กลิ่นคาวสนิมเหล็กเจือจางลอยปะปนกับกลิ่นอับชื้นของรากไม้ใต้พื้นดิน… มันไม่ใช่กลิ่นที่ควรจะอยู่ในหุบเขาอัสดง สถานที่ซึ่งควรมีเพียงเสียงลมพัดผ่านซากปรักหักพังของกิลด์เก่าแก่
เรนหยุดฝีเท้าลงอย่างฉับพลัน ปลายนิ้วเรียวยาวที่กำลังถือคถาไม้โอ๊กเก่าคร่ำคร่ากระชับแน่นขึ้นโดยอัตโนมัติ สัญชาตญาณของเนโครแมนเซอร์มือใหม่กรีดร้องเตือนภัย สีหน้าของเขาไม่ได้ตื่นตระหนก แต่ดวงตาสสีนิลกลับหรี่แคบลงอย่างใช้ความคิด การคำนวณระยะห่างและการไหลเวียนของมานาในอากาศรอบตัวบอกเขาชัดเจนว่า… พวกมันมากันสามคน และทั้งหมดไม่ได้มาในฐานะนักเดินทาง
"ระวังตัวด้วย เรน สัญญาณชีพจรมนุษย์สามจุดกำลังเคลื่อนตัวเข้ามาด้วยความเร็วสูง และที่สำคัญ… พวกมันไม่ได้ใช้เวทมนตร์เคลื่อนย้าย แต่เป็นทักษะพรางตัวระดับสูงที่ออกแบบมาเพื่อการสังหารโดยเฉพาะ"
เสียงกระซิบที่เยือกเย็นแต่แฝงความกังวลลอยออกมาจากสร้อยคอรูปกะโหลกโบราณ เอลาร่า อดีตหัวหน้ากิลด์ผู้เหลือเพียงวิญญาณตกค้างปรากฏกายขึ้นในรูปแบบของละអองแสงสีฟ้าจางๆ เธอลอยตัวอยู่เหนือไหล่ซ้ายของเขา สายตาสีเทาคมกริบกวาดมองไปยังพุ่มไม้หนาทึบเบื้องหน้าซึ่งเงียบสงบผิดปกติ
"ครับ ผมสัมผัสได้ถึงจิตสังหารที่พยายามกดขี่ข่มขวัญ…" เรนตอบกลับด้วยน้ำเสียงราบเรียบ เขาสูดหายใจเข้าลึกเพื่อปรับจังหวะการเต้นของหัวใจ สมองเริ่มประมวลผลระบบสเตตัสและทักษะที่มีอยู่ในหัวอย่างรวดเร็ว "ดูเหมือนว่าข่าวเรื่องที่เรากำลังฟื้นฟูพื้นที่เขต 4 จะไปขัดหูขัดตาใครเข้าจริงๆ สินะครับ"
ฟึ่บ!
เสียงแหวกอากาศแผ่วเบาดังขึ้นจากด้านหลัง เรนไม่หันหลังกลับทันที แต่เขาอาศัยจังหวะที่เงาสะท้อนบนใบมีดสั้นที่พุ่งตรงมายังต้นคอสะท้อนกับแสงจันทร์ ทิ้งตัวลงนอนราบไปกับพื้นดินอย่างเฉียดฉิว พร้อมๆ กับที่เขาดีดนิ้วส่งกระแสมานาสีดำทมิฬลงสู่พื้นดินเบื้องล่าง
*ทักษะผสาน: [หนามแห่งความตายระดับ 1]*
พื้นดินบริเวณที่มือสังหารในชุดคลุมสีดำสนิทพุ่งผ่านแตกออกเป็นเสี่ยงๆ รากไม้แห้งกร้านที่ถูกย้อมด้วยพลังความมืดพุ่งทะยานขึ้นราวกับงูพิษหมายจะตรึงร่างของอีกฝ่ายไว้ แต่มือสังหารผู้นั้นกลับพลิกตัวกลางอากาศได้อย่างไร้ที่ติ ใบมีดเคลือบยาพิษสีม่วงเข้มปักลงบนก้อนหินข้างตัวเรนจนเกิดควันพิษฟุ้งกระจาย
"ปฏิกิริยาไวใช้ได้นี่ไอ้หนู… สมกับที่เป็นหัวข้อข่าวในบอร์ดกิลด์ช่วงนี้"
เสียงแหบพร่าลอดออกมาจากภายใต้ผ้าคลุมหน้าสีดำ ดวงตาของมือสังหารคนแรกจ้องมองเรนด้วยความแปลกใจเล็กน้อย การที่เด็กหนุ่มอายุไม่ถึงยี่สิบปีสามารถหลบการลอบสังหารแบบ ‘เงาไร้ลักษณ์’ ได้ตั้งแต่ครั้งแรก ทำให้เขารู้สึกว่าเป้าหมายรายนี้ไม่ได้หมูอย่างที่ผู้ว่าจ้างกล่าวอ้าง
เรนค่อยๆ ยันตัวลุกขึ้นยืนช้าๆ ปัดเศษดินตามเสื้อคลุมออกอย่างไร้ความกังวล แม้เหงื่อกาฬจะเริ่มซึมตามไรผม แต่รอยยิ้มจางๆ กลับประดับอยู่บนมุมปากของเขา
"ชมเกินไปแล้วครับ… แต่ถ้าพูดถึงเรื่องข่าวลือ ผมคิดว่าพวกคุณน่าจะทำการบ้านมาน้อยเกินไปหน่อยนะ" เรนเอ่ยพร้อมกับสะบัดมือขวาเบาๆ อากาศรอบตัวพลันบิดเบี้ยว ละอองมานาสีเทาหม่นพวยพุ่งออกมาจากพื้นดินรอบรัศมีสิบเมตร "การส่งมือสังหารระดับกลางมาสามคนเพื่อจัดการเนโครแมนเซอร์ที่ยืนอยู่บนดินแดนแห่งความตาย… ดูจะเป็นการตัดสินใจที่ผิดพลาดมหันต์เลยล่ะครับ"
มือสังหารอีกสองคนที่เหลือค่อยๆ ก้าวออกมาจากเงาไม้ ล้อมกรอบเรนไว้ตรงกลาง ทั้งหมดแผ่รังสีอำมหิตออกมาอย่างไม่ปิดบัง หนึ่งในนั้นหัวเราะในลำคออย่างเย้ยหยัน
"ปากเก่งนักนะเด็กน้อย แกคิดว่ามีแค่เวทมนตร์กระจอกๆ พวกนั้นแล้วจะรอดไปได้รึไง? แหล่งมานาก็มีจำกัด ร่างกายก็เป็นแค่พวกนักเวทย์สายซัพพอร์ต… ต่อให้แกเก่งแค่ไหน วันนี้ศพของแกก็จะกลายเป็นปุ๋ยให้หุบเขาแห่งนี้อยู่ดี!"
สิ้นเสียง มือสังหารทั้งสามพุ่งเข้าจู่โจมพร้อมกันจากสามทิศทาง ความเร็วดุจสายฟ้าแลบและกระบวนท่าที่ถูกฝึกฝนมาอย่างโชกโชนบีบให้เรนแทบไม่มีช่องว่างให้หายใจ
เอลาร่าขมวดคิ้วแน่น เธอกำลังจะยื่นมือเข้าไปแทรกแซงด้วยพลังจิตวิญญาณเพื่อช่วยเปิดทางถอย แต่เรนกลับยกมือขึ้นห้ามด้วยหางตา รอยยิ้มมั่นใจปรากฏขึ้นบนใบหน้าของเด็กหนุ่ม
"ไม่ต้องห่วงครับ เอลาร่า… ผมไม่ได้เตรียมตัวมาเพื่อเป็นฝ่ายวิ่งหนีตั้งแต่แรกอยู่แล้ว"
เรนไม่หลบหนี เขาปักคถาลงกับพื้นดินเต็มแรง พร้อมกับเอ่ยท่องบทเวทมนตร์ด้วยน้ำเสียงกังวานและเยือกเย็น ทักษะลับที่เขาเพิ่งปลดล็อกจากการเคลียร์ดันเจี้ยนระดับยากพิเศษเมื่อวานนี้ถูกเรียกใช้งานทันที
*[ทักษะเฉพาะตัว: สัญญาณเรียกแห่งสุสานโบราณ (Ancient Crypt Resonance)]*
ตึง! ตึง! ตึง!
พื้นดินทั่วทั้งหุบเขาไร้เสียงสั่นสะเทือนอย่างรุนแรง ราวกับมีบางสิ่งที่ใหญ่โตและน่าสะพรึงกลัวกำลังตื่นขึ้นจากการหลับใหลอันยาวนาน ศิลาจารึกโบราณที่พังทลายรอบตัวค่อยๆ เรืองแสงสีแดงฉานขึ้นทีละชิ้น ไอน้ำแข็งและหมอกสีดำหนาทึบพวยพุ่งขึ้นปกคลุมพื้นที่จนมองไม่เห็นแม้แต่ปลายนิ้ว
มือสังหารทั้งสามที่กำลังพุ่งเข้ามาจู่โจมชะงักฝีเท้าลงโดยอัตโนมัติ ความรู้สึกหนתเหน็บเสียดแทงลึกถึงกระดูกดำ ความกดดันระดับมหาศาลกดทับร่างของพวกเขาจนแทบทรุดลงไปกองกับพื้น ดวงตาของพวกเขาสั่นระริกด้วยความตื่นตระหนกเมื่อมองเห็นเงาร่างนับสิบผุดขึ้นมาจากหลุมศพที่ว่างเปล่า
"นะ… นี่มันเวทมนตร์อะไรกันวะเนี่ย?! ทำไมพวกมันถึงไม่ใช่โครงกระดูกธรรมดา!" มือสังหารคนหนึ่งตะโกนออกมาด้วยน้ำเสียงที่เริ่มสั่นเครือ
เรนยืนอยู่ท่ามกลางหมอกทึบ แววตาสีดำสนิทของเขาฉายประกายเรืองรองด้วยพลังมานาที่เอ่อล้น เขาเอียงคอมองกลุ่มมือสังหารด้วยรอยยิ้มสุภาพตามแบบฉบับของเขา แต่บรรยากาศรอบตัวกลับกดดันเสียจนอีกฝ่ายแทบหายใจไม่ออก
"ยินดีต้อนรับสู่สนามหลังบ้านของผมนะครับ… หวังว่าพวกคุณจะเตรียมใจมาพร้อมสำหรับการ ‘เจรจา’ แล้วนะ"
ในจังหวะที่ความตึงเครียดพุ่งทะยานขึ้นถึงขีดสุด เสียงแจ้งเตือนจากระบบที่เรนรอคอยก็ดังขึ้นก้องอยู่ในโสตประสาทของเขาทันที พร้อมกับแสงสีทองอร่ามที่ปรากฏขึ้นเบื้องหน้า
[ระบบตรวจพบเจตంటาสังหารระดับสูงและภัยคุกคามจากบุคคลภายนอก]
[เงื่อนไขพิเศษสำเร็จ: เปิดใช้งานระบบป้องกันอัตโนมัติของกิลด์]
[ภารกิจลับระดับ SSS: "เงาทมิฬแห่งอดีต" ถูกปลดล็อก!]
[คำเตือน: เป้าหมายระดับบอสลับที่เชื่อมโยงกับผู้ว่าจ้างของมือสังหาร กำลังเคลื่อนตัวเข้าสู่เขตพื้นที่ของคุณในอีก... 3... 2...]
ขอขอบพระคุณนักอ่านทุกท่านที่ร่วมเดินทางและสนับสนุนเนโครแมนเซอร์ฝึกหัดคนนี้มาโดยตลอดนะครับ!
เนโครแมนเซอร์มือใหม่กับกิลด์ไร้พ่ายที่ผมต้องกู้คืน•ตอนที่ 12
สมรภูมิในหุบเขาไร้เสียง
ผลงานโดย เนโครแมนเซอร์ฝึกหัด
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (เนโครแมนเซอร์ฝึกหัด)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนครับ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง เนโครแมนเซอร์มือใหม่กับกิลด์ไร้พ่ายที่ผมต้องกู้คืน นะครับ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะครับ ขอบคุณทุกคนครับ 🙏✨"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!