คราบหมึกสีชาดบนแผ่นพับยุทธศาสตร์มิได้แห้งสนิท เมื่อจิ่นอ๋องเซียวเฟยหลงกวาดสายตาคมกริบดั่งเหยี่ยวทลายพาสน์ผ่านตัวอักษรบรรทัดสุดท้าย ความเงียบงันภายในห้องทรงอักษรก็หนาทึบเสียยิ่งกว่าม่านหมอกยามเหมันต์ริมชายแดนประจิม แสงตะเกียงน้ำมันหอมหมื่นลี้วับแวมสาดส่องกระทบสันกรามคมสันที่ขบเข้าหากันจนเป็นสันนูน เม็ดเหงื่อกาฬผุดพรายข้างขมับของแม่ทัพผู้ไม่เคยสะทกสะท้านต่อคมดาบใดในใต้หล้า
มิใช่เพราะความหวาดกลัว... แต่เป็นความตื่นตะลึงระคนร้าวรานที่กำลังกัดเซาะหัวใจอันด้านชา
"เจ้าซ่อนมันไว้ลึกถึงเพียงนี้เชียวหรือ... มู่หลาน"
น้ำเสียงทุ้มต่ำรำพันลอดไรฟัน แววตาที่เคยราบเรียบดั่งผิวน้ำในบึงลึกบัดนี้ไหวระริก ร่องรอยการเดินหมากของสำนักกุนซือเงาที่คอยปัดกวาดอุปสรรคให้กองทัพทมิฬคว้าชัยชนะมาตลอดสามปี ไม่ใช่ฝีมือของยอดกุนซือเฒ่าแห่งเขาเทียนซานตามที่ข่าวกรองเคยรายงาน หากแต่เป็นลายมืออันปราณีต บรรจง และเฉียบคมราวกับตวัดพู่กันด้วยสตรีผู้กำลังนั่งรินชาอยู่เบื้องหน้าเขาในยามนี้
ฉินมู่หลานยังคงรักษากิริยาอาการสงบเยือกเย็น อาภรณ์ผ้าแพรปักลายหงส์บินสีมุกสะท้อนแสงไฟวับวาม นางมิได้สะดุ้งสะเทือนแม้แต่น้อยยามที่กระดาษลับนับสิบแผ่นถูกตบกระแทกบนโต๊ะไม้จันทน์หอม ปลายนิ้วเรียวดั่งลำหยกขาวแตะลงบนถ้วยกระเบื้องเคลือบสีไข่ไก่แผ่วเบา ก่อนจะเงยขึ้นสบตาบุรุษผู้กุมชะตาแคว้นด้วยแววตานิ่งสงบดั่งผืนน้ำไร้ระลอกคลื่น
"ท่านอ๋องทรงรอบคอบยิ่งนัก ใช้เวลาถึงเจ็ดวันเต็มจึงไขปริศนาค่ายกลกระดาษแผ่นนี้ได้" มู่หลานเอ่ยด้วยน้ำเสียงราบเรียบ ไพเราะ ทว่าบาดลึกถึงขั้วหัวใจ "กระหม่อม... อภัย, หม่อมฉันเพียงทำหน้าที่ที่สตรีในหอสนทนาพึงกระทำเท่านั้นเพคะ"
"สตรีในหอสนทนา?" เฟยหลงแค่นหัวเราะในลำคอ เสียงนั้นแหบพร่าและเต็มไปด้วยความตัดพ้อที่หาได้ยากยิ่ง เขาลุกขึ้นยืนเต็มความสูง ร่างกายกำยำในชุดคลุมผ้าไหมสีนิลก้าวเข้าไปใกล้ร่างระหงทีละน้อย แรงกดดันจากยอดแม่ทัพผู้ผ่านสนามรบมาโชกโชนแผ่ซ่านจนบรรยากาศรอบตัวแทบหยุดนิ่ง "สตรีในหอสนทนาผู้ใด ที่สามารถวางแผนตัดกำลังเสบียงของกองทัพแคว้นเป่ยหลี่ได้อย่างแม่นยำราวดลใจ สตรีผู้ใดที่เขียนแผนยุทธ์ล้อมเมืองหลวงโดยที่กองทัพไม่ต้องเสียเลือดเนื้อแม้แต่หยดเดียว และสตรีผู้ใด... ที่กล้าเล่นกับไฟสงครามและการเมืองราชสำนักเช่นนี้!"
เฟยหลงหยุดยืนเบื้องหน้านาง ระยะห่างระหว่างทั้งสองเหลือเพียงลมหายใจ กลิ่นกายหอมเย็นจางๆ ของดอกเหมยผสานกับกลิ่นหมึกจีนลอยละล่องเข้าจมูก เขาก้มลงมองสตรีผู้เป็นภรรยาในนาม ดวงตาคมกริบคู่นั้นฉายแววทั้งตัดพ้อ คุกรุ่น และโหยหาในเวลาเดียวกัน มือหนาเอื้อมไปควับปลายคางมนของนางขึ้นบังคับให้สบตา ทว่าสัมผัสนั้นแผ่วเบานัก ราวกับเกรงว่าหากใช้แรงเพียงนิด กลีบดอกไม้งามนี้จะบอบช้ำคามือ
"เจ้าหลอกข้า... มู่หลาน" เฟยหลงกระซิดชิดริมฝีปาก ปลายเสียงสั่นพร่าเล็กน้อย "เจ้าปล่อยให้ข้าคิดว่าเจ้าเป็นเพียงคุณหนูตระกูลฉินผู้ไร้พิษภัย ปล่อยให้ข้าคอยปกป้องคุ้มครองเจ้าจากเงื้อมมือของเหล่าองค์ชาย ขณะที่แท้จริงแล้ว... เจ้าต่างหากคือผู้ชักใยอยู่เบื้องหลังบัลลังก์มังกรนี้ทั้งหมด เจ้ามองข้าเป็นตัวหมากตัวหนึ่งด้วยใช่หรือไม่!"
มู่หลานมิได้ปัดป้องมือที่กุมคางนางไว้ ดวงตากลมโตคู่สวยฉายแววระยับราวกับดวงดาราในคืนเดือนมืด มุมปากบางประดับรอยยิ้มบางเบาที่ยากจะคาดเดา นางมิได้หวาดกลัวต่ออำนาจหรือสายตาดุดันคู่นั้นเลยแม้แต่น้อย
"ตัวหมากหรือเพคะ?" มู่หลานทวนคำ น้ำเสียงเจือความเย้ยหยันจางๆ "หากหม่อมฉันมองท่านเป็นเพียงตัวหมาก ป่านนี้ศีรษะของจิ่นอ๋องผู้เกรียงไกรคงหลุดจากบ่าตั้งแต่วันที่ท่านนำทัพเข้ายึดเมืองหลวงโดยไม่ฟังคำทัดทานแล้วเพคะท่านอ๋อง ที่หม่อมฉันต้องลงมือ... เพราะหากหม่อมฉันไม่เดินหมากตานั้น ผู้ที่จะต้องสังเวยโลหิตให้กับเกมการเมืองของฮ่องเต้ มิใช่กองทัพทมิฬของท่านหรอกหรือ ที่จะต้องกลายเป็นแพะรับบาป?"
คำพูดนั้นราวกับสายฟ้าฟาดผ่าลงกลางใจของเซียวเฟยหลง
เขานิ่งอึ้งไปชั่วขณะ สมองที่เคยประมวลผลกลยุทธ์รบพุ่งมานับร้อยกลับว่างเปล่าลงถนัดตา ความจริงที่ถูกกระชากออกมาประจักษ์ต่อหน้าทำให้เขาตระหนักได้ทันทีว่า ชัยชนะอันงดงามที่เขากอบโกยมาตลอดหลายปี แท้จริงแล้วมีเงาของสตรีผู้นี้คอยปกป้องคุ้มภัยอยู่เบื้องหลังทุกย่างก้าว นางมิได้เป็นเพียงภรรยาที่ต้องนั่งรอคอยสามีกลับจากสนามรบ แต่นางคือเกราะคุ้มกันอันไร้เทียมทานที่ยอมใช้สติปัญญาอันล้ำเลิศแลกมาซึ่งความปลอดภัยของเขา
หัวใจที่ด้านชาและเยือกเย็นดั่งน้ำแข็งนับแรมปีของแม่ทัพหนุ่มพลันละลายลงอย่างรวดเร็ว ความโกรธเกรี้ยวเมื่อครู่มลายหายไปสิ้น เหลือเพียงความรู้สึกอัดแน่นจนจุกอก ความรักความผูกพันที่ก่อตัวขึ้นเงียบๆ ในยามวิกาล บัดนี้มันระเบิดออกราวกับเขื่อนแตก
"เจ้าทำเพื่อข้า... ถึงเพียงนี้เชียวหรือ" เฟยหลงเอ่ยเสียงพร่า มือที่เคยจับคางเปลี่ยนเป็นประคองแก้มนวลนั่นไว้อย่างทะนุถนอม ปลายนิ้วโป้งเกลี่ยไล้ผิวแก้มเนียนแผ่วเบา ความแข็งกร้าวในแววตาถูกแทนที่ด้วยความอ่อนโยนลุ่มลึกที่ไม่อาจซ่อนเร้น
"หม่อมฉันไม่ได้ทำเพื่อท่านผู้เดียวเพคะ" มู่หลานเบือนหน้าหนีเล็กน้อย ซ่อนประกายความไหววูบในดวงตา "แต่หม่อมฉันทำเพื่อความอยู่รอดของแผ่นดิน และ... เพื่ออนาคตที่เราต่างก็รู้ดีว่าไม่มีทางหันหลังกลับ"
เฟยหลงไม่รอช้า เขารวบร่างระหงเข้ามาแนบชิดอกแกร่ง อ้อมกอดที่อบอุ่นและหนักแน่นดั่งขุนเขาโอบล้อมร่างของนางไว้ไม่ยอมปล่อย ปลายจมูกโด่งฝังลงบนกลุ่มผมนุ่มสลวยสูดดมกลิ่นหอมกรุ่นที่เขารอคอยจะสัมผัสมาเนิ่นนาน ความเงียบงันภายในห้องทรงอักษรถูกแทนที่ด้วยเสียงหัวใจสองดวงที่เต้นระรัวสอดประสานกันท่ามกลางคลื่นลมการเมืองอันเชี่ยวกราก
ทว่า ในขณะที่บรรยากาศกำลังอบอวลไปด้วยความหวานล้ำและสัจจะแห่งรักอันมั่นคงนั้นเอง...
*ปัง!*
เสียงประตูด้านนอกถูกผลักเปิดออกอย่างแรงโดยปราศจากการอนุญาต ลมหนาวพัดกรรโชกเข้ามาจนเปลวไฟในตะเกียงวูบไหวเกือบดับ ร่างขององครักษ์เงาผู้หนึ่งพุ่งเข้ามาคุกเข่าลงเบื้องหน้าด้วยสภาพเนื้อตัวมอมแมมและรอยเลือดเปรอะเปื้อนเต็มอาภรณ์ สีหน้าตื่นตระหนกจนบิดเบี้ยว
"ท่านอ๋อง!แย่แล้วขอรับ!" องครักษ์เงาละล่ำละลักละลานรายงานด้วยน้ำเสียงสั่นเครือ "กองกำลังทหารรักษาพระองค์ของไทเฮา... บุกเข้าปิดล้อมจวนอ๋องของเราไว้หมดทุกด้านแล้วขอรับ! และ... และนี่คือราชโองการด่วนที่สุดที่เพิ่งส่งตรงมาจากตำหนักใน!"
มู่หลานชะงักกึก รอยยิ้มบนมุมปากเลือนหายไปในพริบตา นางกับเฟยหลงสบตากันทันที ความตึงเครียดสายใหม่พุ่งทะยานขึ้นมาแทนที่ความหวานล้ำเมื่อครู่
เฟยหลงรับม้วนราชโองการประทับตราหยกทองคำจากมือองครักษ์ด้วยใบหน้ามืดทะมึน ดวงตาดั่งเหยี่ยวทลายพาสน์กวาดอ่านข้อความด้านในเพียงแวบเดียว ก่อนที่มือหนาจะกำม้วนกระดาษนั้นจนยับยู่ยี่ด้วยแรงอารมณ์ที่ระงับไม่อยู่
"ดี... ดีมาก!" เฟยหลงเค้นเสียงหัวเราะเยือกเย็นจนน่ากลัว "ไทเฮาออกราชโองการประกาศให้ฉินมู่หลานเป็นกบฏนอกรีต สมคบคิดกับแคว้นศัตรู มีโทษประหารชีวิตทันทีโดยไม่ต้องไต่สวน... และตอนนี้ กองกำลังนับพันกำลังพังประตูเข้ามาจับกุมตัวนางไป!"
ขอขอบพระคุณท่านรี้ดผู้ทรงเกียรติทุกท่านที่ร่วมเดินทางผ่านห้วงเวลาอันระทึกใจนี้มาด้วยกันนะครับ
อุบายรักนางกุนซือ สยบใจท่านแม่ทัพผู้เยือกเย็น•ตอนที่ 21
ความจริงที่ถูกเปิดเผย
ผลงานโดย นักเล่าประวัติศาสตร์
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (นักเล่าประวัติศาสตร์)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนครับ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง อุบายรักนางกุนซือ สยบใจท่านแม่ทัพผู้เยือกเย็น นะครับ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะครับ ขอบคุณทุกคนครับ 🙏✨"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!