อุบายรักนางกุนซือ สยบใจท่านแม่ทัพผู้เยือกเย็น•ตอนที่ 23

ไฟสงครามกลางเมือง

ผลงานโดย นักเล่าประวัติศาสตร์
เสียงโลหะกระทบกันดังสนั่นหวั่นไหวราวกับเสียงคำรามของอสูรร้ายในขุมนรก เสียงกรีดร้องและเสียงฝีเท้าอันบ้าคลั่งของกองทัพกบฏนับหมื่นชีวิตดังสะเทือนเลื่อนลั่นไปทั่วท้องทุ่งกว้างเบื้องล่าง กำแพงเมืองหลวงอันสูงตระหง่านบัดนี้ถูกอาบย้อมไปด้วยแสงเพลิงสีส้มฉานที่โหมกระหน่ำเผาผลาญบ้านเรือนราษฎรจนเกิดกลุ่มควันสีดำทึบพวยพุ่งขึ้นสู่ท้องฟ้ายามราตรีราวกับพญานาคพ่นพิษ ภายในตำหนักบัญชาการศึก บรรยากาศเงียบงันจนได้ยินเสียงลมหายใจและเสียงน้ำมันตะเกียงที่กำลังเผาไส้เทียน ฉินมู่หลานยืนนิ่งสงอยู่เบื้องหน้าแผนที่ยุทธศาสตร์ขนาดใหญ่ ผืนผ้าไหมปักลวดลายภูมิประเทศถูกแต่งแต้มด้วยหมึกดำและธงปักจำลองกองกำลัง ขอบอาภรณ์ปักดิ้นทองของนางไหววูบตามแรงลมที่พัดลอดช่องหน้าต่างแกะสลัก ดวงตาคู่คมกริบกวาดมองสถานการณ์โดยรอบอย่างละเอียดถี่ถ้วน ไร้ซึ่งร่องรอยความหวาดหวั่นพรพรหม มีเพียงประกายแห่งความเฉียบคมดั่งคมดาบที่ซ่อนเร้นอยู่ภายใต้ความนิ่งสงบ “พวกมันบุกประชิดประตูทิศประจิมแล้วขอรับ ท่านกุนซือ!” เสียงทหารรายงานดังขึ้นพร้อมกับการก้าวเข้ามาด้วยท่าทีเร่งรีบ เนื้อตัวเปรอะเปื้อนไปด้วยคราบเขม่าควันและโลหิตสีแดงฉาน มู่หลานมิได้เอ่ยวาจาใดทันที นางเพียงยกปลายนิ้วเรียวงามขึ้นแตะลงบนจุดสีแดงที่ทำสัญลักษณ์ไว้บนแผนที่ สัมผัสถึงความร้อนระอุของสถานการณ์ที่บีบรัดเข้ามาทุกขณะ นางหันไปสบตาร่างสูงสง่าในชุดเกราะหนักสีนิลกาฬที่สวมทับด้วยเสื้อคลุมขนสัตว์ปักลายพยัคฆ์ทมิฬ—จิ่นอ๋อง หรือ เฟยหลง ผู้เป็นดั่งขุนเขาอันมั่นคงท่ามกลางพายุคลั่ง “กองกำลังขององค์ชายสามเคลื่อนพลเร็วกว่าที่เราคาดการณ์ไว้ถึงสองชั่วยาม” สุเฟยหลงเอמהขึ้น น้ำเสียงทุ้มนุ่มต่ำแต่ทรงพลังและเย็นเยียบดุจน้ำแข็งในฤดูเหมันต์ ไม่มีแววความตระหนกตกใจแม้แต่น้อย มีเพียงร่องรอยของความดุร้ายที่ถูกเก็บกดไว้ภายใต้ท่าทีเยือกเย็น “เพราะพวกมันยอมทิ้งเสบียงและกองหลังเพื่อแลกกับความเร็วในการปิดเกมครับ ท่านอ๋อง” มู่หลานตอบกลับ น้ำเสียงราบเรียบ ทว่าทุกคำกลับเฉียบคมและแม่นยำดั่งลูกศรที่ถูกยิงออกจากแหล่ง “ทว่า ความเร่งรีบเช่นนี้ย่อมแลกมาด้วยความประมาทเลินเล่อ แนวหลังของกองกบฏยืดออกยาวเหยียดจนขาดตอน นี่คือช่องโหว่เดียวที่เราจะพลิกสถานการณ์ได้” เฟยหลงก้าวเข้าไปใกล้มู่หลาน กลิ่นอายบุรุษเพศอันคุ้นเคยผสมผสานกับกลิ่นอายสนามรบและสนิมเหล็กโชยเข้าจมูก ร่างสูงใหญ่โน้มตัวลงเล็กน้อยเพื่อให้สายตาอยู่ในระดับเดียวกับนาง มือหนาหนาที่ผ่านการจับดาบมานับไม่ถ้วนเอื้อมไปกุมมือเรียวเย็นเฉียบของนางไว้แน่น สัมผัสอุ่นซ่านที่ส่งผ่านจากฝ่ามือของเขาช่วยขับไล่ความหนาวเหน็บยามราตรีให้จางหายไป “เจ้าวางแผนไว้เช่นไร มู่หลาน” เขากล่าวเสียงพร่า สายตาที่มองนางเต็มไปด้วยความลึกล้ำและหวงแหน แม้เบื้องนอกมหานครจะกำลังลุกเป็นไฟ แต่ในสายตาของแม่ทัพผู้เยือกเย็นผู้นี้ มีเพียงสตรีตรงหน้าเท่านั้นที่เป็นศูนย์กลางของจักรวาล “ให้หม่อมฉันนำกองกำลังทหารม้าเบาห้าร้อยนายออกทางอุโมงค์ลับใต้ดิน ตีตลบหลังตัดเสบียงของพวกมันที่ค่ายพักแรมเชิงเขา ส่วนพระองค์…” มู่หลานชะงักเล็กน้อย ดวงตาสุกสกาวมองลึกล้ำเข้าไปในดวงตาคมกลาของเขา “นำกองกำลังทหารทมิฬตั้งรับที่ประตูเมืองหลัก ดึงดูดความสนใจของพวกมันเอาไว้ทั้งหมด เมื่อสัญญาณไฟพลุสีแดงถูกจุดขึ้นจากค่ายกลของหม่อมฉัน นั่นคือเวลาที่ประตูเหล็กไหลจะเปิดออก และพวกเราจะบดขยี้พวกมันให้ราบคาบในคราเดียว” เฟยหลงมองสตรีผู้เป็นทั้งดวงใจและมันสมองของกองทัพด้วยความรู้สึกที่ยากจะบรรยาย ความกล้าหาญและความเฉียบแหลมของนางมักจะทำให้หัวใจเหล็กกล้าของเขาต้องสั่นไหวทุกครั้ง เขาเอื้อมมืออีกข้างขึ้นเกลี่ยปอยผมที่หลุดลุ่ยข้างแก้มนวลของนางอย่างเบามือและทะนุถนอมที่สุด “อันตรายเกินไป…” เฟยหลงเอ่ยเสียงต่ำ ขมวดคิ้วมุ่นด้วยความไม่เห็นด้วย “ข้าไม่อนุญาตให้เจ้าเอาชีวิตเข้าไปเสี่ยงในแนวหน้าเช่นนั้น” “ท่านอ๋อง!” มู่หลานเอ่ยขัดขึ้น น้ำเสียงหนักแน่นและจริงจัง ดวงตาคู่งามฉายแววดื้อรั้นที่หาดูได้ยาก “ในยามนี้ บ้านเมืองกำลังเผชิญภัยพิบัติ ข้ามิใช่สตรีในห้องหอที่จะรอคอยความช่วยเหลืออยู่เบื้องหลัง ความเป็นตายของแคว้นอยู่บนเดิมพันนี้ หากข้าไม่ไป ใครเล่าจะอ่านเกมของศัตรูได้เฉียบขาดเท่าข้า โปรดเชื่อใจหม่อมฉัน” ความเงียบเข้าปกคลุมชั่วขณะ เฟยหลงจ้องมองลึกเข้าไปในดวงตาที่เด็ดเดี่ยวคู่นั้น ในที่สุด มุมปากหยักลึกก็ยกยิ้มขึ้นเล็กน้อย รอยยิ้มที่เต็มไปด้วยความยอมจำนนต่อสตรีผู้กุมหัวใจเขาอย่างเบ็ดเสร็จ “เจ้าชนะแล้ว… มู่หลาน” เฟยหลงถอดผ้าคลุมขนสัตว์ของตนออก นำมาห่อหุ้มร่างบอบบางของนางด้วยความระมัดระวัง ผูกปมเชือกให้แน่นหนา ราวกับต้องการปกป้องนางจากอันตรายทั้งปวงในใต้หล้า “จดจำไว้ หากเกิดสิ่งใดขึ้น ข้าจะพลิกแผ่นดินตามหาเจ้า แม้ว่ายมโลกจะปิดกั้น เจ้าก็หนีไม่พ้นเงื้อมมือของข้า” มู่หลานคลี่ยิ้มบางเบา เป็นรอยยิ้มที่อบอุ่นและงดงามที่สุดท่ามกลางกองเพลิงสงคราม “หม่อมฉันทราบแล้วเพคะ” สิ้นเสียงคำสั่ง เฟยหลงสะบัดกายหันหลังเดินก้าวออกจากตำหนักบัญชาการด้วยฝ่าเท้าหนักแน่น เสียงเกราะเหล็กกระทบกันก้องกังวานบ่งบอกถึงความพร้อมในการออกศึก ทหารรักษาการณ์ต่างก้มหัวคำนับด้วยความยำเกรง ขณะที่เฟยหลงก้าวขึ้นสู่หลังม้าสีหมอกตัวใหญ่ ดาบวิจิตรประจำกายถูกชูขึ้นฟ้า ท่ามกลางเสียงโห่ร้องกึกก้องของกองทัพทมิฬที่พร้อมจะหลั่งเลือดเพื่อปกป้องแผ่นดิน “เปิดประตูเมือง!” เสียงคำรามกึกก้องของแม่ทัพใหญ่ดังทะลุผ่านความมืด ประตูเมืองเหล็กกล้าบานยักษ์ค่อยๆ เคลื่อนตัวเปิดออกอย่างช้าๆ เผยให้เห็นกองทัพกบฏมหาศาลที่ตั้งแถวรออยู่เบื้องนอกราวกับคลื่นทะเลคลั่ง เฟยหลงควบม้าพุ่งทะยานออกไปเป็นคนแรก ดุจดั่งพญาเสือโคร่งที่กระโจนเข้าสู่ฝูงสุนัขป่า การปะทะกันอย่างดุเดือดเลือดพล่านเริ่มต้นขึ้นทันที โลหิตสีแดงฉาดกระเซ็นย้อมผืนปฐพี เสียงศาสตราวุธกระทบกันระงมไปทั่วสารทิศ ในขณะเดียวกัน ที่ประตูทิศประจิม ฉินมู่หลานในชุดเกราะเบาสีเงินยวงควบม้าพากองกำลังทหารม้าลัดเลาะผ่านความมืดมิดของผืนป่า เข้าสู่อุโมงค์ลับใต้ดินอย่างเงียบเชียบ เป้าหมายคือค่ายเสบียงของกองกบฏที่ตั้งอยู่ห่างออกไปเพียงห้าลี้ ทุกอย่างเป็นไปตามแผนการที่นางวางไว้อย่างแนบเนียน ไร้ซึ่งเสียงฝีเท้าเล็ดลอด ทว่า เมื่อมู่หลานนำทหารทะยานพ้นปากอุโมงค์ออกสู่ที่โล่งเบื้องหน้าค่ายเสบียง ร่างกายของนางพลันชะงักงัน ลมหายใจสะดุดกึก ดวงตากวาดมองภาพตรงหน้าด้วยความตกตะลึงจนแทบไม่เชื่อสายตา ค่ายเสบียงที่ควรจะเต็มไปด้วยทหารยามและกองเกวียนเสบียง กลับว่างเปล่าและมืดสนิท มีเพียงกองฟืนที่มอดไหม้ทิ้งไว้ให้เห็นเป็นเถ้าถ่าน และตรงใจกลางลานกว้างนั้น มีบุรุษผู้หนึ่งยืนรออยู่บนหลังม้าสีดำสนิท ร่างสูงโปร่งสวมอาภรณ์หรูหราปักลายพฤกษาด้วยด้ายเงิน ใบหน้าหล่อเหลาเย็นชาไร้ความรู้สึก แววตาคู่นั้นทอดมองนางด้วยรอยยิ้มเยาะหยันที่อ่านไม่ออก “ยินดีต้อนรับสู่กับดักที่ข้าเตรียมไว้ให้เจ้าโดยเฉพาะ… ท่านกุนซือฉิน” เสียงทุ้มนุ่มเอ่ยขึ้นท่ามกลางความเงียบงัน พร้อมกับเสียงฝีเท้าของกองกำลังนับพันที่ปรากฏตัวขึ้นปิดล้อมทางถอยของนางและทหารทุกด้านในพริบตา! ขอขอบพระคุณท่านรี้ดผู้ทรงเกียรติทุกท่านที่ร่วมเดินทางผ่านห้วงเวลาอันระทึกใจนี้มาด้วยกันนะครับ
สารจากนักเขียน (นักเล่าประวัติศาสตร์)
ดูโปรไฟล์ →

"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนครับ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง อุบายรักนางกุนซือ สยบใจท่านแม่ทัพผู้เยือกเย็น นะครับ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะครับ ขอบคุณทุกคนครับ 🙏✨"

ความคิดเห็น (0)

ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์

ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้

เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!

บ่มเพาะไข่ไดโนเสาร์60%