กลิ่นอายความชื้นของหินโบราณและคราบตะไคร่น้ำผสมปนเปกับกลิ่นอายเวทมนตร์เก่าเก็บที่เจือจางอยู่ในอากาศ เสียงฝีเท้าของเรนสะท้อนก้องกังวานไปตามผนังศิลาของซากปรักหักพังชั้นใต้ดินเขตแดนรกร้าง แม้บรรยากาศรอบตัวจะเงียบสงบจนน่าอึดอัด แต่สัญชาตญาณเนโครแมนเซอร์ของเขากลับส่งเสียงเตือนภัยถี่ระรัวตั้งแต่วินาทีแรกที่ก้าวเท้าเข้ามา
แผ่นหนังแผนที่โบราณในมือถูกคลี่ออก เผยให้เห็นเส้นทางยึกยือที่ถูกขีดเขียนด้วยหมึกเวทมนตร์สีแดงจางๆ ปัญหาคือเส้นทางเหล่านั้นไม่ได้ตรงไปตรงมาอย่างที่ตาเห็น มันคือเขาวงศาเวทมนตร์ที่ถูกออกแบบมาเพื่อดัก
"ถ้าเจ้ายังเดินวนอยู่ที่เดิมอีกสามรอบ ข้าเกรงว่าเราคงจะได้เปลี่ยนสถานะจาก 'ผู้บุกเบิก' ไปเป็น 'เครื่องประดับผนังถาวร' ของดันเจี้ยนนี้แทนนะครับ เรน"
น้ำเสียงเรียบเฉยแต่แฝงความเหนื่อยหน่ายเล็กน้อยดังขึ้นจากสร้อยคอรูปกะโหลกสีเงินที่ห้อยอยู่บนอก เอลาร่า วิญญาณอดีตหัวหน้ากิลด์ปรากฏกายขึ้นในรูปแบบร่างโปร่งแสงสีคราม เธอจ้องมองแผนที่ในมือของเขาด้วยสายตาตำหนิปนเอ็นดู
เรนหัวเราะแห้งๆ ในลำคอ เขาขยับแว่นสายตาพร้อมกับใช้นิ้วเคาะเบาๆ ลงบนร่องรอยอักษรเวทมนตร์ที่สลักอยู่บนผนังศิลา "อย่าเพิ่งด่วนสรุปแบบนั้นสครับเอลาร่า แผนที่แผ่นนี้ไม่ได้เขียนขึ้นเพื่อบอกเส้นทาง แต่มันคือปริศนาเชิงตรรกะต่างหาก ลองสังเกตสัญลักษณ์รูปตาไขว้กับรอยขีดสามขีดนั่นสครับ... มันไม่ใช่ทางตัน แต่มันคือกลไกเปิดประตูมิติย่อยต่างหาก"
เขายื่นมือขวาออกไป ร่ายเวทมนตร์อัญเชิญระดับต่ำสุด "ซัมมอน: โครงกระดูกผู้ช่วย"
แสงสีม่วงจางๆ ส่องประกายขึ้น โครงกระดูกขนาดเท่าเด็กยืนถือคบเพลิงปรากฏขึ้นตามคำสั่ง เรนไม่ได้ใช้มันไปต่อสู้ แต่ให้มันก้าวเข้าไปเหยียบสลับแผ่นศิลาตามลำดับตัวเลขฟีโบนัชชีที่เขาเพิ่งถอดรหัสได้จากร่องรอยบนแผนที่
*คลิック—!*
เสียงกลไกหินหนักอึ้งเคลื่อนตัวดังสนั่น ผนังศิลาเบื้องหน้าแยกออกเผยให้เห็นทางเดินลับที่ทอดยาวลงสู่เบื้องล่าง ความมืดมิดที่ถูกกักเก็บมานานนับร้อยปีทะลักออกมาพร้อมกับไอเย็นยะเยือก
"ใช้ได้... เจ้าเริ่มมีชั้นเชิงขึ้นมาบ้างแล้วนี่" เอลาร่าพยักหน้ารับอย่างยอมจำนน ร่างโปร่งแสงของเธอลอยนำหน้าเข้าไปสำรวจก่อนเพื่อความปลอดภัย
ทว่า ก่อนที่ทั้งคู่จะได้ก้าวเท้าเข้าไปในทางเดินลับนั้น เสียงฝีเท้าฝีเท้าหนึ่งก็ดังแทรกขึ้นมาจากด้านหลัง พร้อมกับเสียงปรบมือช้าๆ ที่เต็มไปด้วยความทึ่ง
"ยอดเยี่ยม... การไขปริศนาเขตอาคมระดับสี่ด้วยการคำนวณอัตราส่วนฟีโบนัชชีในเวลาไม่ถึงสิบนาที ฝีมือระดับนี้ ไม่น่าจะเป็นผู้เล่นหน้าใหม่ทั่วไปในเขตชายแดนแน่ๆ ครับ"
เรนชักมือกลับ พลิกตัวตั้งรับพร้อมกับเรียกเคียวกระดูกสีดำสนิทออกมาถือไว้ในมือทันที ดวงตาคมกริบกวาดตามองไปยังเงมืดตรงทางเข้า
จากความมืดมิด มีร่างหนึ่งก้าวออกมาอย่างใจเย็น ชายหนุ่มสวมฮู้ดสีน้ำตาลเข้มคลุมศีรษะ ใบหน้าครึ่งบนถูกบังด้วยหน้ากากหนังเกรอะกรัง เอกลักษณ์ที่โดดเด่นคือเข็มทิศเวทมนตร์ขนาดใหญ่ที่ห้อยอยู่ตรงเข็มขัด และกระเป๋าหนังนับสิบใบที่พกติดตัวเต็มไปหมด — ผู้เล่นสายสำรวจ (Explorer) อาชีพหายากที่หาตัวจับยากในเกมนี้
"ใจเย็นก่อนครับท่านเนโครแมนเซอร์ ผมไม่ได้มาหาเรื่อง" ชายปริศนายกมือทั้งสองข้างขึ้นระดับอกเพื่อแสดงความบริสุทธิ์ใจ ดวงตาใต้ฮู้ดพินิจพิเคราะห์เรนด้วยความสนใจ "ผมชื่อ 'เวลล์' เป็นผู้เล่นอิสระสายสำรวจแผนที่ บังเอิญผ่านมาเห็นทางเข้าลับนี้เข้าพอดี และบังเอิญยิ่งกว่าที่เห็นคุณกำลังแก้ปริศนาที่ผมติดแหง็กมาสามวันเต็มๆ"
เรนยังคงไม่ลดการป้องกันลง เขามองประเมินเวลล์ด้วยทักษะวิเคราะห์พื้นฐาน แม้ระดับของผู้เล่นคนนี้จะไม่สูงมากนัก แต่ค่าความชำนาญด้านกับดักและการตรวจจับกลับพุ่งสูงลิ่วจนน่าตกใจ "แล้วคุณต้องการอะไรจากผมล่ะครับ คุณเวลล์? ทางเข้าตรงนี้ ผมเป็นคนเปิดเองตามสิทธิ์ของผู้สำรวจ"
เวลล์ยิ้มมุมปาก เขาเดินเข้าไปใกล้แผ่นแผนที่ในมือของเรนอีกนิดโดยไม่สนสายตาคุกคามจากเคียวกระดูก "ผมไม่ได้จะมาแย่งสมบัติครับ แต่แผนที่ที่คุณถืออยู่... มันคือครึ่งหนึ่งของ 'แผนที่กิลด์ไร้พ่ายโบราณ' ส่วนแผนที่อีกครึ่งหนึ่งที่บอกตำแหน่งห้องโถงสมบัติและศิลาผนึกกิลด์... อยู่ที่ผมครับ"
คำว่า *กิลด์ไร้พ่าย* ทำให้เรนชะงักไปชั่วขณะ ดวงตาเบิกกว้างขึ้นเล็กน้อยโดยไม่รู้ตัว ปมในอดีตเกี่ยวกับกิลด์ที่เขาเคยพยายามกอบกู้ผุดวาบขึ้นมาในหัว สมองวิเคราะห์ความเสี่ยงและผลประโยชน์อย่างรวดเร็ว
เอลาร่าที่ลอยอยู่ใกล้ๆ หรี่ตามองเวลล์อย่างพินิจพิเคราะห์ ก่อนจะกระซิบเบื้องหูเรน "ระวังตัวด้วยเรน คนผู้นี้ซ่อนกลิ่นอายบางอย่างไว้... เขารู้จักชื่อกิลด์ของเราได้อย่างไร ทั้งๆ ที่มันควรจะเลือนหายไปจากบันทึกของระบบแล้ว"
เรนสูดลมหายใจเข้าลึกๆ เพื่อดึงสติตัวเองกลับมา เขาลดเคียวกระดูกลงเล็กน้อย แต่รอยยิ้มเชิงธุรกิจถูกประดับไว้บนใบหน้าแทน
"น่าสนใจมากครับคุณเวลล์... ถ้าอย่างนั้น ทำไมเราไม่มานั่งคุยรายละเอียดกันก่อนล่ะครับว่า พันธมิตรเฉพาะกิจระหว่าง 'เนโครแมนเซอร์' กับ 'นักสำรวจ' จะพาเราไปถึงไหนได้บ้าง"
เวลล์หัวเราะเบาๆ ในลำคออย่างถูกใจ "ด้วยความยินดีครับท่าน... แต่ก่อนที่เราจะก้าวเข้าไปข้างใน ผมต้องเตือนอะไรไว้อย่างหนึ่ง..."
ชายหนุ่มเว้นจังหวะ เข็มทิศเวทมนตร์ที่เอวของเวลล์เริ่มสั่นกระดิกอย่างรุนแรง เข็มสีแดงเลือดบนหน้าปัดชี้ตรงไปยังความมืดมิดเบื้องล่าง และหมุนวนด้วยความเร็วจนน่ากลัว
"...สิ่งที่รอเราอยู่ข้างล่างนั้น ไม่ใช่แค่สมบัติ แต่มันคือระบบป้องกันอัตโนมัติที่ถูกตั้งค่าให้กำจัด 'ผู้บุกรุกทุกคน' โดยไม่สนว่าคุณจะเป็นใคร"
เสียงแจ้งเตือนจากระบบสีแดงฉานดีดเด้งขึ้นตรงหน้าเรนทันทีพร้อมกับเสียงสัญญาณเตือนภัยที่ดังสะท้อนก้องไปทั่วทั้งผนังถ้ำ
*[ระบบตรวจพบ: ภัยคุกคามระดับ SSS "ผู้พิทักษ์โลหิตเหล็กไหล" กำลังตื่นจากการหลับใหล]*
*[เงื่อนไข: พื้นที่ถูกปิดตาย ไม่สามารถใช้ไอเทมเคลื่อนย้ายหนีได้จนกว่าจะเสร็จสิ้นภารกิจ]*
ดวงตาสสีแดงฉานคู่มหึมาคู่หนึ่งค่อยๆ ลืมตาขึ้นในความมืดมิดเบื้องล่าง พร้อมกับแรงกดดันมหาศาลที่บดขยี้จนหายใจไม่ออก!
ขอขอบพระคุณนักอ่านทุกท่านที่ร่วมเดินทางและสนับสนุนเนโครแมนเซอร์ฝึกหัดคนนี้มาโดยตลอดนะครับ!
เนโครแมนเซอร์มือใหม่กับกิลด์ไร้พ่ายที่ผมต้องกู้คืน•ตอนที่ 14
พันธมิตรที่ไม่คาดคิด
ผลงานโดย เนโครแมนเซอร์ฝึกหัด
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (เนโครแมนเซอร์ฝึกหัด)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนครับ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง เนโครแมนเซอร์มือใหม่กับกิลด์ไร้พ่ายที่ผมต้องกู้คืน นะครับ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะครับ ขอบคุณทุกคนครับ 🙏✨"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!