก็น่าแปลกนะคะป้าสะใภ้ ทำไมเวลาที่ครอบครัวเราอดอยากจนแทบไม่มีข้าวกรอกหม้อ พวกท่านถึงไม่เคยเอา 'สมบัติ' ของครอบครัวท่านมาแบ่งเราบ้างล่ะคะ? มีแต่คอยมาแบมือขอ ขโมยมันสำปะหลังในแปลง หรือแม้กระทั่งไก่ไข่ตัวเมียที่ฉันเลี้ยงไว้ ออกไข่ไม่ทันไรก็หายวับไปอยู่ในหม้อบ้านพวกท่านอย่างไร้ร่องรอย!" เสียงฮือฮาจากชาวบ้านที่มาไทยมุงเริ่มดังขึ้น หลายคนพยักหน้าเห็นด้วยอย่างเงียบๆ เพราะพฤติกรรมเอาเปรียบของบ้านใหญ่ตระกูลจางนั้นขึ้นชื่อลือชามานานแล้ว เพียงแต่ไม่เคยมีใครกล้าลุกขึ้นมาเปิดฉากซัดตรงๆ เช่นนี้มาก่อน "ปากคอเราะร้ายนักนะนังนี่!" ลูกพี่ลูกน้องชายของจางหย่งเหอ นามว่าจางกุ้ย ที่แอบย่องตามหลังมาเงื้อมือขึ้นทำท่าจะพุ่งเข้ามาตบสั่งสอนด้วยความบันดาลโทสะ ทว่า— *หมับ!* มือหนาราวกับคีมเหล็กคู่หนึ่งคว้าหมับเข้าที่ข้อมือของจางกุ้ยไว้แน่นสนิท แรงบีบมหาศาลทำให้กระดูกข้อมือของชายหนุ่มส่งเสียงกรอบแกรบจนเจ้าตัวต้องร้องโหยหวนออกมาด้วยความเจ็บปวด จางหย่งเหอค่อยๆ ก้าวเดินออกมาจากห้องครัว ร่างสูงใหญ่ในชุดเสื้อผ้าฝ้ายสีทึบแผ่ไอเย็นเยือกและบรรยากาศกดดันอันน่าสะพรึงกลัวออกมาโดยไม่ต้องเอ่ยคำพูดแม้แต่ครึ่งคำ ดวงตาคมกริบราวกับเหยี่ยวหวันมองผู้เป็นญาติด้วยแววตานิ่งสนิท แต่กลับลẫกซึ้งไปด้วยรังสีสังหารที่ผ่านสมรภูมิรบมาอย่างโชกโชน "แก... แกจะหักแขนฉันรึไงไอ้เหอ! ปล่อยนะเว้ย!" จางกุ้ยหน้าซีดเผือด เหงื่อกาฬแตกพลั่ก พยายามดึงมือออกแต่ราวกับถูกตรึงไว้ด้วยเสาเหล็ก "บ้านหลังนี้เป็นสิทธิ์ขาดของฉันและภรรยา" เสียงทุ้มต่ำเอ่ยขึ้นเรียบๆ แต่ทรงพลังจนทุกคนในรัศมีสิบลเมตรต้องเงียบกริบ "กฎของตระกูลที่เคยแยกบ้านกันอย่างเป็นทางการเมื่อสามปีก่อน ถูกบันทึกไว้ที่ผู้ใหญ่บ้านเรียบร้อยแล้ว ตั้งแต่วันนั้นเป็นต้นมา ทรัพย์สินและปากท้องของใคร ก็เป็นของคนนั้น หากใครยังบังaniอาจล้ำเส้นเข้ามาปล้นชิงหรือทำร้ายคนในครอบครัวของฉันอีก..." จางหย่งเหอกวาดสายตาคมกริบมองหน้าเครือญาติทีละคนอย่างเฉียบคม ก่อนจะออกแรงบีบข้อมืออีกนิดจนจางกุ้ยทรุดฮวบลงไปคุกเข่ากับพื้นดิน "...อย่าหาว่าฉันไม่เตือน" บรรยากาศรอบตัวนิ่งงันไปชั่วขณะ ป้าสะใภ้ใหญ่หน้าซีดเผือดจนเขียวคล้ำ นางไม่คิดว่าหลานชายที่เคยเงียบขรึมและยอมให้เอาเปรียบมาตลอด วันนี้จะมีท่าทีแข็งกร้าวและน่ากลัวถึงเพียงนี้ แถมยังมีนังสะใภ้ตัวแสบที่ฝีปากกล้าแข็งคอยสนับสนุนอยู่เบื้องหลัง "อ้อ เกือบลืมไป..." หลินหว่านเอ๋อร์แย้มยิ้มหวานหยด แต่รอยยิ้มนั่นกลับทำให้ผู้พบเห็นรู้สึกเสียวสันหลังวาบ นางเดินถือกระดาษแผ่นหนึ่งที่เพิ่งเขียนเสร็จหมาดๆ ออกมาโบกสะบัดเบาๆ "นี่คือหนังสือตัดขาดความสัมพันธ์ทางทรัพย์สินและภาระผูกพัน ฉันได้ให้ผู้ใหญ่บ้านลงนามเป็นพยานเรียบร้อยแล้ว ตั้งแต่วินาทีนี้เป็นต้นไป บ้านใหญ่ตระกูลจางกับบ้านเราไม่มีอะไรเกี่ยวข้องกันอีก เชิญพวกท่าน 'ไสหัว' กลับบ้านไปได้แล้วค่ะ ก่อนที่ฉันจะเปลี่ยนใจไม่แค่สาดน้ำพริก แต่จะแจ้งคอมมูนให้มาตรวจสอบพฤติกรรม 'รีดไถทรัพย์สิน' ของพวกท่านแทน!" คำว่าคอมมูนและเจ้าหน้าที่รัฐบาลเปรียบเสมือนดาบอาบยาพิษที่ปักเข้ากลางใจคนยุคนี้ บ้านใหญ่จางหน้าถอดสีทันที พวกเขารู้ดีว่าหากเรื่องถึงหูทางการ มีหวังประวัติความประพฤติเสียหายจนลูกหลานหมดโอกาสสอบเข้าทำงานหรือเป็นทหารแน่ๆ ป้าสะใภ้ใหญ่กัดฟันกรอดด้วยความแค้นเคืองจนริมฝีปากสั่นระริก นางชี้หน้าหลินหว่านเอ๋อร์อย่างอาฆาตมาดร้าย "ฝากไว้ก่อนเถอะนังตัวดี! แกคิดว่าจะมีความสุขบนกองเงินกองทองได้นานแค่ไหนกันเชียว!" พูดจบลากคอจางกุ้ยและกวาดต้อนพวกพ้องถอยร่นออกไปจากเขตบ้านด้วยความอับอาย เมื่อร่างของพวกตัวปัญหาลับสายตาไป หลินหว่านเอ๋อร์จึงถอนหายใจยาวเหยียด ร่างบางทรุดตัวลงพิงอกกว้างของสามีที่โอบประคองเอวบางไว้อย่างรู้ใจ กลิ่นกายสะอาดเจือกลิ่นอายแดดและจันทร์เทศน์จากตัวของจางหย่งเหอช่วยบรรเทาความเหนื่อยล้าในใจลงได้ชะงัก "เหนื่อยไหม?" เสียงทุ้มเอ่ยถามชิดริมใบหู พร้อมกับมือหนายกขึ้นลูบผมยาวสลวยของภรรยาอย่างอ่อนโยน ผิดกับภาพทหารผู้โหดเหี้ยมเมื่อครู่ราวกับคนละคน "ไม่เหนื่อยค่ะ แค่เสียดายพริกแกงเมื่อกี้ เกือบได้สาดใส่หน้าจริงๆ แล้วเชียว" หลินหว่านเอ๋อร์หัวเราะคิกคัก พรางหันกลับมาซุกหน้ากับอกเสื้อของสามี ทว่า ในขณะที่ความเงียบสงบกำลังโรยตัวลงบนบ้านหลังน้อย และกลิ่นหอมของข้าวสวยหุงใหม่เริ่มโชยกรุ่นจากเตาไฟเพื่อเตรียมฉลองอิสรภาพในมื้อเที่ยงนี้... *ก๊อกๆๆ!* เสียงเคาะประตูด้านนอกดังขึ้นอีกครั้งอย่างเร่งรีบและหนักหน่วงผิดปกติ พร้อมกับเสียงตะโกนหอบแฮกของเด็กชายข้างบ้านที่วิ่งหน้าตื่นเข้ามาในลานบ้าน "พี่หว่านเอ๋อร์! พี่หย่งเหอ! แย่แล้วครับ! มีคน... มีคนแปลกหน้าแต่งตัวภูมิฐานท่าทางเหมือนคนจากในเมืองหลวง ขับรถจี๊ปทหารคันใหญ่มาจอดหน้าหมู่บ้าน แถมเขายัง... กำลังถือรูปถ่ายใบหนึ่งแล้วตรงดิ่งมาทางบ้านพี่พอดีเลยครับ!" ขอบพระคุณนักอ่านทุกท่านที่ร่วมเดินทางผ่านรสชาติแห่งชีวิตและการปลดแอกพันธนาการไปพร้อมกับหลินหว่านเอ๋อร์นะคะ!
สารจากนักเขียน (หลินฮวายุคปฏิรูป)
ดูโปรไฟล์ →

"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง เชฟกระทะร้อนสะท้านยุค 70 กับสามีนักรบผู้หิวโหย นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"

ความคิดเห็น (0)

ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์

ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้

เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!

บ่มเพาะไข่ไดโนเสาร์60%